INVX Macro Making Sense - 6 ก.พ. 2566

บทสรุป
ตลาดการเงินฟื้นตัวดีขึ้นจาก Fed ที่ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย แต่การจ้างงานสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดในปลายสัปดาห์ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงเกิดคาด ทำให้หุ้นปรับลงและพันธบัตรเด้งขึ้นในปลายสัปดาห์ ด้านโภคภัณฑ์เริ่มชะลอลงชัดเจนขึ้นหลังจากความกังวลเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น
การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.17 แสนตำแหน่งในเดือน ม.ค. สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 1.85 แสนตำแหน่ง อัตราว่างงานลดลงเหลือ 3.4% ต่ำสุดในรอบ 53 ปี รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือน ม.ค. จากปีก่อนหน้า ลดลงจาก 4.8% ในเดือน ธ.ค. แต่รายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์พุ่งสูงขึ้นรุนแรงที่ 4.7% สูงสุดในรอบ 10 เดือน เราวิเคราะห์ว่า ภาพตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะภาคบริการ (ที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่เท่าก่อนวิกฤต Covid) ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLT) ที่ออกมาขยายตัวที่ 11 ล้านตำแหน่ง ซึ่งน่าจะยังเป็นแรงกดดันให้ Fed ยังคงต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจโดยภาพรวม เช่น ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุน หรือแม้แต่ GDP ที่ชะลอต่อเนื่อง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Recession ในระยะต่อไป นอกจากนั้น เป็นไปได้ที่การจ้างงาน non farm ที่เพิ่มขึ้นมากและขัดแย้งกับตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ที่ขยายตัวลดลง บ่งชี้ว่าธุรกิจที่จ้างงานมากน่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจบริการมากกว่า ซึ่งในระยะสั้นยังได้รับประโยชน์จากเงินออมส่วนเกินที่ยังมีอยู่ และผู้คนอาจจะออกมาจับจ่ายในช่วงต้นปี ทำให้มี demand ของแรงงาน Unskilled worker ภาคบริการ แต่ระยะต่อไป เมื่อเศรษฐกิจชะลอมากขึ้น ก็อาจนำมาสู่การปลดคนงานได้เช่นเดียวกัน โดยหากวิเคราะห์เงินออมส่วนเกินของสหรัฐ จะเห็นว่ามีทิศทางลดลงต่อเนื่อง แต่ทรงตัวในเดือนล่าสุด บ่งขี้ว่าประชาชนสหรัฐเริ่มกังวลกับภาพเศรษฐกิจมากขึ้น และเริ่มออมเงินมากขึ้น ภาพเช่นนี้จะทำให้การบริโภคลดลงในระยะถัดไป
เงินเฟ้อจากจีนจะเป็นความเสี่ยงสูงสุดของโลก การฟื้นตัวของจีนทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยเมื่อชาวจีนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการนำเข้าน้ำมันของจีนเพิ่มขึ้นซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกเกือบ 1% ณ สิ้นปี 2023 และอาจทำให้ Fed, ECB และ Bank of England อยู่ในโหมดเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งจากการคำนวณของเรา พบว่า ในปี 2023 การเปิดประเทศของจีนจะทำให้ความต้องการน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5-2.0 mbd ใกล้เคียงกับปริมาณที่ลดลงจากซีกโลกตะวันตกทีประมาณ 2 mbd อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่าความต้องการจีนที่เพิ่มเกินปกติ และ/หรือ ตลาดแรงงานซึกโลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐที่แข็งแกร่ง จะทำให้ความต้องการโลกที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าความต้องการที่ลดลงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งอาจผลักดันให้เงินเฟ้อยืนอยู่ในระดับสูงได้
เศรษฐกิจไทยภาคบริการฟื้นตัวจากการท่องเที่ยว แต่ภาคการผลิตเสี่ยงมากขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ด้านเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากหมวดบริการเป็นสำคัญ แต่มูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัวต่อเนื่อง ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม และเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนลดลง โดยเฉพาะในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุล เงินบาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นรุนแรงจากแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยหลังจีนเปิดประเทศ รวมทั้งดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง แต่ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) แข็งค่าขึ้นรุนแรงกว่า 4% และยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตามการท่องเที่ยวที่ยังดีต่อ
