JD.com เตรียมลงทุนครั้งใหญ่เพื่อทำให้เครือข่ายโลจิสติกส์เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น โดยตั้งเป้าใช้หุ่นยนต์ 3 ล้านตัว รถไร้คนขับ 1 ล้านคัน และโดรน 100,000 ลำภายใน 5 ปี พร้อมสร้างฐานข้อมูลจากการทำงานจริงมากกว่า 10 ล้านชั่วโมง ขณะเดียวกันบริษัทจับมือ Moore Threads สร้างระบบประมวลผลด้วยชิปจีน 100,000 ตัว สะท้อนว่า JD กำลังยกระดับไปสู่ผู้เล่นสำคัญด้าน AI และหุ่นยนต์ของจีน INVX มอง บวกอย่างระมัดระวังต่อ JD.com จากกำลังซื้อในประเทศจีนที่อ่อนแอ
JD.com เร่งใช้หุ่นยนต์ทั่วเครือข่ายโลจิสติกส์ พร้อมสร้างฐาน AI ด้วยชิปจีน

1) JD.com วางแผนยกระดับโลจิสติกส์สู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
JD.com ประกาศแผนเร่งใช้หุ่นยนต์ในเครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วประเทศจีน โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า JD Logistics ตั้งเป้าจัดหาหุ่นยนต์ 3 ล้านตัว, รถขนส่งไร้คนขับ 1 ล้านคัน และโดรนส่งสินค้า 100,000 ลำ เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่คัดแยก ขนส่ง ไปจนถึงส่งสินค้าถึงปลายทางใช้แรงงานคนน้อยลงอย่างมาก
บริษัทเปิดตัวหุ่นยนต์ตระกูล Wolf Robot สำหรับงานที่ทำซ้ำ ใช้แรงงานสูง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยาก เช่น คลังสินค้าอุณหภูมิต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส รวมถึงระบบจ่ายยาอัตโนมัติและโดรนส่งสินค้า สะท้อนว่า JD ต้องการใช้ระบบอัตโนมัติจริงในงานเชิงพาณิชย์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทดลอง
2) เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาแรงงาน
ปัจจุบัน JD และบริษัทในเครือมีพนักงานด้านจัดส่งและโลจิสติกส์รวมประมาณ 700,000 คน การนำหุ่นยนต์เข้ามาจำนวนมากจึงมีศักยภาพช่วยลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความเร็วในการจัดส่ง และทำให้ระบบคลังสินค้าสามารถดำเนินงานต่อเนื่องได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม JD ระบุว่าจะไม่เน้นลดคนเพียงอย่างเดียว แต่มีแผนฝึกพนักงานเดิมให้ย้ายไปทำงานด้านเทคนิค เช่น การตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และดูแลหุ่นยนต์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านแรงงานพร้อมกับสร้างบุคลากรสำหรับระบบอัตโนมัติในระยะยาว
3) จุดได้เปรียบของ JD คือข้อมูลจากการทำงานจริงจำนวนมหาศาล
สิ่งที่ JD มองว่าเป็นความได้เปรียบสำคัญไม่ได้มีเพียงตัวหุ่นยนต์ แต่คือ ข้อมูลจากการทำงานจริง ซึ่งมีความจำเป็นต่อการฝึก AI ให้สามารถควบคุมเครื่องจักรและหุ่นยนต์ในโลกจริงได้ดีขึ้น ปัจจุบันข้อมูลคุณภาพสูงสำหรับการฝึกระบบลักษณะนี้ทั่วโลกยังมีเพียงประมาณ 500,000 ชั่วโมง เทียบกับความต้องการที่อาจสูงถึงหลายสิบล้านชั่วโมง
JD ตั้งเป้าเก็บข้อมูลการทำงานจริงมากกว่า 10 ล้านชั่วโมง จากเครือข่ายคลังสินค้า ร้านค้าปลีก และร้านขายยา พร้อมสร้างศูนย์ RoboBase มากกว่า 80 แห่งทั่วจีน เพื่อใช้สำหรับวิจัย ทดลองผลิต จัดเตรียมข้อมูล อัปเกรดอุปกรณ์ และซ่อมบำรุงหุ่นยนต์
4) JD จับมือ Moore Threads สร้างระบบประมวลผลจากชิปจีน 100,000 ตัว
เพื่อรองรับการฝึกและใช้งาน AI จำนวนมาก JD ได้ร่วมมือกับ Moore Threads ผู้พัฒนาชิป AI ของจีน เพื่อสร้างกลุ่มระบบประมวลผลที่ใช้ชิปในประเทศรวม 100,000 ตัว สำหรับฝึกแบบจำลอง AI ประมวลผลคำสั่ง และพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถรับรู้และทำงานในสภาพแวดล้อมจริง
ความร่วมมือนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการลงทุนด้านโลจิสติกส์ เพราะสะท้อนว่า JD กำลังสร้างระบบ AI แบบครบวงจร ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การฝึกแบบจำลอง การจำลองสถานการณ์ ไปจนถึงการนำไปใช้จริง ขณะเดียวกันยังสนับสนุนเป้าหมายของจีนในการลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ
5) JD กำลังเปลี่ยนจากบริษัทอีคอมเมิร์ซสู่ผู้ใช้ AI และหุ่นยนต์ขนาดใหญ่
ที่ผ่านมา JD ถูกมองว่าลงทุนด้าน AI ช้ากว่าคู่แข่งอย่าง Alibaba แต่แผนล่าสุดสะท้อนว่าบริษัทกำลังเลือกใช้จุดแข็งที่มีอยู่แล้ว คือเครือข่ายโลจิสติกส์และสินทรัพย์ในโลกจริง เป็นฐานในการพัฒนาหุ่นยนต์และ AI ที่สามารถทำงานจริงได้
หากดำเนินการได้ตามเป้า JD จะมีทั้งข้อมูลจากการทำงานจริงจำนวนมาก ระบบประมวลผลของตนเอง และเครือข่ายสำหรับทดสอบหุ่นยนต์ในขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของจีนด้าน หุ่นยนต์อุตสาหกรรม โลจิสติกส์อัตโนมัติ และ AI ที่เชื่อมกับโลกจริง
สรุปแผนระบบอัตโนมัติของ JD.com
ประเด็น | เป้าหมาย / รายละเอียด | ความสำคัญ |
|---|---|---|
หุ่นยนต์ | 3 ล้านตัว ภายใน 5 ปี | ใช้คัดแยก ขนส่ง และจัดการสินค้า ลดงานที่ทำซ้ำและใช้แรงงานสูง |
รถไร้คนขับ | 1 ล้านคัน | ลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มความสามารถในการส่งสินค้าตลอดวัน |
โดรนส่งสินค้า | 100,000 ลำ | เพิ่มความเร็วและเข้าถึงพื้นที่ที่การขนส่งแบบเดิมทำได้ยาก |
พนักงานโลจิสติกส์ | ปัจจุบันราว 700,000 คน | เปลี่ยนบทบาทบางส่วนจากงานหน้าด่านสู่การดูแลและซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ |
ข้อมูลการทำงานจริง | เป้าหมายมากกว่า 10 ล้านชั่วโมง | ใช้ฝึก AI ให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้แม่นยำขึ้น |
RoboBase | มากกว่า 80 แห่งทั่วจีน | ใช้วิจัย ทดลองผลิต เตรียมข้อมูล อัปเกรด และซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ |
ชิป AI จีน | 100,000 ตัวจาก Moore Threads | สร้างกำลังประมวลผลสำหรับฝึกและใช้งาน AI รวมถึงหุ่นยนต์ |
เป้าหมายระยะยาว | ระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติครบวงจร | ลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเพิ่มแรงงานตามสัดส่วน |
มุมมองของ InnovestX
- INVX มอง บวกอย่างระมัดระวังต่อ JD.com จากแนวโน้ม JD Retail กลับมาเติบโตใน 2H26 อัตรากำไรยังทรงตัว และขาดทุนธุรกิจส่งอาหารเริ่มลดลง ขณะที่การลงทุน AI และระบบอัตโนมัติมีโอกาสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวัง กำลังซื้อในประเทศจีนที่อ่อนแอ ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของสินค้าทั่วไปและเพิ่มการแข่งขันด้านราคา
- ขณะเดียวกันเป็นบวกต่อ Moore Threads และห่วงโซ่อุปทานชิป AI ของจีนจากคำสั่งซื้อระดับ 100,000 ชิป รวมถึงผู้ผลิตหุ่นยนต์ ระบบเซนเซอร์ มอเตอร์ และอุปกรณ์อัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น JD อาจเผชิญแรงกดดันจากเงินลงทุนที่สูง ก่อนที่ประโยชน์ด้านต้นทุนและประสิทธิภาพจะสะท้อนเข้าสู่กำไรอย่างเต็มที่
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

