Café Invest
Markets

จีนอัดฉีดทุน Hua Hong เร่งผลิตชิป รับกระแสพึ่งพาตนเอง

จีนอัดฉีดทุน Hua Hong เร่งผลิตชิป รับกระแสพึ่งพาตนเอง

รัฐบาลจีนเพิ่มทุน Hua Hong Group จาก 1.35 หมื่นล้านหยวน เป็น 1.97 หมื่นล้านหยวน (+46%) ขณะเดียวกัน Hua Hong Semiconductor เร่งขยายโรงงาน Fab 9B ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตชิป Mature Node อีก 55,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 30% ในเมืองอู๋ซี สะท้อนนโยบายลดการพึ่งพาชิปนำเข้าและสร้างความมั่นคงด้านเทคโนโลยี โดย INVX มองบวกต่อ Hua Hong และ SMIC จากโอกาสทดแทนชิปนำเข้า ขณะที่ NAURA และ AMEC ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการลงทุนเครื่องจักรผลิตชิปในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังความเสี่ยงกำลังผลิตส่วนเกินในกลุ่ม Mature Node ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไรในระยะกลาง

1. รัฐบาลจีนเพิ่มทุน Hua Hong Group หนุนอุตสาหกรรมชิปภายในประเทศ

รัฐบาลจีนเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ผ่านการเพิ่มทุนของ Hua Hong Group บริษัทแม่ของ Hua Hong Semiconductor (1347 HK) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน โดยทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 1.35 หมื่นล้านหยวน เป็น 1.97 หมื่นล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 46% ผ่านการลงทุนของ Shanghai Guosheng Group ซึ่งเป็นกองทุนภาครัฐ

·       สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น: Shanghai Guosheng Group เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงใน Hua Hong Group จาก 15.3% เป็น 41.7% และการถือหุ้นทางอ้อมจาก 3.8% เป็น 10.2%

·       รัฐบาลยังคงควบคุมกิจการ: หน่วยงานกำกับดูแลทรัพย์สินของรัฐเซี่ยงไฮ้ยังคงเป็นผู้มีอำนาจควบคุมสูงสุด

·       เป้าหมายหลัก: เพิ่มความสามารถในการผลิตชิปภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางมาตรการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การเพิ่มทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับบริษัทแม่ ไม่ใช่การออกหุ้นใหม่โดยตรงของ Hua Hong Semiconductor ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทจดทะเบียนได้รับเงินเพิ่มทุนทั้งหมดโดยตรง

2. Hua Hong เร่งขยายโรงงาน Fab 9B เพิ่มกำลังผลิตในอู๋ซี 30%

Hua Hong เดินหน้าขยายกำลังผลิตผ่านโรงงาน Fab 9B ในเมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู ซึ่งเริ่มก่อสร้างในเดือน มี.ค. 2026 โดยทุนจดทะเบียนของบริษัทร่วมทุนเพิ่มขึ้นเป็น $4.17bn จากเดิม 6.68 ล้านหยวน ภายหลังการลงทุนของ Hua Hong มูลค่า $2bn ในเดือน ก.ย. และการสนับสนุนจากกองทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของจีน (Big Fund) รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่น

รายการ

รายละเอียด

โรงงาน

Fab 9B เมืองอู๋ซี

กำลังผลิตเพิ่มเติม

55,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือน

การขยายกำลังผลิตในอู๋ซี

เพิ่มขึ้นประมาณ 30%

ชิปเป้าหมาย

ชิปกำลังไฟฟ้า ชิปแอนะล็อก และหน่วยความจำแบบฝังตัว

สัดส่วนถือหุ้นในโครงการ

Hua Hong และบริษัทย่อยรวม 51%

ผลกระทบจากข้อจำกัดสหรัฐฯ

ผู้บริหารระบุว่ายังไม่กระทบการจัดหาเครื่องจักรของโครงการ

การขยายโรงงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสรับคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังมีความต้องการชิปเทคโนโลยี Mature Node อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังผลิตจะสร้างรายได้และกำไรได้มากเพียงใดขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อและอัตราการใช้กำลังผลิตหลังโรงงานเริ่มดำเนินงาน

3. จีนและสหรัฐฯ เร่งลงทุนชิป Mature Node เพื่อความมั่นคงด้านเทคโนโลยี

นโยบายของจีนมีลักษณะคล้ายกับ CHIPS Act ของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ โดยเฉพาะชิป Mature Node ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงกระบวนการผลิตขนาด 28 นาโนเมตรขึ้นไป รวมถึงเทคโนโลยีเฉพาะทางบางประเภท แม้ไม่ใช่ชิปประมวลผล AI ขั้นสูง แต่ยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบไฟฟ้า และเครื่องจักรอุตสาหกรรม

ฝั่งสหรัฐฯ เคยอนุมัติเงินสนับสนุนสูงสุด $1.5bn ให้ GlobalFoundries (GFS US) และ $1.61bn ให้ Texas Instruments (TXN US) ในปี 2024 เพื่อขยายกำลังผลิตชิปที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง

ประเด็น

จีน

สหรัฐฯ

เป้าหมาย

ทดแทนชิปนำเข้า ลดผลกระทบมาตรการจำกัดเทคโนโลยี

เพิ่มกำลังผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเอเชีย

วิธีสนับสนุน

เพิ่มทุนผ่านกองทุนรัฐและรัฐวิสาหกิจ

เงินอุดหนุน เงินกู้ และสิทธิประโยชน์ภาษี

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

Hua Hong, SMIC

GFS, TXN, INTC

ความเสี่ยง

อุปทานส่วนเกินและการแข่งขันด้านราคา

ต้นทุนผลิตสูงและผลตอบแทนจากเงินลงทุน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าการลงทุนในชิปไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความต้องการเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับนโยบายความมั่นคงของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น แม้ความต้องการในบางตลาดยังเติบโตไม่ทันก็ตาม

4. การขยายกำลังผลิตเป็นโอกาสระยะยาว แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านอัตรากำไร

แม้การสนับสนุนจากรัฐบาลจะช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินทุนและส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง แต่การเร่งลงทุนของผู้ผลิตในจีนและสหรัฐฯ อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิป Mature Node โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

·       อุปทานส่วนเกิน: กำลังผลิตใหม่อาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการ โดยเฉพาะชิปมาตรฐานที่มีผู้ผลิตหลายราย

·       แรงกดดันด้านราคา: การแข่งขันจากผู้ผลิตจีนอาจกดดันราคาขายชิป และกระทบผู้ผลิตที่ไม่มีเทคโนโลยีแตกต่าง

·       ต้นทุนและค่าเสื่อมราคา: โรงงานใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หากอัตราการใช้กำลังผลิตต่ำกว่าคาด อาจกดดันอัตรากำไร

·       โอกาสในชิปเฉพาะทาง: ชิปกำลังไฟฟ้าและชิปแอนะล็อกที่ต้องผ่านการรับรองจากลูกค้า มีโอกาสรักษาราคาได้ดีกว่าชิปมาตรฐาน

ดังนั้น การเพิ่มกำลังผลิตไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การเติบโตของกำไรในอัตราเดียวกัน โดยผู้ผลิตที่มีฐานลูกค้าระยะยาว เทคโนโลยีเฉพาะทาง และต้นทุนการผลิตแข่งขันได้ จะมีความได้เปรียบมากกว่า

5. มุมมองของ INVX

NVX มองว่าการเพิ่มทุนและขยายกำลังผลิตของ Hua Hong สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น โดยมองเป็นบวกโดยตรงต่อ Hua Hong (1347 HK) จากเงินทุนสนับสนุนภาครัฐและโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดชิป Mature Node ภายในประเทศ ขณะที่ SMIC (981 HK) ได้รับประโยชน์จากนโยบายทดแทนชิปนำเข้าเช่นกัน โดยเฉพาะความต้องการจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การลงทุนขยายโรงงานยังเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์จีน เช่น NAURA (002371 CH) และ AMEC (688012 CH) จากความต้องการเครื่องจักรผลิตชิปภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือ กำลังผลิตส่วนเกินในกลุ่ม Mature Node ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไรของผู้ผลิตในระยะกลาง

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน