สรุปคำแนะนำการลงทุนประจำวันที่ 4 - 8 พ.ค. 2026
มุมมองรายสินทรัพย์ประจำสัปดาห์
ตราสารทุน
เราประเมินว่าหลังตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวแรงในช่วงที่ผ่านมาทำให้ในระยะสั้นราคาหุ้นมีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักตัว เนื่องจากราคาหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการคลี่คลายสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านไปมากแล้ว ขณะที่ความเสี่ยงด้านพลังงานยังไม่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์ โดยราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากการปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งสร้างความกังวลเงินเฟ้อ และ sentiment การลงทุนในระยะถัดไป ดังนั้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงเชิง tactical ผ่านการทยอยขายทำกำไรบางส่วนในกลุ่มที่ปรับขึ้นแรง และเพิ่มความระมัดระวังต่อการไล่ราคาหุ้นในช่วงที่ตลาดเริ่มมีสัญญาณตึงตัวทางเทคนิค โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นพลังงานแห่งอนาคต เช่น Nuclear และ Grid ขณะเดียวกัน สำหรับระยะสั้น เราแนะลงทุนหุ้นจีน A-Shares จาก valuation เมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตที่น่าสนใจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการกระจายการลงทุน
ตราสารหนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนในการเจรจา และราคาพลังงานที่ปรับตัวเป็นขาขึ้น ด้านการประชุม FOMC แม้จะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ยังระบุถึงเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น เรามองว่าตราสารหนี้ระยะยาวยังมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น และยังคงแนะนำให้ถือตราสารหนี้ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี
สินทรัพย์ทางเลือก
ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่กลับมาปรับขึ้นเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อแรงขายทองคำและทำให้ราคามีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนมากขึ้นในระยะถัดไป เราประเมินว่าโซนแนวรับบริเวณ $4,500 ต่อออนซ์ ยังเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะแรงซื้อของธนาคารกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยจำกัด downside ของราคา และเป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มทองคำในระยะถัดไป
ด้าน REITs ไทย และ Global REITs มีโอกาสถูกกดดันจาก Bond Yield ที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

