Café Invest
Research

KBANK – 1Q66: ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2566 เพราะ NIM และ ECL – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 146 บาท)

KBANK – 1Q66: ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2566 เพราะ NIM และ ECL – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 146 บาท)

1726101404376-245265ed640e98ddb1cbdd4c8822e30d8c0b673603f677e69921f2abd80502f4-rildlmtvtd0.jpg

ผลประกอบการ 1Q66 ของ KBANK สะท้อนถึง NPL ที่ลดลงจากการตัดหนี้สูญและขาย NPL, credit cost ที่ลดลง QoQ พร้อมกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) สำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ 1 ราย, สินเชื่อที่หดตัวลง QoQ, NIM ที่หดตัวลงมากกว่าคาด, non-NII ที่ลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง เราให้เรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ KBANK ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลงสู่ 146 บาท เนื่องจากเราปรับประมาณการกำไรปี 2566 ลดลง 6% จากการปรับประมาณการ NIM และ ECL

1Q66: กำไรตามคาด KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q66 จำนวน 1.07 หมื่นลบ. (+237% QoQ, -4% YoY) เป็นไปตามที่ INVX และ consensus คาด NIM ที่แย่กว่าคาดถูกชดเชยด้วยกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่มากกว่าคาด

รายการสำคัญ:

  • คุณภาพสินทรัพย์: NPL ลดลง 4.9 พันลบ. หรือ 5% QoQ จากการตัดหนี้สูญ (1 พันลบ.) และขาย NPL (3.6 หมื่นลบ. อิงกับจำนวนเงินที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี) credit cost ลดลง 163 bps QoQ จากระดับที่ทำสถิติสูงสุดที่ 3.68% ใน 4Q65 สู่ 2.05% LLR coverage เพิ่มขึ้นจาก 144% ณ 4Q65 สู่ 146% ทั้งนี้ใน 1Q66 KBANK ได้ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และใช้ management overlay LLR เพื่อรองรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่รายหนึ่งที่คุณภาพหนี้มีสัญญาณความเสื่อมถอย โดยครอบคลุมราว 90% ของสินเชื่อดังกล่าว ดังนั้นสัดส่วน management overlay LLR จึงลดลงจาก 20% สู่ 15% ของ LLR ทั้งหมด KBANK คาดว่า credit cost ปี 2566 มีแนวโน้มที่จะเป็นตัวเลขด้านสูงของเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ที่ 1.75-2% และอาจจะสูงกว่าเป้าเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 2.1% เราปรับประมาณการ credit cost ปี 2566 เพิ่มขึ้น 5 bps สู่ 2.1%
  • การเติบโตของสินเชื่อ: -1% QoQ, ทรงตัว YoY สินเชื่อ YTD ลดลงจากสินเชื่อ SME สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล และจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
  • NIM: แย่กว่าคาด โดย -16 bps QoQ เนื่องจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30 bps QoQ มากกว่าผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น 6 bps QoQ ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด และน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะธนาคารใช้นโยบายการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่เข้มงวดขึ้น เราปรับประมาณการ NIM ปี 2566 ลดลง 5 bps เพื่อสะท้อนการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่เข้มงวดขึ้น
  • Non-NII: ดีกว่าคาด โดย -11% QoQ (+31% YoY) โดยเกิดจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 4% QoQ (-8% YoY)
  • อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -32 bps QoQ เพราะปัจจัยฤดูกาล, -39 bps YoY เพราะรายได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้น (ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงานจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว)

ปรับประมาณการกำไรลดลง เราปรับประมาณการกำไรปี 2566 ลดลง 6% เราคาดว่ากำไรปี 2566 จะเติบโต 8% โดยได้รับการสนับสนุนจากสินเชื่อที่เติบโต 5% NIM ที่ขยายตัว 16 bps รวมถึง credit cost, non-NII และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ในระดับทรงตัว เราคาดว่ากำไร 2Q66 จะลดลงเล็กน้อย QoQ (ตั้งสำรองสูงขึ้น และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินลดลง) และ YoY (ตั้งสำรองสูงขึ้น)

คงเรทติ้ง NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลง เรายังคงเรทติ้ง NEUTRAL สำหรับ KBANK ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลงจาก 163 บาท สู่ 146 บาท (PBV 0.65 เท่า หรือ PE 8.8 เท่า สำหรับปี 2566)

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และ 2) ผลกระทบจาก Fintech

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม KBANK230424_T