Jensen Huang มองว่า Cybersecurity มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ถัดไปของ AI เนื่องจาก AI ทำให้ทั้งการโจมตีและการป้องกันเกิดเร็วขึ้น หนุนให้องค์กรเพิ่มการลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นบวกต่อ Palo Alto Networks, CrowdStrike, Fortinet และ Zscaler รวมถึงเป็นแรงหนุนทางอ้อมต่อ Nvidia จากความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น
Jensen Huang มอง Cybersecurity เป็นตลาดใหญ่ถัดไปของ AI

1) Nvidia มอง Cybersecurity เป็นกรณีใช้งาน AI ที่สำคัญถัดไป
· Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ระบุว่า Cybersecurity มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ถัดไปของ AI เนื่องจาก AI กำลังเปลี่ยนวิธีเขียนโปรแกรม และทำให้ทั้งการค้นหาช่องโหว่ การโจมตี และการแก้ไขระบบเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น
· เมื่อ AI สามารถสร้างและแก้โค้ดได้อัตโนมัติ องค์กรจึงต้องลงทุนในระบบป้องกันที่สามารถตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามได้เร็วขึ้นตามไปด้วย
2) AI ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้โจมตีกับผู้ป้องกันเร็วขึ้น
· ในมุมของ Huang ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น แต่คือ รอบเวลาของการโจมตีและการแก้ไขช่องโหว่ที่สั้นลงมาก
· Cybersecurity จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนจากระบบที่พึ่งพามนุษย์ตรวจสอบเป็นหลัก ไปสู่การใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรม ตรวจจับความผิดปกติ และตอบสนองเหตุการณ์แบบอัตโนมัติมากขึ้น
3) เป็นอีกแรงหนุนต่อการใช้งาน AI ในภาคองค์กร
· มุมมองของ Nvidia สะท้อนว่า AI กำลังขยายจากงานสร้างเนื้อหาและผู้ช่วยงาน ไปสู่ระบบสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง
· หากการใช้ AI ใน Cybersecurity เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนความต้องการทั้งซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลเพิ่มเติม สะท้อนว่าการลงทุน AI มีกรณีใช้งานกว้างขึ้นเรื่อยๆ
4) Huang ย้ำว่าการลงทุนของ Nvidia ต้องเห็นอุปสงค์จริงก่อน
· Huang ระบุว่า Nvidia จะลงทุนในบริษัท AI เมื่อเห็น ฐานลูกค้าและอุปสงค์ที่ชัดเจนแล้ว พร้อมปฏิเสธความกังวลว่าการลงทุนของบริษัทอาจทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินภายในอุตสาหกรรม
· เขามองว่า Nvidia มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า และจะเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้จริงมากกว่าการลงทุนเชิงเก็งกำไร
5) Read-across ต่อกลุ่ม Cybersecurity
· มุมมองดังกล่าวเป็น บวกต่อกลุ่ม Cybersecurity ในวงกว้าง เพราะภัยคุกคามที่เกิดเร็วและซับซ้อนขึ้นจะเพิ่มความจำเป็นในการใช้ระบบป้องกันอัตโนมัติ โดยเฉพาะด้าน Network Security, Endpoint Security และ Cloud Security
· ผู้เล่นที่มีแพลตฟอร์มครบวงจร ฐานข้อมูลภัยคุกคามขนาดใหญ่ และฐานลูกค้าองค์กรแข็งแกร่งมีแนวโน้มได้เปรียบ เนื่องจากสามารถนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับ ลดเวลาตอบสนอง และขายบริการเพิ่มเติมให้ลูกค้าเดิมได้ง่ายกว่า
· อย่างไรก็ตาม AI จะเพิ่มการแข่งขันในอุตสาหกรรมเช่นกัน จึงต้องติดตามว่าบริษัทใดสามารถเปลี่ยนการใช้งาน AI ให้เป็นรายได้ใหม่ได้จริง โดยไม่กดดันอัตรากำไร
มุมมอง InnovestX
· มองเป็น บวกต่อ Palo Alto Networks, CrowdStrike, Fortinet และ Zscaler จากแนวโน้มที่องค์กรต้องเพิ่มงบ Cybersecurity เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เกิดเร็วและซับซ้อนขึ้นจาก AI โดยให้น้ำหนักกับผู้เล่นที่มีแพลตฟอร์มครบวงจรและฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ขณะที่ Nvidia ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากความต้องการประมวลผล AI ที่ขยายไปสู่งานด้านความปลอดภัยมากขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

