INVX Macro Making Sense – 2 พ.ค. 2566

สัญญาณเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัวลง ความเสี่ยงมากขึ้น |
|---|
เงินเฟ้อและค่าจ้างสหรัฐชะลอลง แต่ยังอยู่สูง ผลักดัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยต่อ ตัวเลขเงินเฟ้อจากการใช้จ่าย (Personal Consumption Expenditure: PCE) รวมถึงดัชนีที่หักอาหารและพลังงาน (Core PCE) อยู่ที่ 4.2% และ 4.6% ต่อปีตามลำดับ ชะลอลงจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าคาด บ่งชี้แรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ด้านดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (อันได้แก่ค่าจ้างและสวัสดิการพนักงาน) ในไตรมาส 1/23 หรือ Employment Cost Index ขยายตัว 4.8% ต่อปี ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 5.1% แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกัน โดยเมื่อเทียบรายไตรมาส อยู่ที่ 1.2% เท่ากับไตรมาสก่อน เราวิเคราะห์ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อ ค่าจ้าง รวมถึงรายได้และการใช้จ่ายครัวเรือนบ่งชี้ถึงทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงมากขึ้น เห็นจากการใช้จ่ายที่ไม่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินออมเริ่มมีสัญญาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บ่งชี้ผู้คนเริ่มกังวลภาพเศรษฐกิจในอนาคต ขณะที่ค่าจ้างรายไตรมาสแม้จะทรงตัวแต่ก็เป็นทิศทางลดลงเมื่อเทียบรายปี บ่งชี้ตลาดแรงงานเริ่มลดความรอนแรงลง ซึ่งเรามองว่าการปรับลดคนงานในธุรกิจขนาดกลางและย่อมจะเริ่มมีมากขึ้นตามสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น ผลจากนโยบายการเงินที่ตึงตัว เห็นได้จากในปัจจุบันที่เงินเฟ้อ (Core PCE) อยู่ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบาย (FFR) แล้ว บ่งชี้นโยบายการเงินที่ตึงตัว (Restrictive) มากขึ้น ซึ่งจะภาพในอดีตช่วงวิกฤตดอทคอมและวิกฤตเศรษฐกิจโลก จะพบว่าเมื่อใดที่นโยบายการเงินเข้าสู่ Restrictive mode โอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอยจะมากขึ้น GDP สหรัฐชะลอตัวเกินคาดจากภาคการลงทุนและสินค้าคงคลัง โดยเติบโตในอัตรา 1.1% ต่อปีใน 1Q/23 (หรือ 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน) ซึ่งต่ำกว่า 4Q/22 ที่ 2.6% และต่ำกว่า 2% ที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ เรามองว่า ภาพ GDP รายไตรมาสสอดคล้องกับรายปี ที่ GDP ที่ขยายตัว 1.9% เป็นผลหลักจากภาคการบริโภค (ที่เป็นองค์ประกอบของการขยายตัวถึงกว่า 2%) ขณะที่ภาคลงทุนและสินค้าคงคลังติดลบ โดยหากพิจารณาด้านการลงทุน พบว่าภาคที่หดตัวเป็นหลักได้แก่ภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรทั่วไป แต่สินค้าที่มีทรัพย์สินทางปัญญา (สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง) ขยายตัวได้ บ่งขี้ว่าการขึ้นดอกเบี้ย เริ่มกระทบต่อภาคอสังหาฯ และภาคการลงทุนของเอกชนแล้ว เศรษฐกิจยุโรปขยายตัวต่ำกว่าคาดจากเศรษฐกิจเยอรมนีที่ไม่ขยายตัว GDP ของยูโรโซนขยายตัว 0.1% QoQ ในไตรมาสแรก ผิดจากคาดการณ์ที่ 0.2% ขณะที่เทียบรายปีขยายตัว 1.3% ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 1.4% โดย GDP หลีกเลี่ยงการหดตัวได้เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลงช่วยประคับประคองการใช้จ่ายของประชาชน แต่การขยายตัวเศรษฐกิจแตกต่างกัน ระหว่างประเทศเยอรมนีที่เน้นภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ขยายตัว กับประเทศขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่เน้นภาคบริการมากกว่า โดยเรามองว่าเศรษฐกิจยุโรปจะชะลอลงมากขึ้นและเข้าสู่ภาวะถดถอยในครึ่งปีหลัง เช่นเดียวกับสหรัฐที่จะเข้าสู่ภาวะหดตัวในไตรมาส 4 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโลกในปีนี้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค. ชะลอลงในแทบทุกภาคส่วน โดยรายได้เกษตรกรชะลอตัวลงมาก จากราคาสินค้าเกษตรหดตัวมาก โดยเฉพาะทุเรียน ยาง ปาล์มน้ำมัน ภาคอุตสาหกรรมลดลงมากตามการส่งออก บริการ แม้การท่องเที่ยวดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว แต่กิจกรรมในภาคการค้าและการขนส่งลดลง จากปัญหาหมอกควัน และการส่งออกที่ลดลง ขณะที่ภาคการเงินปรับลดลงตาม ปริมาณสินเชื่อที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นและสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ การบริโภคทรงตัว โดยการใช้จ่ายหมวดบริการเพิ่มขึ้นตามนักท่องเที่ยว ขณะที่การใช้จ่ายหมวด สินค้าคงทนปรับลดลงตามยอดจำหน่ายรถยนตนั่งส่วนบุคคล การลงทุนลดลงทั้งหมวดเครื่องจักรตามการผลิตภาคอุตสาหกรรม และหมวดก่อสร้างจากต้นทุนการผลิตและการเงินที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อลดลง นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน หลังทางการจีนอนุญาตให้กรุ๊ปทัวร์เดินทางมาไทยได้ แต่บางสัญชาติลดลง ส่งออกลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ภาคการผลิตหดตัวลงเช่นกัน |
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro making sense 230502_T
