เราคาดว่า GULF จะมีเครื่องยนต์การเติบโตใหม่หลายด้านที่จะเข้ามาหนุนกำไรในระยะข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ในประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าก๊าซ รวมถึง Direct PPA ขณะที่ธุรกิจ data center และ AI application จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ประจำที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 78 บาท อ้างอิงวิธี DCF (WACC 6% และอัตราการเติบโตระยะยาว 3%)
GULF – เครื่องยนต์การเติบโตใหม่หลายด้านกำลังทยอยเข้ามา

อัปเดตร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่ ร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งโดยรวมสอดคล้องกับรายงานของเราเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญคือการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ data center และ EV แม้ว่าภาครัฐจะมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด แต่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าขยะ และโรงไฟฟ้าชีวมวลยังเผชิญข้อจำกัดด้านการพัฒนาโครงการ ส่งผลให้การลงทุนมีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และโรงไฟฟ้าก๊าซมากขึ้น ดังนั้นโรงไฟฟ้าก๊าซจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า แม้จะเผชิญข้อจำกัดจากการขาดแคลนกังหันก๊าซ ระยะเวลาสั่งซื้อที่ยาวนานถึง 7 ปี และราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า อย่างไรก็ตาม โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซคาดว่าจะสามารถสร้าง IRR ได้ในระดับ 17-20% โดย GULF ตั้งเป้าที่จะได้รับการจัดสรรกำลังการผลิตส่วนใหญ่จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซรอบแรกจำนวน 2,800MW (ในปี 2026-2037) ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านที่ดินไว้แล้ว นอกจากนี้ GULF ยังสนใจเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (เปิดรับซื้อ 24,300MW ในช่วงปี 2026-2037) ควบคู่กับ BESS โดยได้รับการสนับสนุนจากฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำ สำหรับระยะถัดไปในปี 2038-2050 GULF มองว่ากรณีที่ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่รวม 194,800MW (CCGT 16,800MW, SMR 9,000MW, พลังงานแสงอาทิตย์ 61,300MW และพลังงานลม 52,700MW) โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 89% ภายในปี 2050
ธุรกิจ data center และ AI เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มุ่งเน้น ภาครัฐมีแผนออกหลักเกณฑ์ Direct PPA ควบคู่ไปกับแผน PDP2026 ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ data center ได้โดยตรงโดยไม่มีข้อจำกัดด้านขนาดกำลังการผลิต (MW) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจ data center เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาดเช่นกัน นอกจากนี้ GULF ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงไฟฟ้าเพื่อการเฉพาะในกิจการหรือองค์กร (captive power plant) เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าโดยตรงให้แก่ data center โดยเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยได้รับการสนับสนุนจากความได้เปรียบด้านต้นทุนผ่านการมีสถานี LNG ของตนเอง ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ GULF ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา data center ของบริษัทเอง โดยมีการติดตั้ง GPU เพื่อขยายขอบเขตการบริการให้ครอบคลุมชุดเทคโนโลยี AI (AI stack) แบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาคาร data center ฮาร์ดแวร์ (GPU) ซอฟต์แวร์ และโซลูชันสำหรับองค์กร ผ่านทางบริษัทย่อย GULF EDGE ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เป้าหมายเบื้องต้นของ GULF คือการขยายกำลังการให้บริการ data center สู่ระดับ 1.5-2GW ในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) แม้ว่าธุรกิจนี้จะต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นในระดับสูง โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยประมวลผล แต่บริษัทจะสามารถสร้างรายได้ประจำผ่านสัญญาเช่าระยะยาว 10-20 ปี
Valuation และคำแนะนำ เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ GULF โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 78 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6% และอัตราการเติบโตระยะยาว 3%) โดยเรามองว่า GULF มีสถานะผู้นำตลาดที่โดดเด่นและอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการคว้าโอกาสการเติบโตในอนาคต
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: ผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการใหม่ต่ำกว่าคาด และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

