Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense – 24 ก.ค. 2566

INVX Macro Making Sense – 24 ก.ค. 2566

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง, ดอลลาร์อาจแข็งค่า, ธปท. ไม่ต่ออายุแก้หนี้ช่วยเอสเอ็มอี

  • ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. ขณะที่ The Economist มองว่าเศรษฐกิจโลกยังเสี่ยงถดถอย ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของ Conference Board ที่ใช้วัดวัฏจักรธุรกิจของสหรัฐฯ ลดลงอีกครั้งในเดือน มิ.ย. นับเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน ขณะที่บทวิเคราะห์ของ The Economist มองว่า เศรษฐกิจโลกยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ Soft Landing เนื่องจากความเสี่ยง 3 ประการ ได้แก่ (1) นโยบายการเงินที่จะยังตึงตัวต่อเนื่อง (2) ตลาดแรงงานที่จะมีปัญหามากขึ้น และ (3) เศรษฐกิจในภาคส่วนอื่น ๆ ของโลกยังมีความเสี่ยง ขณะที่เราวิเคราะห์ว่า (1) เงินเฟ้อสหรัฐจะไม่สามารถลดลงได้รวดเร็วอีกในระยะต่อไป เนื่องจากองค์ประกอบของเงินเฟ้อในปัจจุบัน (อันได้แก่ ค่าเช่าและค่าจ้าง) มีความหนืดมากกว่าในอดีต และตอบสนองต่อการปรับลดลงของราคาโภคภัณฑ์ได้ยากกว่า ซึ่งจะทำให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานขึ้น (2) ดอกเบี้ยระดับสูง และสภาพคล่องในภาคเศรษฐกิจจริง (ประชาชนและภาคธุรกิจ) ที่ตึงตัวขึ้นจากดอกเบี้ยในระดับสูงจะกดดันกำลังซื้อ พร้อม ๆ กับเงินออมส่วนเกินที่หมดลง ซึ่งจะทำให้ยอดขายลดลง และทำให้ธุรกิจต้องเริ่มปรับลดคนงานลง ทำให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น (3) นโยบายการเงินที่ยังตึงตัวทั่วโลก ประกอบกับเศรษฐกิจสำคัญอย่างจีนที่ชะลอลงเกินคาดจากภาวะเงินฝืด จะกดดันให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรงขึ้นในครึ่งหลังของปี
  • ดอลลาร์ไม่น่าจะอ่อนค่าได้ต่อเนื่อง บทวิเคราะห์ของ The Economist ระบุว่าแม้ว่าดอลลาร์จะยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่เป็นไปได้ว่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเป็นเพียงชั่วคราวก่อนที่จะแข็งได้ใหม่ ขณะที่เรามองว่า เงินดอลลาร์ไม่น่าจะอ่อนค่าลงได้มากนักจากปัจจุบัน เนื่องจากเงินเฟ้อที่อื่น ๆ ก็เริ่มมีทิศทางชะลอลงเช่นกัน ทำให้นโยบายการเงินไม่น่าจะแตกต่างกันมากนักจนกว่า Fed เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ขณะที่ ธปท. อาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีกเพียงครั้งเดียวก่อนเศรษฐกิจจะชะลอลงมากขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าเป็นไปได้ที่บาทจะอ่อนค่าลงในระดับปัจจุบันในไตรมาส 3 ก่อนจะฟื้นขึ้นในไตรมาส 4 ทำให้ค่าเงินบาททั้งปีอยู่ที่ประมาณ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
  • หอการค้าตั้งเรื่องชง ธปท. ต่ออายุแก้หนี้ช่วยเอสเอ็มอี คณะทำงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะทำงานย่อย ของหอการค้าฯ ถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปลดมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ “ฟ้า-ส้ม” ในสิ้นปี 2566 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อลูกหนี้เอสเอ็มอี ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้กลายเป็นหนี้เสีย ขณะที่ธปท.ยังไม่มีแนวคิดที่จะต่อมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ (มาตรการฟ้า-ส้ม) ที่จะครบอายุภายในสิ้นปี 2566 เนื่องจาก ธปท.กำลังปรับนโยบายเข้าสู่ภาวะปกติ (normalize) และมีมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนที่จะทยอยมีผลบังคับใช้ออกมาเพิ่มเติม ขณะที่เราวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/23 ต่อเนื่องไตรมาส 1/24 มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวมากขึ้นจากภาคธุรกิจและประชาชนที่มีภาระหนี้ ต้องกันเงินไว้เพื่อเตรียมจ่ายหนี้ในระยะต่อไป ทำให้กระทบการบริโภคและลงทุนมากขึ้น

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม Macro making sense 230724_T

INVX Macro Making Sense – 24 ก.ค. 2566 | Café Invest