Café Invest
Research

KKP – 1Q66: ขาดทุนจากการขายรถยึดมากกว่าคาด – OUTPERFORM (ราคาเป้าหมาย 75 บาท)

KKP – 1Q66: ขาดทุนจากการขายรถยึดมากกว่าคาด – OUTPERFORM (ราคาเป้าหมาย 75 บาท)

1726086573053-c379cffea8f6776945ade4a12f6a3b294851c707bee3faf80154a4f653f00569-n2fgwyoblst.jpg

ผลประกอบการ 1Q66 ของ KKP สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัว แต่มีขาดทุนจากการขายรถยึดมากขึ้น สินเชื่อที่เติบโตปานกลาง NIM ที่แคบลง non-NII ที่ลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากกรณีหุ้น MORE เหมือนในไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์รอการขาย เรายังคงเรทติ้ง OUTPERFORM สำหรับ KKP ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลงสู่ 75 บาท เพื่อสะท้อนขาดทุนจากการขายรถยึดที่มากกว่าคาด

1Q66: ขาดทุนจากการขายรถยึดที่มากกว่าคาดถูกชดเชยด้วยกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียว KKP รายงานกำไรสุทธิ 1Q66 จำนวน 2.1 พันลบ. (+46% QoQ, +1% YoY) เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ แต่สูงกว่า consensus คาดอยู่ 10% ขาดทุนจากการขายรถยึดที่มากกว่าคาดถูกชดเชยด้วยกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์รอการขาย

รายการสำคัญ:

  • คุณภาพสินทรัพย์: NPL เพิ่มขึ้น 5% QoQ โดยส่วนใหญ่เกิดจากสินเชื่อเช่าซื้อ credit cost ที่รวมขาดทุนจากการขายรถยึด ลดลง 64 bps QoQ สู่ 32% (+66 bps YoY) จากปัจจัยฤดูกาล พร้อมกับขาดทุนจากการขายรถยึดที่มากกว่าคาด (+70% QoQ) LLR coverage ลดลงจาก 153% ณ 4Q65 สู่ 151% เราปรับประมาณการ credit cost ปี 2566 เพิ่มขึ้น 6 bps สู่ 2.21% เนื่องจากเราปรับประมาณการขาดทุนจากการขายรถยึดเพิ่มขึ้น 33% สู่ 4 พันลบ. เทียบกับ 1.1 พันลบ. ใน 1Q66 และ 1.54 พันลบ. ในปี 2565
  • การเติบโตของสินเชื่อ: +3% QoQ, +17% YoY การเติบโตของสินเชื่อได้แรงหนุนจากสินเชื่อทุกกลุ่ม: สินเชื่อรายย่อย (+3% QoQ, +20% YoY) สินเชื่อบรรษัท (+6% QoQ, +12% YoY) และสินเชื่อ SME (+1% QoQ, +10%)
  • NIM: -34 bps QoQ เนื่องจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37 bps QoQ (ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ เพิ่มขึ้น 23 bps สู่อัตราปกติที่ 0.46%) ขณะที่ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง 1 bps QoQ
  • Non-NII: -34% QoQ (-20% YoY) หลักๆ เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (-18% QoQ, -14% YoY) และรายได้อื่น (-93% QoQ, +52% YoY) ที่ลดลง
  • อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -480 bps QoQ (ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวน 708 ลบ. จากกรณีหุ้น MORE เหมือนในไตรมาสก่อนหน้า) +120 bps YoY สู่ 39.78% (รายได้ลดลง)

ปรับประมาณการกำไรปี 2566 ลดลงจากการปรับประมาณการ credit cost และ NIM เราปรับประมาณการกำไรปี 2566 ลดลง 4% หลักๆ เกิดจากขาดทุนจากการขายรถยึด เราคาดว่ากำไรปี 2566 จะเพิ่มขึ้น 4% โดยเกิดจากสินเชื่อที่เติบโต 13% NIM ที่ลดลง 12 bps credit cost ที่เพิ่มขึ้น 27 bps non-NII ที่ลดลง 2% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวน 708 ลบ. จากกรณีหุ้น MORE เกิดขึ้นอีก

คงเรทติ้ง OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลง เรายังคงเรทติ้ง OUTPERFORM สำหรับ KKP ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลดลงจาก 81 บาท สู่ 75 บาท (1 เท่าของประมาณการ BVPS ปี 2566) เพื่อสะท้อนขาดทุนจากการขายรถยึดที่มากกว่าคาด

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2) การขยายสินเชื่อได้ช้ากว่าคาดเนื่องจากความต้องการสินเชื่อชะลอตัวและการแข่งขันสูง และ 3) ผลกระทบจาก Fintech

PDF อ่านเพิ่มเติม KKP230424_T