INVX Macro Making Sense - 3 เม.ย. 2566

บทสรุป
เงินเฟ้อในสหรัฐและยุโรปเริ่มชะลอลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยในสหรัฐ ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE Inflation) เพิ่มขึ้น 5% ต่อปีในเดือน ก.พ. ลดลงจาก 5.3% ในเดือนก่อน ดัชนีราคา PCE ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 4.6% ต่อปีในเดือน ก.พ. ลดลงจาก 4.7% ในเดือนก่อนหน้า ด้านเงินเฟ้อผู้บริโภคในยูโรโซนในเดือน มี.ค. อยู่ที่ 6.9% ต่อปีลดลงจาก 8.5% ในเดือนก่อน และต ่าสุดในรอบปีรวมถึงต ่ากว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 7.1% ต่อปีเงินเฟ้อที่ลดลง เป็นผลจากฐานสูง โดยราคาพลังงาน ซึ่งพุ่งขึ้นในเดือน มี.ค. ปีที่แล้วหลังรัสเซียบุกยูเครน แต่ลดลงหลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นเป็น 5.7% จาก 5.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ 2001 ซึ่งเรา วิเคราะห์ว่า (1) ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐและเงินเฟ้อของยุโรปชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ในกรณีของสหรัฐ เราเชื่อว่า Fed น่าจะยังขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างน้อย อีก 25 bps (2) ในกรณีของยุโรป แม้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะลดลงมากจากประเด็นด้านฐาน แต่เงินเฟ้อเริ่มฝังตัวเข้าสู่เศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ท าให้ECB จึงยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่าง ต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่ 3.00% และ (3) การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และ ECB จะท าให้ความเปราะบางภาคการเงินสหรัฐและยุโรปมีมากขึ้น และน าไปสู่ความเสี่ยงภาคการเงิน และ/หรือ การ ที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจากการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง
ตัวเลข PMI ของทางการจีนบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวจากการใช้จ่ายและก่อสร้าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่ประกาศโดยทางการจีนลดลง ขณะที่กิจกรรมภาคบริการ เพิ่มขึ้น โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ลดลงเหลือ 51.9 จาก 52.6 ในเดือน ก.พ. แต่ยังคงอยู่แดนบวก ขณะที่มาตรวัดกิจกรรมที่ไม่ใช่ภาคการผลิต ทั้งในภาคบริการและภาคการก่อสร้าง (Non-Manufacturing PMI) พุ่งขึ้นเป็น 58.2 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2011 เราวิเคราะห์ว่า สัญญาณของ PMI ที่ ฟื้นขึ้น บ่งขี้ถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นในเดือน มี.ค. อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามตัวเลขภาคเศรษฐกิจจริงประกอบด้วย ทั้งนี้หาก Momentum ของเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นจริง จะ ทำให้ตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือน มี.ค. น่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยส าคัญ ซึ่งจะเป็นบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงชะลอตัว แต่เมื่อเทียบเดือนก่อนเริ่มฟื้นขึ้น โดยภาคการเกษตรขยายตัวดีสุดที่ 13.3% ต่อปี โดยเพิ่มทั้งด้านราคาและผลผลิตสินค้าเกษตร ด้าน ภาคการผลิตที่เริ่มเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังคงหดตัว โดยเป็นผลจากอุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนแอลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และเคมีภัณฑ์ ด้านบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ด้านอุปสงค์ เห็นสัญญาณฟื้นขึ้นแต่ยังคงเปราะบาง โดยภาค การบริโภคฟื้นตัวจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า การลงทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านเครื่องมือเครื่องจักร แต่การลงทุนด้านก่อสร้างยังทรงตัวในระดับต ่า ด้านส่งออกยังคงหดตัวแต่เริ่ม เพิ่มขึ้นในบางสินค้า เช่น รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ และอัญมณีท าให้เรายังคงมองว่าแม้โมเมนตัมเศรษฐกิจไทยจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังคงต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก ที่จะมีผลต่อภาค เศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด
คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro Making Sense 03042023
