Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 17 ก.ค. 2566

INVX Macro Making Sense – 17 ก.ค. 2566

ประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ 2023-24, สินเชื่ออุปโภคบริโภคสหรัฐโตช้า, พิธายอมถอย

  • INVX ปรับประมาณการเศรษฐกิจเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสหรัฐ 2023-24 โดยรายงานจากนิตยสาร The Economist มองว่า แม้เงินเฟ้อสหรัฐจะชะลอลง แต่ตลาดแรงงานยังคงร้อนแรง กดดันให้ Fed ยังคงขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เรามองว่า เงินเฟ้อในเดือนล่าสุดที่ 3.0% มีองค์ประกอบหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน (โดยมี Contribution to CPI Inflation ถึง 2.8%) ส่วนที่เหลือได้แก่เงินเฟ้อจากค่าจ้างเป็นหลัก (ประมาณ 0.2-0.3%) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ แม้มีแนวโน้มลดลงต่อ แต่ก็ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เราคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในช่วงที่ เหลือของปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3% และด้วยเงินเฟ้อที่ชะลอตัวกว่าคาด แต่จะคงอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปี ขณะที่ Fed ส่งสัญญาณแรงกล้าว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อ ทำให้เราปรับประมาณการว่าดอกเบี้ยจะขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้ และคงไปจนถึงเดือน พ.ย. ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นบวกมากขึ้น โดยขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกันกับก่อนวิกฤตการณ์การเงินโลก กดดันเศรษฐกิจในระยะต่อไป ส่วนในปี 2024 เรามองว่า (1) นโยบายการเงินที่ตึงตัวยิ่งขึ้นจากดอกเบี้ยที่แท้จริง (ดอกเบี้ยหักด้วยเงินเฟ้อ) ที่อยู่ระดับสูง และ (2) Momentum เศรษฐกิจที่เข้าสู่แดนหดตัว (วัดจาก GDP และตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ยอดค้าปลีก คำสั่งซื้อสินค้าคงทน รวมถึงการจ้างงาน) จะทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยลด 25 bps ทุกการประชุม จนถึงการประชุมเดือน มิ.ย. 2024 ทำให้ดอกเบี้ย Fed Funds Rate ไปอยู่ที่ 3.8% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024
  • สินเชื่ออุปโภคบริโภคในสหรัฐเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2020 เรามองว่า ความตึงตัวทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจะกดดันให้การใช้จ่ายและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอลงในระยะถัดไป และยิ่งเมื่อรวมกับเงินออมส่วนเกินที่กำลังจะหมดลง ท่ามกลางภาคการผลิตและภาคบริการที่กำลังจะชะลอแรงขึ้นในระยะต่อไป จะเป็นส่วนทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยในปลายปีนี้ต่อเนื่องไปต้นปีหน้า
  • "พิธา" ยอมถอย พร้อมเปิดทางหากตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ด้านธุรกิจบริหารแผนฉุกเฉิน รับมือม็อบ โดย "พิธา" โพสต์คลิปขอบคุณประชาชน-รัฐสภา 324 เสียงโหวตนายก ประกาศเปิดแคมเปญแก้ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว. ควบคู่สมรภูมิโหวตนายก ลั่นถ้าก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางให้เพื่อไทย เรามองว่า (1) ยังคงต้องจับตา ว่าการประกาศจัดการลงมติให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 19 ก.ค. จะสามารถทำได้หรือไม่ โดยการจะอนุญาตให้สมาชิกรัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานรัฐสภาเป็นสำคัญ (2) หากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่สองนั้น นายพิธาไม่ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นไปได้ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแกนนำการจัดตั้งรัฐบาลจากก้าวไกลเป็นเพื่อไทย (3) ต้องติดตามว่า ส.ว. จะเห็นชอบกับการเปลี่ยนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากก้าวไกลเป็นเพื่อไทยหรือไม่ (4) หากเพื่อไทย จะเปลี่ยนขั้วทางการเมือง โดยหันมาร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรครัฐบาลปัจจุบัน อาจไม่สามารถทำได้โดยง่าย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจำเป็นจะต้องทอดเวลาออกไปจนกระทั่งประชาชนรู้สึกว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้จะเป็นรัฐบาลขั้วผสมก็ตาม และ (5) เราจึงยังคงยืนมุมมองเดิมว่า รัฐบาลใหม่จะสามารถบริหารราชการได้ในเดือน ก.ย.-ต.ค. ล่าช้ากว่า Timeline ของ กกต. ในเดือน ส.ค. ซึ่งจะยิ่งกระทบต่อการเบิกจ่ายภาครัฐและการบริหารราชการแผ่นดิน

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro making sense 230717_T

INVX Macro Making Sense – 17 ก.ค. 2566 | Café Invest