Huawei และ Qualcomm ทำข้อตกลงสิทธิบัตรระยะยาวครอบคลุม 5G, AI, การประมวลผล และเครือข่าย โดย Qualcomm ยังได้สิทธิในเทคโนโลยี LogicFolding ของ Huawei ซึ่งช่วยยืนยันความก้าวหน้าด้านชิปของจีน ดีลนี้ช่วย Huawei เพิ่มรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่ Qualcomm ได้ฐานเทคโนโลยีเพิ่มสำหรับการขยายธุรกิจ AI และศูนย์ข้อมูล แต่การแข่งขันในตลาดยังสูงและผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด
Huawei–Qualcomm จับมือสิทธิบัตร หนุนความน่าเชื่อถือเทคโนโลยีชิปจีน

1. Huawei และ Qualcomm ทำข้อตกลงสิทธิบัตรระยะยาว
Huawei และ Qualcomm ลงนามข้อตกลงใช้สิทธิบัตรร่วมกันแบบหลายปี ครอบคลุมเทคโนโลยี 5G, AI, การประมวลผล และระบบเครือข่าย พร้อมทั้งมีการซื้อสิทธิบัตรบางส่วนของ Huawei ในสหรัฐฯ โดยดีลยังต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ก่อนจึงจะแล้วเสร็จ
2. จุดสำคัญคือ Qualcomm ยอมรับเทคโนโลยี LogicFolding ของ Huawei
Qualcomm ตกลงใช้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ LogicFolding ซึ่งเป็นเทคโนโลยีออกแบบชิปใหม่ของ Huawei โดย Huawei มองว่าแนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชิปและความเร็วในการส่งข้อมูล เพื่อชดเชยข้อจำกัดที่จีนยังเข้าถึงเครื่องผลิตชิปขั้นสูงแบบ EUV ของ ASML ได้จำกัด ความร่วมมือนี้จึงถือเป็นการยืนยันคุณค่าทางเทคโนโลยีของ Huawei จากบริษัทชิประดับโลก
3. ดีลช่วย Huawei สร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น
Huawei เพิ่มการสร้างรายได้จากสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่อง หลังลงทุนวิจัยและพัฒนามาหลายปี โดยหลังรวมข้อตกลงกับ Qualcomm มูลค่าสัญญาสิทธิบัตรทั้งหมดของบริษัทคาดว่าจะเกิน $6.9bn ขณะที่ธุรกิจให้สิทธิใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาสร้างรายได้เป็นบวกมาตั้งแต่ปี 2021
4. Qualcomm ใช้ดีลนี้ต่อยอดกลยุทธ์ลดการพึ่งพาสมาร์ตโฟน
ฝั่ง Qualcomm กำลังขยายธุรกิจออกจากตลาดสมาร์ตโฟนไปสู่ศูนย์ข้อมูล AI ชิปออกแบบเฉพาะ และระบบเครือข่าย โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้จากศูนย์ข้อมูลอย่างน้อย $15bn ภายในปีงบประมาณ 2029 และรายได้จากธุรกิจนอกสมาร์ตโฟนอย่างน้อย $40bn ดังนั้นการเข้าถึงสิทธิบัตรของ Huawei ช่วยเสริมฐานเทคโนโลยีในหลายด้านที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่นี้
5. แต่การแข่งขันในตลาด AI ยังสูง
แม้ Qualcomm จะมีโอกาสเติบโตจาก AI และศูนย์ข้อมูล แต่ตลาดดังกล่าวมีคู่แข่งแข็งแกร่งอยู่แล้ว เช่น Nvidia, Broadcom และ AMD ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าราคาหุ้นอาจสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปบางส่วนแล้ว ดังนั้นประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือ Qualcomm ต้องพิสูจน์ว่าการขยายธุรกิจใหม่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้จริง
ประเด็น | Huawei | Qualcomm | มุมมอง |
|---|---|---|---|
สิ่งที่ได้จากดีล | รายได้สิทธิบัตรและการยอมรับเทคโนโลยี | เข้าถึงสิทธิบัตรและเทคโนโลยีของ Huawei | บวกต่อทั้งสองฝ่าย |
เทคโนโลยีสำคัญ | LogicFolding, 5G, AI, เครือข่าย | นำไปเสริมชิปและระบบ AI | ช่วยเพิ่มฐานเทคโนโลยี |
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ | ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ | ลดการพึ่งพาสมาร์ตโฟน | หนุนการเติบโตระยะกลาง |
ตัวเลขสำคัญ | มูลค่าสัญญาสิทธิบัตรรวม >$6.9bn | รายได้ศูนย์ข้อมูล ≥$15bn ภายใน FY2029 | สะท้อนขนาดโอกาส |
ความเสี่ยง | ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ | การแข่งขันจาก Nvidia, Broadcom, AMD | ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด |
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองดีลนี้เป็น บวกต่อ Huawei ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าเทคโนโลยีชิปของบริษัทเริ่มได้รับการยอมรับจากผู้เล่นระดับโลก และมีโอกาสสนับสนุนการนำ LogicFolding ไปใช้ในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งจะส่งผ่านไปยังความต้องการผลิตชิป บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง แผงวงจร และระบบเชื่อมต่อ
- โดยหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ ได้แก่ SMIC, JCET, Tongfu Microelectronics, Shennan Circuits, Xingsen Technology, Innolight และ HGTECH อย่างไรก็ตาม ผลบวกจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อ Huawei สามารถเพิ่มกำลังผลิตชิปและขยายการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ได้ต่อเนื่อง
- ขณะที่ฝั่ง Qualcomm เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ เพราะเสริมฐานเทคโนโลยีสำหรับการขยายไปสู่ AI และศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากมูลค่าดีลไม่ได้เปิดเผยและธุรกิจ AI ของ Qualcomm ยังอยู่ในช่วงพิสูจน์การเติบโต
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

