INVX LIKE👍 คือกองทุนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดจากกองทุนกว่า 2,000 กองในตลาดไทย โดยใช้ทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative) และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative) จนเหลือเพียงกองทุนที่มีความโดดเด่น ทั้งในแง่ ผลตอบแทน ความเสี่ยง และคุณภาพของผู้จัดการกองทุน นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าเป็น “ตัวเลือกคุณภาพ”
กองทุนแนะนำในแต่ละกลุ่มสินทรัพย์โดย InnovestX (INVX LIKE👍)

📝 ทำไมต้องมี INVX LIKE👍?
ในประเทศไทย มีกองทุนรวมให้เลือกมากกว่า 2,000 กองทุน แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนแตกต่างกันไป บางกองเน้นหุ้นไทย บางกองลงทุนหุ้นต่างประเทศ บางกองปลอดภัยเน้นสภาพคล่องระยะสั้น สำหรับนักลงทุนทั่วไปแล้ว การจะเลือกกองทุนที่ “ใช่” อาจเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะต้องพิจารณาทั้ง ผลตอบแทน ความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และความน่าเชื่อถือของผู้จัดการกองทุน
เพื่อแก้ปัญหานี้ InnovestX (INVX) จึงสร้างกระบวนการคัดเลือกกองทุนที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยใช้การวิเคราะห์สองด้าน ได้แก่
- Quantitative Analysis → ใช้ตัวเลขและสถิติพิสูจน์ เช่น ผลตอบแทน ความเสี่ยง และความสม่ำเสมอ
- Qualitative Analysis → วิเคราะห์คุณภาพของทีมผู้จัดการกองทุน องค์กรแม่ และกระบวนการลงทุน
จากกระบวนการที่เข้มงวดนี้ จึงเกิดเป็น INVX LIKE👍 ซึ่งนักลงทุนสามารถมองว่าเป็น “กองทุนคุณภาพที่ผ่านการคัดแล้ว”
ขั้นตอนที่ 1: สร้างจักรวาลกองทุน (INVX Fund Universe)
ขั้นแรก INVX สร้าง Fund Universe หรือ “จักรวาลกองทุน” ขึ้นมา เพื่อจัดระเบียบและจำแนกกองทุนในตลาดให้ง่ายต่อการคัดกรอง
- กองทุนหุ้นไทย (Local Equity)
- แบ่งตามขนาดหุ้น → หุ้นใหญ่ (Large Cap) หรือหุ้นขนาดกลาง–เล็ก (Mid-Small Cap)
- แบ่งตามสไตล์ → Active (ผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นเพื่อชนะตลาด) และ Passive (ลงทุนตามดัชนี เช่น SET50)
👉 ตัวอย่าง: นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย อาจเลือกกองทุนหุ้นใหญ่แบบ Passive ที่ตาม SET50 เพื่อความมั่นใจว่าพอร์ตเคลื่อนไหวไปตามตลาดโดยรวม หรือหากเชื่อว่าผู้จัดการกองทุนสามารถหาหุ้นเติบโตพิเศษได้ ก็อาจเลือกกองทุน Active
- กองทุนต่างประเทศ (Feeder Fund)
- ครอบคลุมทั้ง หุ้นโลก, ตราสารหนี้, และสินทรัพย์ทางเลือก
- แบ่งตามภูมิภาค/ประเทศ เช่น Global Equity, US Equity, China Equity
- แบ่งตามสไตล์ เช่น Growth, Defensive หรือ General
- แบ่งตามขนาดหุ้นที่ลงทุน เช่น Large Cap, Mid-Small Cap
- แบ่งตามการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เช่น FX Hedged / Non-Hedged
👉 ตัวอย่าง: นักลงทุนที่สนใจหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ เติบโตสูง อาจเลือกกองทุน US Equity ที่มี Growth Style
- กองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ไทย (Money Market & Local Fixed Income)
- ต้องมีสภาพคล่องสูง และประวัติการดำเนินงานที่ยาวเพียงพอ
- จัดกลุ่มตามระยะเวลาการลงทุน (Holding Period) เช่น สั้น 3 เดือน หรือกลาง–ยาว 1 ปีขึ้นไป
👉 ตัวอย่าง: นักลงทุนที่รอจังหวะลงทุน อาจเลือกกองทุนตลาดเงินเพื่อตั้งหลักระยะสั้น ขณะที่นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้น มีระยะเวลาการลงทุนที่ยาว และสามารถรับความผันผวนได้ อาจเลือกกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว
ขั้นตอนที่ 2: การวิเคราะห์เชิงตัวเลข (Quantitative Analysis)
เมื่อจัด Fund Universe แล้ว ขั้นต่อไปคือการคัดกรองด้วยตัวเลขและสถิติ
กองทุน Active (หุ้นและตราสารหนี้)
- Return → ดูว่า “ชนะ Benchmark” หรือไม่
- Risk → วัด Maximum Drawdown (ขาดทุนสูงสุด) เทียบกับกลุ่มและ Benchmark
- Risk-adjusted Return → ใช้ Downside Deviation และ Capture Ratio ดูว่ากองทุนรับมือกับตลาดขาลงได้ดีแค่ไหน
👉 เช่น กองทุนหุ้นไทย INVX-A เอาชนะ SET50 ใน 4 จาก 5 ปีที่ผ่านมา และเวลาตลาดลงขาดทุนน้อยกว่ากองทุนเฉลี่ย ถือว่าโดดเด่น
กองทุน Passive (Index Fund/ETF)
- Cost → ค่าธรรมเนียมรวม (TER) และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
- Return & Tracking Error → มีผลตอบแทนและมีการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง
👉 เช่น กองทุนดัชนีที่ตาม S&P500 มีค่าธรรมเนียมต่ำ และผลตอบแทนใกล้เคียงกับ S&P500 แทบทุกปี ถือว่าคุณภาพสูง
กองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ไทย
- Risk → Rolling return ต้องไม่ติดลบ และ Drawdown ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
- Return → ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนเมื่อถือครบตามระยะเวลาที่แนะนำ
👉 เช่น กองทุนตลาดเงินที่ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนในช่วง 1-3 เดือน และ NAV รายสัปดาห์ไม่ติดลบถือว่าเข้ารอบ
ขั้นตอนที่ 3: การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis)
หลังจากผ่านตัวเลขแล้ว ยังต้องตรวจสอบคุณภาพของกองทุนในมุมที่ “ตัวเลขอาจไม่บอก” เพื่อมั่นใจว่ากองทุนจะยืนระยะได้ในระยะยาว
- Process → กระบวนการลงทุนชัดเจน มีวินัย ทำซ้ำได้
- People → ทีมผู้จัดการกองทุนมีประสบการณ์และเสถียรภาพ
- Parent → บริษัทแม่แข็งแรง มีทรัพยากรสนับสนุน
- Portfolio Construction → กระจายการลงทุนสมเหตุสมผล ไม่เสี่ยงเกินไป
- Risk Management → มีระบบจัดการความเสี่ยงเป็นรูปธรรม
- Fund Size & Liquidity → ขนาดกองทุนเพียงพอ ไม่เล็กจนขาดสภาพคล่อง
👉 ตัวอย่าง: กองทุนต่างประเทศที่ทีมผู้จัดการกองทุนมีประสบการณ์ 15 ปี และผ่านทั้งวิกฤตปี 2008 และโควิด-19 ถือว่าน่าเชื่อถือกว่ากองทุนที่เพิ่งตั้งใหม่และยังไม่เคยผ่านช่วงตลาดผันผวนใหญ่ ๆ
ผลลัพธ์: INVX LIKE👍
กองทุนที่ผ่านการคัดกรองทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ จะถูกจัดเป็น INVX LIKE👍ในแต่ละประเภทสินทรัพย์
พูดง่าย ๆ คือ: จากกองทุนหลายพันกอง INVX ช่วยนักลงทุนคัดออกมาเหลือเพียง “ตัวเลือกคุณภาพ” ที่ทั้งผลตอบแทนดี และผู้จัดการกองทุนมีความน่าเชื่อถือ
สรุปสั้น ๆ
- เริ่มจากสร้างจักรวาลกองทุน (Fund Universe)
- กรองด้วยตัวเลข (Quantitative Analysis)
- ตรวจสอบคุณภาพเชิงลึก (Qualitative Analysis)
- เหลือเฉพาะกองทุนที่ดีที่สุด → INVX LIKE👍
📌 สำหรับนักลงทุน นี่จึงเปรียบเหมือน “ทางลัด” ที่ช่วยให้ไม่ต้องเลือกเองจากกองทุนกว่าพันกอง แต่ยังมั่นใจได้ว่ากองทุนที่เลือกนั้นผ่านการคัดกรองเข้มงวดแล้ว
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์
