Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 7 ส.ค. 2566

INVX Macro Making Sense – 7 ส.ค. 2566

สรุปประเด็นเรื่องการจ้างงานสหรัฐลดลง, ธนาคารสหรัฐเข้มงวดด้านสินเชื่อมากขึ้น, Thai GDP Scenario Analysis

  • การจ้างงานสหรัฐลดลงต่ำกว่า 2 แสนตำแหน่ง ค่าจ้างลดลง เพิ่มขึ้น187,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นต่ำกว่าระดับ 200,000 ตำแหน่งเป็นเดือนที่สอง ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 1.95 แสนตำแหน่ง และมีการปรับลดลง (Revise down) 49,000 ตำแหน่งในสองเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 3.5% เรามองว่า ตัวเลขตลาดแรงงานที่ชะลอตัวมีสัญญาณที่น่าสนใจดังนี้ (1) การจ้างงานชะลอลงมากกว่าที่เราคาด และอยู่ในระดับต่ำกว่า 2 แสนตำแหน่งเป็นเดือนที่สอง (2) การจ้างงานที่ชะลอลงเริ่มขยายตัวจากภาคการผลิตเข้าสู่ภาคบริการเพิ่มมากขึ้น บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายที่ชะลอตัว และ (3) อัตราขยายตัวของเงินเฟ้อเข้าสู่ระดับเดียวกับการขยายตัวของค่าจ้างรายสัปดาห์ (ที่ประมาณ 3%) บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปมาจากส่วนของภาคบริการเป็นหลัก และจะลดลงยากมากขึ้น
  • ธนาคารสหรัฐเข้มงวดด้านสินเชื่อมากขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตธนาคาร โดยธนาคารกลางสหรัฐกล่าวว่าธนาคารต่าง ๆ รายงานมาตรฐานการกู้ยืมที่เข้มงวดมากขึ้นและความต้องการสินเชื่อที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่สอง โดยสัดส่วนของธนาคารสหรัฐที่เข้มงวดกับสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 50.8% เพิ่มขึ้นจาก 46% ในไตรมาสแรก เราวิเคราะห์ว่า มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สอดคล้องไปกับสินเชื่อโดยรวมที่ชะลอตัวลงมากขึ้นและสินเชื่ออุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ (Non-revolving consumer loan) เช่นสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าซื้อที่เริ่มหดตัวตั้งแต่วิกฤต Covid และยิ่งเมื่อรวมกับภาพอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี อยู่ที่ 4.04% ขณะที่ 4.77% ทำให้ต้นทุนทางการเงินของทั้งภาคธุรกิจและประชาชนแพงขึ้น กระทบต่อการบริโภคและลงทุนในระยะถัดไป
  • ผลกระทบของปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจไทยและประมาณการเศรษฐกิจในสถานการณ์ต่าง ๆ (Scenario Analysis) (1) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อการเบิกจ่ายงบลงทุน การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลปีนี้ จะเป็นปีแรกการจัดทำงบประมาณจะล่าช้าไปถึง 2-3 ไตรมาส ซึ่งเราคาดการณ์ว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่สามารถทำได้ภายใน 10 เดือน จะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดประมาณ 2.37 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.4% GDP ซึ่งจะทำให้การขยายตัว GDP ลดลงประมาณ -0.07% (percentage point) จากกรณีฐาน (2) การคาดการณ์มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2023 เปรียบเทียบระหว่างของ ธปท., INVX และในอัตราปกติ โดยในปัจจุบัน (ม.ค.-มิ.ย.) มูลค่าการส่งออกของไทย (รูปดอลลาร์สหรัฐ) หดตัว -5.4% YTD และหากการส่งออกในครึ่งปีหลังเป็นไปในทิศทางเดียวกับครึ่งปีแรก ทั้งปีจะหดตัว -5.4% แต่หากการส่งออกในครึ่งปีหลังเป็นไปตามที่เราคาด (หดตัว -2.0%) การส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนจะต้องขยายตัว 1.6% ต่อเดือน ขณะที่่ตามการคาดการณ์ของ ธปท. การส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนจะต้องขยายตัว 5.6% ต่อเดือน (3) ด้วยปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก และการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าและเสี่ยงต่อความรุนแรง ทำให้เราทำประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2023-24 ในกรณีต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (3.1) ในกรณีดีที่สุด GDP ในปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 3.0% และ 3.3% (3.2) ในกรณีฐาน GDP ในปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 2.7% และ 3.0% (3.3) ในกรณีเลวร้าย GDP ในปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 2.7% และ 2.5% และ 3.4) ในกรณีเลวร้ายสุด GDP ในปีหน้าจะขยายตัว 2.7% และ 2.1% ตามลำดับ

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro making sense 230807_T

INVX Macro Making Sense – 7 ส.ค. 2566 | Café Invest