ภาพรวมท่องเที่ยวเดือน พ.ค. 2026 และ YTD ฟื้นตัวเหลื่อมล้ำกันชัดเจน โดยอิตาลีและสเปนเติบโตแกร่ง สวนทางกับเยอรมนี, เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ที่ชะลอตัวจากอุปทานล้น ทั้งนี้ INVX มองว่า โรงแรมระดับล่างน่าจะมีความผันผวนสูงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอของผู้บริโภครายได้น้อย INVX จึงมองบวกต่อโรงแรมระดับบน เช่น Accor, MAR, IHG และกลุ่ม OTA เช่น BKNG, ABNB มากกว่า เนื่องจากลูกค้ารายได้สูงยังเดินทางต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำอาจใช้วิธีลดงบประมาณต่อทริปแทนการยกเลิกเดินทาง
ภาพรวมอุตสาหกรรมโรงแรมเดือน พ.ค. 2026

ภาพรวมอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวในยุโรปประจำเดือน พ.ค. 2026 และ YTD แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและการเติบโตที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละภูมิภาค โดยบางพื้นที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่นจากปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่บางภูมิภาคเริ่มเผชิญกับภาวะชะลอตัวเนื่องจากแรงกดดันด้านอุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
ผลการดำเนินงานรายภูมิภาคและกลไกขับเคลื่อนตลาด
กลุ่มภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
- อิตาลี: ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดในยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยเติบโตขึ้น 12.2% ในเดือน พ.ค. และ 14.6% YTD หนุนจากความต้องการเข้าพักที่หนาแน่นในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่จัดขึ้นเมื่อต้นปี โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งจากราคาห้องพักเฉลี่ยและอัตราการเข้าพัก
- สเปน: รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยเติบโต 6.3% ในเดือน พ.ค. และ 5.8% YTD โดยได้แรงหนุนจากราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8% และแนวโน้มการย้ายฐานความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้าสู่ภูมิภาคนี้
- ฝรั่งเศสส่วนภูมิภาคและประเทศไอร์แลนด์: รายได้ต่อห้องพักเติบโตเท่ากันที่ 5.7% ในเดือน พ.ค. โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาค่าห้องพักเป็นสำคัญ
กลุ่มภูมิภาคที่เผชิญภาวะชะลอตัวและเป็นอุปสรรคต่อตลาด
- เยอรมนี: รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยในเดือน พ.ค. ปรับตัวลดลง -5.0% ขณะที่ความต้องการเข้าพักหดตัวลงแรงที่สุดในภูมิภาคที่ -2.8% ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยลดลง -1.5% YTD เนื่องจากอุปทานห้องพักที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับความต้องการที่ลดลง
- เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์: ประสบภาวะชะลอตัวในระดับหลักเดียวช่วงกลางถึงสูง โดยในเดือน พ.ค. รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยลดลง -9.1% และ -6.0% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลกระทบร่วมกันจากการปรับลดลงของอัตราราคาห้องพักและจำนวนผู้เข้าพัก
สถานการณ์ในสหราชอาณาจักรและตลาดโลก
- สหราชอาณาจักรและลอนดอน: เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับราคาประหยัดและระดับกลางในลอนดอน ที่มีความต้องการเติบโตสูงถึง 8.5% ในเดือน พ.ค. ช่วยพยุงให้อัตราการเข้าพักในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 4.5% แม้ว่าราคาห้องพักเฉลี่ยจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
- สหรัฐฯ: ยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยได้อย่างมั่นคงที่ 4.0% ทั้งใน พ.ค. และ YTD โดยมีแบรนด์ระดับกลางเป็นฐานค้ำยันหลัก
- จีน: หลังจากมีการฟื้นตัวที่ดีในช่วงต้นปี แต่ในเดือน พ.ค. รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยกลับมาหดตัวลงเล็กน้อยที่ -0.2% เนื่องจากอุปทานห้องพักที่ทยอยเปิดตัวเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบให้สัดส่วนการเข้าพักในรอบเดือนลดลง -1.4%
รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) (เรียงลำดับจากมากไปน้อย) พร้อมด้วยราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพัก (Occ) ประจำเดือนพฤษภาคม 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) Source: STR data
รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) (เรียงลำดับจากมากไปน้อย) พร้อมด้วยราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพัก (Occ) นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) Source: STR data
การเติบโตของอุปทานและอุปสงค์ห้องพักโรงแรมในภูมิภาคหลัก (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม และสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพฤษภาคม) Source: STR data
มุมมองของ INVX
เรามองภาพกลุ่มโรงแรมยังมีความท้าทาย จากระดับราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงแม้ว่าปรับตัวลดลงมาแล้ว ส่งผลให้ต้นทุนการท่องเที่ยวสูงขึ้น ทั้งนี้ เรามองว่าโรงแรมระดับล่างน่าจะมีความผันผวนมากกว่าระดับบน เนื่องจากผู้บริโภครายได้ต่ำมีความอ่อนแอ ขณะที่ผู้บริโภครายได้กลางและสูงมีความแข็งแกร่งจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเรามองบวกต่อโรงแรมระดับบนอย่าง Accor, MAR, IHG ขณะเดียวกันเรามองบวกต่อกลุ่ม OTA เช่น BKNG, ABNB มากกว่ากลุ่มโรงแรมระดับล่าง เนื่องจาก คาดว่าจะมีความผันผวนในรายได้ต่ำกว่าโรงแรมระดับล่าง จากผู้บริโภคอาจลดระดับงบประมาณต่อทริป แต่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวอยู่

