H&M รายงานกำไรจากการดำเนินงาน 3Q26 สูงกว่าคาด แต่แรงหนุนหลักมาจากเงินคืนภาษี หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานถือว่าเป็นไปตามคาด โดยแนวโน้มใน 4Q26 ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าขนส่ง Markdown ที่สูงขึ้น โดย INVX มองพื้นฐาน H&M ยังควรระมัดระวัง แม้การควบคุมต้นทุนและ Supply Chain ดีขึ้น แต่การเติบโตระยะถัดไปจำเป็นต้องมาจากยอดขายและส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ขณะที่ H&M ยังตามหลัง Inditex ในด้านคุณภาพการเติบโต
H&M 3Q26: กำไรสูงกว่าคาดจากเงินคืนภาษี แต่ยอดขายยังโตช้า

1. ภาพรวมผลประกอบการ
H&M รายงานผลประกอบการ 3Q26 ดีกว่าที่ตลาดคาดในระดับกำไร โดยกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ SEK6.04bn เพิ่มขึ้น 22.9% YoY สูงกว่าตลาดคาดราว SEK5.1–5.3bn ขณะที่ Operating margin เพิ่มขึ้นเป็น 10.6% จาก 8.6% ปีก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนสำคัญของกำไรที่สูงกว่าคาดมาจาก รายการครั้งเดียวจากเงินคืนภาษีและการปรับต้นทุนสินค้านำเข้า ซึ่งช่วย Margin ประมาณ 1.6ppt
หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานจะอยู่ประมาณ SEK5.1bn และ Operating margin ราว 9.0% หรือใกล้เคียงกับตลาดคาด สะท้อนว่าพื้นฐานธุรกิจจริงยังไม่ได้แข็งแรงเท่ากับตัวเลขกำไรที่รายงาน ขณะที่ยอดขายเพิ่มเพียง 1% YoY ในสกุลเงินท้องถิ่น และยอดขายเดือน ก.ย. ยังเติบโตในระดับเดียวกัน
จุดที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนคือ การควบคุมต้นทุน การจัดซื้อ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 1% YoY ขณะที่ Gross margin เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ยอดขายยังเป็นจุดอ่อน โดยเฉพาะ Western Europe ที่ลดลง 1% ท่ามกลางกำลังซื้อที่ถูกกดดันในเยอรมนีและอังกฤษ
ดังนั้น เรามองว่างบรอบนี้เป็นลักษณะกำไรดีกว่าคาด แต่คุณภาพของกำไรไม่แข็งแรงเท่าตัวเลขที่รายงาน และตลาดจะหันไปให้น้ำหนักกับความสามารถในการเร่งยอดขายมากขึ้นในไตรมาสถัดไป
ผลประกอบการ 3Q26
รายการ | 3Q26 | 3Q25 | % YoY | เทียบคาดการณ์ |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | SEK57.19bn | SEK57.02bn | +0.3% | ใกล้เคียงคาด |
ยอดขายในสกุลเงินท้องถิ่น | +1.0% | - | - | สูงกว่าคาดเล็กน้อย |
กำไรขั้นต้น | SEK30.87bn | SEK30.14bn | +2.4% | สูงกว่าคาด |
Gross margin | 54.0% | 52.9% | +1.1ppt | สูงกว่าคาด |
กำไรจากการดำเนินงาน | SEK6.04bn | SEK4.91bn | +22.9% | ดีกว่าคาดชัดเจน |
Operating margin | 10.6% | 8.6% | +2.0ppt | สูงกว่าคาด |
กำไรสุทธิ | SEK4.10bn | SEK3.21bn | +27.6% | - |
EPS | SEK2.58 | SEK2.01 | +28.4% | สูงกว่าคาดราว 21% |
สินค้าคงคลัง | SEK39.36bn | SEK37.94bn | +3.7% | - |
จำนวนร้าน | 4,023 | - | -2.3% | - |
1.1 รายได้ยังโตช้า แม้กลับมาเป็นบวก
ยอดขาย 3Q26 อยู่ที่ SEK57.19bn เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% YoY ในรูปเงินโครนาสวีเดน และเพิ่ม 1% ในสกุลเงินท้องถิ่น ถือเป็นการกลับมาเติบโตหลังยอดขายครึ่งปีแรกลดลง แต่ระดับการเติบโตยังค่อนข้างต่ำ
เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า Nordics ทำได้ดีที่สุดที่ +6% ขณะที่ Asia เพิ่ม 4%, Americas +1%, Eastern Europe +1% และ Southern Europe +1% แต่ Western Europe ลดลง 1% ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ของบริษัท
ยอดขายของกลุ่มแบรนด์อื่นนอกเหนือจาก H&M เช่น COS กลับมาเติบโต 3% ซึ่งเป็นจุดบวก โดยผู้บริหารระบุว่า COS ได้รับการตอบรับที่ดีและยังมีโอกาสขยายสาขาเพิ่มเติม
1.2 Margin ดีขึ้นมาก แต่ต้องแยกผลของเงินคืนภาษี
Gross margin เพิ่มขึ้นจาก 52.9% เป็น 54.0% แต่ได้รับแรงหนุนจากรายการครั้งเดียวประมาณ 1.6ppt ที่เกี่ยวข้องกับภาษีและต้นทุนสินค้านำเข้าที่เคยรับรู้ในช่วงก่อนหน้า
หากตัดผลดังกล่าวออก Gross margin พื้นฐานจะอยู่ราว 52.4% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 1ppt สะท้อนว่า ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจ
ในฝั่ง Operating margin ตัวเลขรายงานอยู่ที่ 10.6% แต่หากตัดผลของรายการภาษีออกจะเหลือประมาณ 9.0% ซึ่งใกล้เคียงประมาณการตลาด ดังนั้นกำไรที่สูงกว่าคาดรอบนี้เกิดจากรายการพิเศษมากกว่าการเร่งตัวของธุรกิจหลัก
อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายยังถือว่าดี โดย SG&A ลดลง 1% YoY ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันด้าน Gross margin ได้บางส่วน
2. แนวโน้มบริษัทและ Guidance
2.1 Outlook 4Q26 อ่อนลงเล็กน้อยจากแรงกดดันต้นทุนและโปรโมชั่น
บริษัทไม่ได้ปรับเป้าหมายระยะยาวอย่างเป็นทางการ แต่คำแนะนำสำหรับ 4Q26 มีน้ำเสียง ระมัดระวังมากขึ้น โดยคาดว่า Gross margin จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปีก่อน
ปัจจัยสำคัญคือ ค่าขนส่งที่สูงขึ้น จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่มีแนวโน้มเริ่มเป็นแรงกดดันมากขึ้นช่วงปลายปีและต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2027
นอกจากนี้ บริษัทคาดว่า Markdown ใน 4Q26 จะสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย จากการแข่งขันด้านโปรโมชั่นในเดือน พ.ย. รวมถึง Cyber Monday ที่อยู่ในไตรมาส 4 ของปีนี้
2.2 เงินคืนภาษีจะไม่เกิดซ้ำ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือบริษัทระบุชัดว่า ไม่คาดว่าจะได้รับเงินคืนภาษีเพิ่มเติมในไตรมาสถัดไป หลังขั้นตอนที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิ.ย. เสร็จสิ้นแล้วใน 3Q26
ดังนั้น Margin และกำไรใน 4Q26 จะกลับมาสะท้อนพื้นฐานธุรกิจมากขึ้น และทำให้บริษัทต้องพึ่งพา ยอดขายและประสิทธิภาพการดำเนินงาน มากกว่ารายการพิเศษ
2.3 SG&A ยังควบคุมได้ดี แต่การลงทุนระบบจะเพิ่มต้นทุนในปีหน้า
บริษัทปรับกรอบ SG&A ทั้งปีให้อยู่บริเวณ ด้านล่างของช่วงการเติบโตแบบ low-single digit หลัง 9M26 ค่าใช้จ่ายโดยรวมทรงตัวในสกุลเงินท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านระบบดิจิทัลและ ERP จะยังดำเนินต่อเนื่องตลอดปี 2027 และเข้าสู่ปี 2028 ทำให้ค่าใช้จ่าย SG&A ในปีหน้ามีโอกาสเพิ่มขึ้น
2.4 Capex อยู่ปลายล่างของกรอบเดิม
บริษัทคาดว่า Capex ปี 2026 จะอยู่บริเวณ ด้านล่างของกรอบเดิม แม้มีหลายโครงการที่จะเริ่มรับรู้ใน 4Q26 ทั้งการปรับระบบเทคโนโลยี ร้านค้า และคลังสินค้า
2.5 เป้าหมาย Margin ระยะกลางยังอยู่ที่ 54–55%
ผู้บริหารยังมอง Gross margin ที่ประมาณ 54–55% เป็นระดับที่สามารถรักษาได้ในภาวะปกติ โดยใช้การปรับปรุงด้านการจัดซื้อ ซัพพลายเออร์ และห่วงโซ่อุปทานเพื่อชดเชยแรงกดดันต้นทุนจากภายนอก
อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะสามารถรักษาระดับดังกล่าวได้ในทุกสถานการณ์ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนทั้งด้านค่าขนส่ง วัตถุดิบ และภูมิรัฐศาสตร์
2.6 Key assumptions สำคัญ
1. ค่าขนส่งยังสูงกว่าปีก่อนใน 4Q26
2. ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มเป็นแรงกดดันช่วงปลายปีและปี 2027
3. Markdown เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการแข่งขันด้านโปรโมชั่น
4. ไม่มีเงินคืนภาษีเพิ่มเติม
5. ยอดขายเดือน ก.ย. เติบโตเพียง 1% ในสกุลเงินท้องถิ่น
6. การควบคุมค่าใช้จ่ายยังช่วยพยุงกำไร
7. การเพิ่มสัดส่วนการสั่งซื้อระหว่างฤดูกาลช่วยลดความเสี่ยงสินค้าค้างและเพิ่มยอดขายเต็มราคา
3. มุมมองผู้บริหารและประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
3.1 ผู้บริโภคยังระมัดระวัง โดยเฉพาะยุโรป
ผู้บริหารยอมรับว่า ลูกค้าได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูง เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านสินค้าแฟชั่นยังถูกจำกัด
ปัญหาเห็นชัดที่สุดใน เยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งมีทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอและการแข่งขันด้านโปรโมชั่นสูง
Western Europe จึงเป็นภูมิภาคเดียวที่ยอดขายลดลงในไตรมาสนี้ที่ -1%
CEO ยอมรับด้วยว่าการเติบโตของยอดขายเพียง 1% ยังไม่ใช่ระดับที่บริษัทพอใจ และไม่มีหมวดลูกค้าใด ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย หรือเด็ก ที่แข็งแรงมากพอจะผลักดันยอดขายรวมให้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3.2 กำลังซื้อยังเป็นข้อจำกัดหลักของยอดขาย
ผู้บริหารระบุว่าผู้บริโภคยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจาก ค่าครองชีพที่สูง ทำให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น
กลยุทธ์ของ H&M จึงมุ่งไปที่การเพิ่มคุณภาพและความทนทานของสินค้าโดยไม่ผลักต้นทุนให้ลูกค้ามากเกินไป รวมถึงปรับสินค้าให้ตรงกับความต้องการในแต่ละตลาดมากขึ้น
บริษัทพยายามใช้ข้อมูล AI และโครงสร้างองค์กรที่กระจายอำนาจให้ทีมในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เร็วขึ้น
จุดที่ต้องติดตามคือ แม้บริษัทมีประสิทธิภาพภายในดีขึ้นมาก แต่ ยังไม่เห็นการเร่งตัวของยอดขายตามมาอย่างชัดเจน
3.3 ภาษีช่วยกำไรไตรมาสนี้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยระยะยาว
เงินคืนภาษีเป็นประเด็นสำคัญของงบรอบนี้ โดยช่วย Gross margin และ Operating margin ราว 1.6ppt และช่วยผลักดัน EBIT ให้สูงกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว และ ไม่คาดว่าจะมีเงินคืนเพิ่มเติมในไตรมาสถัดไป
อีกด้านหนึ่ง H&M มองการลดสิทธิยกเว้นภาษีสินค้าราคาต่ำในสหรัฐฯ และการเก็บค่าธรรมเนียมพัสดุราคาต่ำในยุโรปเป็นพัฒนาการเชิงบวก เพราะช่วยสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมขึ้นกับผู้ขายออนไลน์จากจีน เช่น Shein และ Temu
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังไม่เห็นหลักฐานชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวทำให้ H&M ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว
3.4 Supply Chain กำลังถูกปรับให้เร็วและยืดหยุ่นขึ้น
หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักคือการเพิ่มสัดส่วน In-season buying หรือการสั่งซื้อสินค้าใกล้ช่วงเวลาที่ขายจริง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อแฟชั่น สภาพอากาศ และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
CEO ระบุว่าสินค้าบางส่วนสามารถพัฒนาตั้งแต่แนวคิดจนถึงมือลูกค้าได้ภายในประมาณ 6 สัปดาห์
H&M ยังเพิ่มการใช้โรงงานที่อยู่ใกล้ตลาดปลายทาง รวมถึงปรับรูปแบบการขนส่ง เพื่อช่วยลดระยะเวลารอสินค้า
ผลประโยชน์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง แต่คือ โอกาสขายสินค้าในราคาเต็มเพิ่มขึ้น ลดการลดราคา และลดความเสี่ยงจากการคาดการณ์เทรนด์ผิด
3.5 สินค้าคงคลังเพิ่ม แต่ผู้บริหารยังไม่กังวล
สินค้าคงคลังเพิ่มเป็น SEK39.4bn หรือ +4% YoY และ +9% เมื่อปรับผลค่าเงิน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ตลาดตั้งคำถาม
บริษัทอธิบายว่าเกิดจากสินค้าระหว่างขนส่งที่สูงขึ้นหลังเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการปรับเครือข่ายคลังสินค้าในยุโรป และการเพิ่มสินค้าบางกลุ่มในสหรัฐฯ หลังปีก่อนสั่งซื้อน้อยเกินไปจนสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ผู้บริหารระบุว่าองค์ประกอบของสินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับดีและสินค้าส่วนใหญ่ยังใหม่ อย่างไรก็ตาม Inventory ที่สูงขึ้นพร้อมกับ Markdown ที่คาดว่าจะเพิ่มใน 4Q26 เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
3.6 การปรับร้านและระบบดิจิทัลเริ่มเห็นผล
H&M ปรับปรุงร้านไปแล้วประมาณ 20% ของเครือข่ายกว่า 4,000 สาขา ทั้งการปรับรูปแบบร้าน RFID ระบบชำระเงินด้วยตนเอง และการปรับการนำเสนอสินค้า
ผู้บริหารระบุว่าร้านที่ได้รับการปรับปรุงมีผลตอบรับจากลูกค้าที่ดีขึ้นและสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนปรับปรุง จึงเตรียมเดินหน้าต่อในปี 2027
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังลงทุนระบบข้อมูลและ AI ตั้งแต่การออกแบบสินค้า การจัดซื้อ การจัดสรรสินค้า การตลาด ไปจนถึงการขาย ซึ่งในระยะยาวควรช่วยให้การบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพและลดการลดราคา
4. มุมมองของ INVX
จากผลประกอบการ H&M 3Q26 เราประเมินว่าเป็นภาพระมัดระวังต่อพื้นฐาน เนื่องจากกำไรที่สูงกว่าคาดส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากเงินคืนภาษีครั้งเดียว ขณะที่ยอดขายยังเติบโตเพียง 1%
ด้านบวกคือการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานมีพัฒนาการชัดเจน ทำให้ฐาน Margin แข็งแรงขึ้น และบริษัทกำลังสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นกว่าเดิมผ่าน In-season buying, AI และการปรับร้านค้า
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อจากนี้ H&M ไม่สามารถพึ่งการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวได้อีกมากนัก เนื่องจาก Operating margin เข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวแล้ว ขณะที่ 4Q26 ยังเผชิญค่าขนส่งสูงขึ้น
Markdown เพิ่ม และไม่มีเงินคืนภาษีช่วย
ปัจจัยชี้ขาดของการฟื้นตัวรอบถัดไปคือการเร่งยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะใน Western Europe หากยอดขายยังโตเพียง 1–2% การขยายกำไรต่อเนื่องจะยากขึ้น และทำให้ H&M ยังดูด้อยกว่า Inditex ในด้านคุณภาพการเติบโต ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่มสินค้าแฟชั่น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

