Café Invest
Research

INVX Stock Note - NER

INVX Stock Note - NER

ก่อนไปคิดอะไร

- บริษัทมองผลการดำเนินงาน 2H67 อย่างไร หลัง 2Q67 NER มีกำไรสุทธิ 479 ลบ. แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ (ขาดทุนยังไม่เกิดขึ้นจากวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์และ Fx) 13 ลบ. จะมีกำไรปกติ 492 ลบ. หดตัว 3.3%YoY สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่หดตัว 11.4%YoY โดยแม้ราคาขายยางเฉลี่ยจะอยู่ที่ 64.23 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 27%YoY แต่ถูกหักล้างหมดจากปริมาณขายยางที่ต่ำเพียง 9.05 หมื่นตัน ลดลง 30%YoY อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงเป็น 12.4% จาก 12.9% ใน 2Q66 หลังมีสัดส่วนยอดขายในประเทศซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 81% จาก 61% ของยอดขายรวมใน 2Q66 ขณะที่กำไรปกติที่เพิ่มขึ้น 3.5%QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจาก 11.6% ใน 1Q67 หลังราคาขายสูงขึ้น 13%QoQ แต่ยังใช้ต้นทุนยางเฉลี่ยซึ่งไม่ได้ขยับขึ้นตามราคาซื้อที่สูงขึ้น และมี SG&A/Sales ลดเป็น 1.9% จาก 2.3% ใน 1Q67 หลังมีสัดส่วนยอดขายต่างประเทศลดลง

หลังไปได้อะไร

- NER มีการปรับเป้าปริมาณขายยางปีนี้ลงจากต้นปีที่ตั้งเป้าไว้ 5.1 แสนตัน เหลือเพียง 4.4 แสนตัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอุปทานยางที่ออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีก่อนจากปรากฎการณ์เอลนีโญ อย่างไรก็ดีคาดรายได้ปีนี้จะแตะระดับ 2.85 หมื่นลบ. เติบโต 14%YoY ปัจจัยหนุนจากราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วน2H67 คาดผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้น HoH จากเข้าสู่ High Season ซึ่งจะมีปริมาณขายยางที่เพิ่มขึ้นและราคาขายยางยังทรงตัวสูง โดย 3Q-4Q67 คาดมีปริมาณขายยางอย่างน้อยแตะระดับ 1 แสนตัน ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าครอบคลุมถึง 4Q67 แล้ว

- บริษัทมีแผนส่งออกยาง EUDR ล็อตแรกให้ลูกค้าจีนในเดือน ก.ย. นี้ราว 1-2 พันตัน และตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะส่งออกยาง EUDR ได้ราว 4-5 พันตัน ทั้งนี้ล่าสุดมาร์จิ้นของยาง EUDR ปรับตัวลงมาใกล้เคียงกับยางปกติ ส่วนแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ยังคงชะลอออกไปก่อนเพื่อดูความเสี่ยงจากอุปทานยางที่มีแนวโน้มลดลงแต่มีบริษัทหลายรายเตรียมสร้างโรงงานผลิตยางในไทยเพิ่ม

ความเห็นและกลยุทธ์การลงทุน

- 1H67 คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปี และเราคาด 3Q67 กำไรจะเติบโต YoY และ QoQ ปัจจัยหนุนจากราคาขายยางที่สูงขึ้น YoY และ QoQ เพราะมีสัญญาขายบางส่วนใช้ราคายางช่วง 4Q66-2Q67 ซึ่งราคายางปรับขึ้นแรง อย่างไรก็ดี 4Q67 มองมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามจาก 1) ราคายางที่ทยอยปรับลงจากจุดสูงสุดของปีนี้ หลังอุปทานเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นจากเข้าสู่ฤดูกรีดยาง (ล่าสุดราคายางแท่งลดลง 13% จากจุดสูงสุด มิ.ย. และยางแผ่นรมควันลดลง 18% จากจุดสูงสุด มี.ค.) 2) อุปสงค์ยางมีแนวโน้มชะลอตัวตามยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจาก ศก. ซบเซา โดยเฉพาะจีน (ล่าสุดจีนเผยยอดขายรถยนต์ ก.ค. ลดลง 2.8%YoY ส่วนไทยมียอดขายรถยนต์ในประเทศและยอดส่งออก 1H67 ลดลง 24.2%YoY และ 1.8%YoY ตามลำดับ) และ 3) ต้นทุนยางเฉลี่ยจะเริ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันมาร์จิ้นให้อ่อนตัวลง ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณการเดิม โดยคาดปี 2567 NER มีกำไรปกติ 1,754 ลบ. เพิ่มขึ้น 13.5%YoY

- เนื่องจากราคาหุ้น NER ปรับลงกว่า 20% จากที่เราเริ่มต้นแนะนำให้ขายทำกำไรออกไปก่อน จนทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันกลับมามี Upside 14% จากราคาเป้าหมายปี 2567 ที่หุ้นละ 5.50 บาท (EPS อิงจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากใช้สิทธิแปลงสภาพ NER-W2 ซึ่งมี 308 ล้านหน่วย และกำหนดให้ใช้สิทธิเท่ากัน 4 ครั้งในเวลา 2 ปี พร้อมอิงค่าเฉลี่ย PER ที่ 6.0 เท่าเช่นเดิม) อีกทั้งคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปีนี้หุ้นละ 0.37 บาท คิดเป็น Div. Yield ปีละ 7.7% ซึ่งล่าสุดบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไร 1H67 หุ้นละ 0.05 บาท (XD 23 ส.ค.) คิดเป็น Div. Yield 1% ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนช่วงสั้นจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากเดิม “Underperform” เป็น “Neutral” เพื่อรับเงินปันผล

- ความเสี่ยงสำคัญ คือ ความผันผวนของราคายางพารา, การถดถอยของเศรษฐกิจโลกและจีน, ภาวะภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญอาจกระทบผลผลิต, การแข็งค่าของเงินบาท ส่วนความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การแปรรูปยางอาจก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศและเกิดน้ำเสียได้ อย่างไรก็ดี บริษัทบริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ และมีการติดตามผลต่อเนื่อง

ท่าน สามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก NER_Stock Note 240815_T

INVX Stock Note - NER | Café Invest