Café Invest
Markets

Hermès งบ 3Q26 ต่ำกว่าคาด กำลังซื้อจีนอ่อนแอ แม้กระเป๋าหนังยังเติบโตแข็งแกร่ง

Hermès งบ 3Q26 ต่ำกว่าคาด กำลังซื้อจีนอ่อนแอ แม้กระเป๋าหนังยังเติบโตแข็งแกร่ง

Hermès รายงานรายได้ 3Q26 เติบโต 4.3% YoY ต่ำกว่าคาดที่ 5.3% จากกำลังซื้อจีนอ่อนแอ ส่งผลให้ยอดขายเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นทรงตัว แม้ธุรกิจกระเป๋าหนังยังเติบโต 10.8% สูงกว่าคาด แต่เสื้อผ้าและนาฬิกาหดตัว สะท้อนว่าความต้องการสินค้าหรูระดับสูงยังแข็งแกร่งกว่าสินค้าแฟชั่นทั่วไป ขณะที่ผู้บริหารยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในจีน โดย InnovestX ยังชอบกลุ่มสินค้าหรูระดับสูง โดยเฉพาะ Richemont จากธุรกิจเครื่องประดับที่แข็งแกร่ง ส่วน Hermès แนะนำรอจังหวะสะสมจากมูลค่าหุ้นที่ยังสูง ขณะที่ LVMH และ Kering ยังต้องระมัดระวังจากความเสี่ยงด้านกำลังซื้อจีน

1. ผลประกอบการ 3Q26 ต่ำกว่าคาด จากยอดขายจีนชะลอตัว

Hermès (RMS FP) รายงานรายได้ 3Q26 ที่ €4.10 พันล้าน เพิ่มขึ้น 5.5% YoY และเติบโต 4.3% เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 5.2–5.3% และชะลอลงจากการเติบโต 9.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ 9M26 อยู่ที่ €12.26 พันล้าน เพิ่มขึ้น 2.9% YoY หรือ 5.5% เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สะท้อนว่าธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ แต่เริ่มได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดสินค้าหรู โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญ

ผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดส่งผลให้ราคาหุ้น Hermès ลดลงประมาณ 8–9% ในการซื้อขายวันที่ 22 ต.ค. และลดลงแล้วประมาณ 42% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่หุ้น LVMH, Kering และ Brunello Cucinelli ปรับตัวลดลงตาม สะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าความอ่อนแอของกำลังซื้อจีนเริ่มกระทบแม้แต่แบรนด์ระดับสูงที่เคยมีความสามารถในการรักษายอดขายเหนืออุตสาหกรรม

2. กระเป๋าหนังยังแข็งแกร่ง แต่สินค้าแฟชั่นและนาฬิกาอ่อนแอ

ธุรกิจกระเป๋าหนังและเครื่องหนังเติบโต 10.8% สูงกว่าตลาดคาดที่ 10% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการกระเป๋า Birkin และ Kelly รวมถึงสินค้าใหม่ที่ยังแข็งแกร่งทั่วโลก สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่ช่วยรักษาความต้องการและอำนาจกำหนดราคา ขณะที่ธุรกิจน้ำหอมและความงามเติบโต 7.5% สูงกว่าคาดจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่นหดตัว 2% เทียบกับตลาดคาดว่าจะเติบโต 2.3% และธุรกิจนาฬิกาหดตัว 6% สะท้อนความแตกต่างระหว่างสินค้าหรูระดับสูงกับสินค้าที่พึ่งพากำลังซื้อผู้บริโภคในวงกว้าง

ธุรกิจ

ยอดขาย 3Q26

ตลาดคาด

กระเป๋าและเครื่องหนัง

+10.8%

+10.0%

น้ำหอมและความงาม

+7.5%

-8.2%

ผ้าไหมและสิ่งทอ

+1.4%

+6.5%

เสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่น

-2.0%

+2.3%

นาฬิกา

-6.0%

+0.2%

อัตราการเติบโตเมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

3. จีนเป็นปัจจัยกดดันหลัก ขณะที่ยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังเติบโต

ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 42% ของรายได้รวม ทรงตัวที่ 0% ต่ำกว่าตลาดคาดว่าจะเติบโต 1.6% และชะลอลงจาก 2.5% ใน 2Q26 โดยผู้บริหารระบุว่าความอ่อนแอของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต่ำ ตลาดการเงินที่ชะลอตัว และมาตรการเก็บภาษีรายได้จากต่างประเทศของจีน เป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อกลุ่มผู้มีฐานะสูง โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น รองเท้า และนาฬิกา ขณะที่กระเป๋าหนังระดับสูงยังมีความต้องการแข็งแกร่ง

ตลาดอื่นยังขยายตัวได้ดี โดยยุโรปไม่รวมฝรั่งเศสเติบโต 9.5% สหรัฐฯ และทวีปอเมริกาเติบโต 8.8% และญี่ปุ่นเติบโต 9.6% แม้บางภูมิภาคต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ส่วนฝรั่งเศสเติบโตเพียง 3.6% และยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากเหตุจลาจลที่สร้างความเสียหายต่อร้านค้าและอาจกระทบการท่องเที่ยวในช่วง 4Q26

ภูมิภาค

ยอดขาย 3Q26

ตลาดคาด

ยุโรปไม่รวมฝรั่งเศส

+9.5%

+9.4%

ฝรั่งเศส

+3.6%

+4.6%

อเมริกา

+8.8%

+11.0%

ญี่ปุ่น

+9.6%

+11.2%

เอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น

0.0%

+1.6%

ตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น

-4.5%

—

อัตราการเติบโตเมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ตัวเลขคาดการณ์อาจต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งสำรวจ

4. ผู้บริหารยังมั่นใจระยะยาว พร้อมขยายกำลังผลิตกระเป๋าหนังต่อเนื่อง

ผู้บริหารระบุว่าแนวโน้มยอดขายในเดือน ต.ค. ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงปลาย 3Q26 รวมถึงตลาดจีนที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงลงทุนขยายกำลังผลิตเครื่องหนังประมาณ 6% ในปี 2026 และเตรียมเปิดโรงงานใหม่อีก 3 แห่งในปี 2027, 2028 และ 2030 เพื่อรองรับความต้องการกระเป๋าระดับสูงที่ยังมากกว่ากำลังผลิต นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าบุรุษใหม่และแฟชั่นชั้นสูงในปี 2027 เพื่อกระตุ้นธุรกิจที่อ่อนแอ

ด้านแนวโน้มการทำกำไร ผู้บริหารประเมินว่าการเติบโตของรายได้ประมาณ 5% อาจเพียงพอสำหรับรักษาอัตรากำไร แต่ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และการขยายกำลังผลิตยังเป็นแรงกดดัน โดยบริษัทอาจปรับราคาสินค้าในปี 2027 ประมาณ 4–5% หรือมากกว่าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ขณะที่ความผันผวนของค่าเงินส่งผลกระทบต่อรายได้ 9M26 ประมาณ €310 ล้าน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม

5. มุมมอง InnnovestX: ยังชอบสินค้าหรูระดับสูง แต่ควรรอความชัดเจนของจีนก่อนเพิ่มน้ำหนัก

เรามองว่าผลประกอบการของ Hermès สะท้อน ความแตกต่างของความต้องการสินค้าหรูระดับสูงกับสินค้าแฟชั่นทั่วไป โดยกระเป๋า Birkin และ Kelly ยังคงเติบโตสองหลัก แม้ตลาดจีนอ่อนแอ แต่สินค้าประเภทเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับแฟชั่นเริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น สะท้อนว่ากำลังซื้อที่ชะลอตัวเริ่มขยายจากผู้บริโภคทั่วไปไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับบน โดยเฉพาะในจีน ส่งผลให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสินค้าหรูอาจล่าช้ากว่าที่ตลาดคาด

ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงให้น้ำหนักกับกลุ่มสินค้าหรูระดับสูง (Hard Luxury) มากกว่ากลุ่มแฟชั่น โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อ Richemont (CFR SW) จากธุรกิจเครื่องประดับระดับสูงและฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ขณะที่ Hermès (RMS FP) ยังมีพื้นฐานแข็งแกร่งจากอำนาจกำหนดราคาและความต้องการกระเป๋าหนัง แต่แนะนำรอจังหวะสะสมหลังการปรับลดประมาณการกำไรของตลาด เนื่องจากการเติบโตของยอดขายระดับ 4–5% อาจยังไม่เพียงพอรองรับมูลค่าหุ้นระดับสูง ส่วน LVMH (MC FP) และ Kering (KER FP) ยังต้องระมัดระวังจากความอ่อนแอของตลาดจีนและธุรกิจแฟชั่นที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมากกว่า โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การฟื้นตัวของยอดขายจีนใน 4Q26 การเติบโตของธุรกิจนอกกลุ่มเครื่องหนัง และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรปี 2027

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน