Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 13 ส.ค. 2567 สรุปประเด็นเปรียบเทียบ Black Monday 2024 กับวิกฤตครั้งก่อนหน้า เงินเฟ้อไทย

INVX Macro Making Sense – 13 ส.ค. 2567 สรุปประเด็นเปรียบเทียบ Black Monday 2024 กับวิกฤตครั้งก่อนหน้า เงินเฟ้อไทย

สรุปประเด็นเปรียบเทียบ Black Monday 2024 กับวิกฤตครั้งก่อนหน้า เศรษฐกิจโลกยังห่างไกลจากภาวะถดถอย เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นเกินคาด

เปรียบเทียบ Black Monday 2024 กับวิกฤตครั้งก่อนหน้า

  • - สถานการณ์หุ้นตกรุนแรงในวันศุกร์ที่ 2 - วันจันทร์ที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) นโยบายการเงินที่ผิดพลาด (โดยเฉพาะญี่ปุ่น) (2) กระแสการเก็งกำไรที่มีมากในช่วงก่อนหน้า และ (3) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด (โดยเฉพาะตลาดแรงงาน) ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจนำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจสามารถเปรียบได้กับ 3 สถานการณ์ก่อน คือ (1) สถานการณ์ Black Monday 1987 (2) สถานการณ์ กองทุน Long-Term Capital Management (LTCM) ล้มในปี 1998 (หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง) และ (3) วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 โดยสถานการณ์ครั้งนี้ ดูคล้าย Black Monday 1987 มากที่สุด (แต่เบากว่า)

เศรษฐกิจโลกยังห่างไกลจากภาวะถดถอย

  • - นิตยสาร The Economist ออกบทวิเคราะห์ว่า รายงานการจ้างงานที่อ่อนแอในสหรัฐทำให้เกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐตกต่ำ และแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ
  • - แต่หากวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดพบว่าเศรษฐกิจโลกไม่ตกอยู่ในอันตราย และอาจทำให้ความตื่นตระหนกของตลาดหายไป โดยอาจพิจารณาได้จาก 4 มาตรวัด อันได้แก่ มาตรวัดที่หนึ่ง ตลาดแรงงาน พบว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น แต่วัฏจักรนี้อาจแตกต่างออกไป เพราะเป็นการคลายตัวของตลาดแรงงานที่ตึงตัวเป็นพิเศษในช่วงสิ้นสุดของการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้นายจ้างที่ต้องเผชิญกับภาวะการขาดแคลนแรงงานและความต้องการที่สูงขึ้นมาก มาตรวัดที่สอง อาจวัดได้จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่ในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ ทั่วโลกของประเทศพัฒนาแล้วกำลังไปได้ดี มาตรวัดที่สาม ได้แก่ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจปัจจุบัน (Concurrent economic indicator) ซึ่งโดยรวมยังดีต่อเนื่อง มาตรวัดที่สี่ ได้แก่อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งส่งสัญญาณที่ดีขึ้น โดยมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • - เรามีมุมมองว่า (1) เศรษฐกิจสหรัฐรวมถึงประเทศพัฒนาแล้วในปัจจุบันยังห่างไกลกับสภาวะถดถอย โดยเครื่องชี้ว่าเศรษฐกิจจริงต่าง ๆ เช่น รายได้ประชาชน ตลาดแรงงาน การผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่ง GDP เองยังอยู่ในโซนที่แข็งแกร่ง (2) ในปัจจุบัน ยังไม่มีการเก็งกำไรที่ใช้สถานะกู้ยืมสูง (highly leverage) ที่จะนำไปสู่การปรับสถานะรุนแรง แต่อาจมีนักลงทุนบางส่วนทำธุรกรรม Yen carry trade ทำให้ต้องปรับสถานะ (3) ในปัจจุบันไม่มีความเสี่ยงสภาพคล่อง (Liquidity risk) รวมถึงมีความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic risk) มากเท่าวิกฤตก่อน ๆ อย่างไรก็ตาม อาจต้องจับตามูลค่าของหุ้นกลุ่ม AI ที่ขึ้นมามาก แต่ในปัจจุบันราคาหุ้นที่ลดลง 30% จากระดับสูงสุดในเดือน มิ.ย. ทำให้ตลาดเข้าใกล้ภาวะปกติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูงมายาวนานโดยเฉพาะในสหรัฐอาจนำไปสู่ภาวะผันผวนได้บ้าง ซึ่งการลดดอกเบี้ยของ Fed จะช่วยปรับสมดุลให้กับการลงทุนได้ในระยะต่อไป

เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.83 % สูงกว่าที่เราคาดที่ 0.75%

  • - ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (เงินเฟ้อ) เดือนกรกฎาคม 2567 เท่ากับ 108.71 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.83% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้ากลุ่มอาหาร เรามองว่า เงินเฟ้อไทยในระยะต่อไปจะลดลง แต่ไม่กลับไปติดลบ โดยอาจลดลงในเดือนหน้าจากฐานสูง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือเงินเฟ้อผู้ผลิตเริ่มมีทิศทางชะลอลง (ทั้ง YoY และ MoM) จากวัตถุดิบที่ลดลง (โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ) ผลักดันให้ราคาสินค้ากึ่งสำเร็จรูปลดลง ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคพื้นฐานกลับเริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ประกอบการกังวลว่าจะมีการขึ้นค่าแรงในระยะต่อไป จึงขึ้นราคาสินค้าและบริการไว้ล่วงหน้าหรือไม่

ท่าน สามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก Macro making sense 240813_T