Huawei และผู้ผลิตชิป AI จีนหลายรายเริ่มปรับขึ้นราคาชิปเร่งความเร็ว AI อย่างมีนัยสำคัญ หลังความต้องการจากศูนย์ข้อมูลเพิ่มเร็วกว่ากำลังผลิต โดย Huawei ขึ้นราคา Ascend 950DT ราว 60% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ Cambricon และผู้เล่นรายเล็กปรับราคาขึ้นตาม ภาพดังกล่าวสะท้อนทั้งความต้องการชิปในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น และข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ HBM ที่ยังเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม ภาพรวมมองเป็นบวกต่อห่วงโซ่ชิป AI จีน
Huawei และ Cambricon ปรับขึ้นราคาชิป AI สะท้อนอุปสงค์มากกว่ากำลังผลิต

1) Huawei ขึ้นราคา Ascend 950DT ราว 60%
Huawei ปรับราคาชิปเร่งความเร็ว AI รุ่น Ascend 950DT ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 250,000 หยวนต่อชิ้น หรือเพิ่มขึ้นราว 60% ในช่วง 3 เดือน โดยราคาดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับ Nvidia B200 สะท้อนว่าบริษัทเริ่มมีอำนาจในการตั้งราคามากขึ้นในตลาดจีน
แรงหนุนหลักมาจากอุปสงค์ที่สูงกว่ากำลังผลิต โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่ง Huawei กำลังให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้ในการจัดสรรสินค้า
2) ไม่ได้มีเพียง Huawei ที่ขึ้นราคา
แนวโน้มการขึ้นราคาเกิดขึ้นในวงกว้าง โดย Cambricon ปรับราคาชิปรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะใช้ชื่อ 690 ขึ้นประมาณ 20-30% จากระดับที่เสนอให้ลูกค้าเมื่อสองเดือนก่อน ขณะที่ MetaX และ Iluvatar CoreX ก็มีการปรับขึ้นราคาในลักษณะเดียวกัน
จึงสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นภาวะที่อุปสงค์ชิป AI ภายในจีนเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ขณะที่กำลังผลิตยังขยายตัวได้ไม่ทัน
3) ข้อจำกัดจากสหรัฐช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตจีน
มาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐทำให้ชิป AI ระดับสูงของ Nvidia และ AMD เข้าสู่จีนได้ยากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าในจีนต้องหันมาใช้ชิปในประเทศมากขึ้น แม้ประสิทธิภาพของ Ascend จะยังมีช่องว่างเมื่อเทียบกับชิปรุ่นล่าสุดของ Nvidia ก็ตาม
ภาวะดังกล่าวช่วยให้ Huawei มีพื้นที่ขยายส่วนแบ่งตลาดและสร้างระบบนิเวศของตัวเองมากขึ้น โดยยิ่งลูกค้าใช้เงินและทรัพยากรในการปรับระบบให้เข้ากับชิป Ascend มากเท่าใด ต้นทุนในการย้ายกลับไปใช้แพลตฟอร์มอื่นในอนาคตก็ยิ่งสูงขึ้น
4) DeepSeek เป็นตัวอย่างของอุปสงค์ขนาดใหญ่
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ DeepSeek ซึ่งมีแผนใช้ชิป AI ระดับสูงอย่างน้อย 160,000 ตัว ในโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มองโกเลียใน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มชิป Huawei ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการเปิดเผย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าอุปสงค์ไม่ได้เกิดเพียงจากการทดแทน Nvidia แต่ยังมาจากการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ใหม่จำนวนมากภายในจีนด้วย
5) HBM ยังเป็นคอขวดสำคัญของการเพิ่มกำลังผลิต
แม้อุปสงค์แข็งแกร่ง Huawei ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิต โดยเฉพาะ หน่วยความจำ HBM ซึ่งมีปริมาณจำกัดและทำให้ต้นทุนสูงขึ้น บริษัทได้แจ้งลูกค้าว่าปัญหา HBM เป็นหนึ่งในเหตุผลที่กดดันการผลิตชิป AI ในปัจจุบัน
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะ HBM เป็นชิ้นส่วนหลักของระบบ AI และยังเป็นหนึ่งในส่วนที่ตึงตัวที่สุดของห่วงโซ่อุปทานโลก การขาดแคลนจึงอาจจำกัดจำนวนชิปที่ Huawei และผู้ผลิตจีนสามารถส่งมอบได้ แม้ราคาขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
6) การขึ้นราคาสะท้อนอำนาจต่อรองของผู้ผลิตจีนที่ดีขึ้น
การที่ Huawei สามารถขึ้นราคาได้ถึงราว 60% และผู้ผลิตรายอื่นขึ้นราคาตาม แสดงว่าตลาดชิป AI จีนกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่ตลาดที่ผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองมากขึ้นจากภาวะสินค้าขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคานี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตจีนสามารถทดแทน Nvidia ได้อย่างสมบูรณ์ แต่สะท้อนว่าความต้องการทางเลือกในประเทศมีมากเพียงพอที่จะรองรับราคาที่สูงขึ้น แม้ประสิทธิภาพของชิปยังต่ำกว่าผู้นำตลาดบางส่วน
บริษัท | ชิป/ผลิตภัณฑ์ | การปรับราคา | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|
Huawei | Ascend 950DT | ราว +60% ใน 3 เดือน | ราคาขึ้นสู่ราว 250,000 หยวน/ชิ้น จากอุปสงค์สูงกว่ากำลังผลิต |
Cambricon | ชิปรุ่นใหม่ 690 | +20-30% | สะท้อนอุปสงค์ชิป AI ในประเทศที่แข็งแกร่ง |
MetaX | ชิป AI | ปรับขึ้น | ปรับราคาตามภาวะตลาดตึงตัว |
Iluvatar CoreX | ชิป AI | ปรับขึ้น | ได้แรงหนุนจากการหันมาใช้ชิปในประเทศ |
มุมมองของ InnovestX
- มองเป็น บวกต่อห่วงโซ่ชิป AI จีน โดยเฉพาะ Huawei และ Cambricon เพราะการขึ้นราคาในระดับสูงสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและอำนาจการตั้งราคาที่ดีขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐยังช่วยเร่งการใช้ชิปในประเทศต่อเนื่อง
- นอกจากนี้กลุ่มได้ประโยชน์ชัดที่สุดรองจาก Huawei/Cambricon คือ SMIC, Naura และ AMEC เพราะถ้าจีนต้องเร่งพึ่งพาชิป AI ภายในประเทศมากขึ้น จะไม่ได้เพิ่มแค่ยอดขายชิป แต่ต้องเพิ่มกำลังผลิตทั้งระบบตั้งแต่โรงงาน เครื่องจักร ไปจนถึงวัสดุ
- ในเชิงกลยุทธ์ จุดที่ควรติดตามมากที่สุดคือ HBM และกำลังการผลิต เพราะเป็นตัวแปรที่จะกำหนดว่าผู้ผลิตจีนสามารถเปลี่ยนอุปสงค์ที่สูงให้เป็นรายได้ได้มากเพียงใด หากข้อจำกัดด้านหน่วยความจำผ่อนคลายลง จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อ Huawei, Cambricon และผู้ผลิตชิป AI จีนรายอื่น ขณะที่การแข่งขันกับ Nvidia จะค่อยๆ เปลี่ยนจากเรื่องราคาไปสู่ความพร้อมของระบบนิเวศและความสามารถในการผลิตในประเทศ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

