ผลประกอบการล่าสุดของ BAE Systems, Leonardo และ L3Harris ออกมาดีกว่าคาด หนุนจากการปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหมเชิงโครงสร้างของ NATO และการเร่งฟื้นฟูคลังอาวุธผ่านความต้องการเครื่องบินรบ ยานเกราะ อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ และระบบขีปนาวุธ ส่งผลให้บริษัทในยุโรปอย่าง BAE และ Leonardo ปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ขึ้น ขณะที่ Lockheed Martin ได้รับกรอบสัญญาใหม่ระยะยาวมูลค่าสูงสำหรับ PAC-3 MSE และ THAAD เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับอุปสงค์ยุคใหม่ โดย INVX ประเมินว่าบริษัทกลาโหมที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มงบกลาโหมได้แก่ RTX, LMT, Thales, Leonardo, BAE Systems ซึ่งจะสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
งบล่าสุดของ LHX, Leonardo และ BAE Systems ดีกว่าคาด ด้าน LMT ได้สัญญาใหม่

1. ภาพรวมอุตสาหกรรม: NATO Spending เปลี่ยนจากเป้าหมายนโยบายสู่คำสั่งซื้อจริง
อุตสาหกรรมกลาโหมกำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตระยะยาว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้มาจากความขัดแย้งระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเชิงโครงสร้างของประเทศสมาชิก NATO เพื่อยกระดับความพร้อมทางทหาร ฟื้นฟูคลังอาวุธ และลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ประเทศในยุโรปจึงเร่งจัดซื้อเครื่องบินรบ เรือรบ ยานเกราะ ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ ระบบต่อต้านโดรน และระบบบัญชาการ ส่งผลให้คำสั่งซื้อกระจายไปยังผู้รับเหมาหลักและผู้ผลิตชิ้นส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การผลักดันให้ประเทศสมาชิก NATO เพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นของ GDP ช่วยเพิ่มความชัดเจนของอุปสงค์ในช่วงหลายปีข้างหน้า ต่างจากรอบการเพิ่มงบประมาณในอดีตที่อาจขึ้นอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า เนื่องจากหลายประเทศจำเป็นต้องลงทุนพร้อมกันทั้งในด้านกำลังพล อาวุธ กระสุน โครงสร้างพื้นฐาน และกำลังการผลิตภายในประเทศ โดย BAE Systems ระบุว่ายอดขายในยุโรปช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ขณะที่บริษัทกำลังรอความชัดเจนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับแนวทางเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NATO
ในสหรัฐฯ การฟื้นฟูคลังขีปนาวุธและระบบสกัดกั้นกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อจากสัญญารายปีเป็นสัญญาหลายปี เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถลงทุนในโรงงาน บุคลากร วัตถุดิบ และผู้ผลิตชิ้นส่วนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสนับสนุน Lockheed Martin ในฐานะผู้ผลิต PAC-3 MSE และ THAAD รวมถึง L3Harris ซึ่งจัดหามอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อน ขณะที่ BAE Systems และ Leonardo ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของยุโรปและการลงทุนเพื่อเสริมความสามารถทางทหารภายใน NATO
2. เปรียบเทียบผลประกอบการรายบริษัท
ภาพรวมผลประกอบการสะท้อนว่า BAE Systems และ Leonardo เริ่มเปลี่ยนแรงหนุนจาก NATO Spending ให้เป็นยอดขาย คำสั่งซื้อ และกำไรอย่างชัดเจน โดยทั้งสองบริษัทมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในยุโรปและผลิตอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการเร่งด่วนของประเทศสมาชิก NATO ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ อิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร เครื่องบินรบ ยานเกราะ กระสุน และขีปนาวุธ
L3Harris ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการฟื้นฟูคลังอาวุธของสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO ผ่านการเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วน PAC-3 MSE และ THAAD แต่คุณภาพกำไรพื้นฐานยังไม่แข็งแกร่ง
2.1 ตารางสรุปผลประกอบการและแรงหนุนจาก NATO Spending
บริษัท | งวดรายงาน | ภาพรวมเทียบคาด | รายได้และกำไร | แรงหนุนจาก NATO Spending | เหตุผลสำคัญ |
|---|---|---|---|---|---|
BAE Systems | 1H26 | ดีกว่าคาด | รายได้ 15.77 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 9% YoY; EBIT พื้นฐานเพิ่มขึ้น 11%; EPS เพิ่มขึ้น 13% | ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของสหราชอาณาจักร ยุโรป และสหรัฐฯ ครอบคลุมเครื่องบินรบ เรือดำน้ำ ยานเกราะ ขีปนาวุธ และกระสุน | การเติบโตกระจายหลายธุรกิจ กระแสเงินสดสูงกว่าคาด และปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี |
Leonardo | 2Q26 | ดีกว่าคาด | รายได้เพิ่มขึ้น 17% YoY; EBITA เพิ่มขึ้น 35%; คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 67% | ได้ประโยชน์จากการเพิ่มงบประมาณของอิตาลีและยุโรป โดยเฉพาะ Defence Electronics, Helicopters, Aeronautics และ MBDA | คำสั่งซื้อและ EBITA สูงกว่าคาด พร้อมเพิ่มเป้าทั้งปี |
L3Harris | 2Q26 | ดีกว่าคาด | รายได้เพิ่มขึ้น 8% YoY; EPS เพิ่มขึ้น 28%; กระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้น 37% | ได้ประโยชน์จากการเพิ่มคลังขีปนาวุธของสหรัฐฯ และพันธมิตร ผ่านมอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อน PAC-3 MSE และ THAAD | รายได้และกำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด แต่กำไรบางส่วนมาจากรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก |
3. BAE Systems: ผู้ได้รับประโยชน์ที่กระจายตัวมากที่สุดจาก NATO Spending
3.1 ภาพรวมผลประกอบการ
BAE Systems รายงานผลประกอบการ 1H26 ดีกว่าคาดในภาพรวม โดยยอดขายอยู่ที่ 15.77 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 9% YoY และสูงกว่าคาดเล็กน้อย กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานอยู่ที่ 1.70 พันล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 11% YoY และตามคาด ขณะที่กำไรต่อหุ้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 13% YoY สู่ 38.9 เพนนี ดีกว่าคาด
มาร์จิ้นจากการดำเนินงานพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 10.8% จาก 10.6% ในปีก่อน โดย Electronic Systems, Platforms & Services, Air และ Cyber & Intelligence มีกำไรดีกว่าคาด ขณะที่ Maritime ต่ำกว่าคาดจากโครงการเรือและเรือดำน้ำรุ่นแรกที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและรับรู้กำไรด้วยมาร์จิ้นต่ำ
แรงหนุนจาก NATO Spending เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในยอดขายของยุโรปที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ในช่วงครึ่งแรกของปี ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งเครื่องบิน Eurofighter Typhoon ยานเกราะ กระสุน ระบบต่อต้านโดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศ นอกจากนี้ การที่ประเทศยุโรปต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ยังสนับสนุนการลงทุนในกำลังผลิตและเทคโนโลยีป้องกันประเทศภายในภูมิภาค
3.2 ตารางผลประกอบการ BAE Systems
รายการ | 1H26 | YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
ยอดขาย | 15.77 พันล้านปอนด์ | +9% | 15.71 พันล้านปอนด์ | ดีกว่าคาด |
EBIT พื้นฐาน | 1.70 พันล้านปอนด์ | +11% | 1.71 พันล้านปอนด์ | ตามคาด |
มาร์จิ้น EBIT พื้นฐาน | 10.8% | +0.2 จุด | — | — |
EPS พื้นฐาน | 38.9 เพนนี | +13% | 36.8 เพนนี | ดีกว่าคาด |
กระแสเงินสดอิสระ | 1.79 พันล้านปอนด์ | พลิกเป็นบวก | ประมาณ 13 ล้านปอนด์ | ดีกว่าคาด |
คำสั่งซื้อใหม่ | 16.4 พันล้านปอนด์ | +24% | — | — |
ยอดคำสั่งซื้อคงค้าง | 84.0 พันล้านปอนด์ | +0.5% | — | — |
3.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO
BAE ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2026 เป็นเติบโต 8–10% จากเดิม 7–9% เพิ่มเป้าการเติบโตของ EBIT พื้นฐานเป็น 10–12% จากเดิม 9–11% และเพิ่มเป้าการเติบโตของ EPS เป็น 11–13% จากเดิม 9–11% พร้อมเพิ่มเป้ากระแสเงินสดอิสระเป็นมากกว่า 2 พันล้านปอนด์
ยอดคำสั่งซื้อคงค้างที่ 84 พันล้านปอนด์ช่วยรองรับรายได้ระยะยาว ขณะที่การเพิ่มงบประมาณของ NATO เปิดโอกาสเพิ่มเติมใน Eurofighter Typhoon, F-35, ขีปนาวุธของ MBDA, ยานเกราะ Hägglunds, ระบบอวกาศ และโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร บริษัทจึงมีความได้เปรียบจากฐานธุรกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศยุโรป
4. Leonardo: ตัวแทนหลักของการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารในยุโรป
4.1 ภาพรวมผลประกอบการ
Leonardo รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าคาด โดยรายได้อยู่ที่ 5.56 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 17% YoY และดีกว่าคาด EBITA อยู่ที่ 499 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 35% YoY และดีกว่าคาด ขณะที่มาร์จิ้น EBITA เพิ่มขึ้นเป็น 9.0% จาก 7.8% ในปีก่อน
คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 67% YoY สู่ 7.26 พันล้านยูโร และดีกว่าคาดอย่างชัดเจน โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก Defence Electronics, Helicopters และ Aeronautics ซึ่งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการเพิ่มงบประมาณของ NATO ทั้งระบบเรดาร์ เซนเซอร์ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบินฝึก เฮลิคอปเตอร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ
4.2 ตารางผลประกอบการ Leonardo
รายการ | 2Q26 | YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 5.56 พันล้านยูโร | +17% | 5.46 พันล้านยูโร | ดีกว่าคาด |
EBITA | 499 ล้านยูโร | +35% | 448.5 ล้านยูโร | ดีกว่าคาด |
มาร์จิ้น EBITA | 9.0% | +1.2 จุด | ประมาณ 8.6–8.7% | ดีกว่าคาด |
กำไรสุทธิ | 241 ล้านยูโร | +94% | 255 ล้านยูโร | ต่ำกว่าคาด |
คำสั่งซื้อใหม่ | 7.26 พันล้านยูโร | +67% | 5.88 พันล้านยูโร | ดีกว่าคาด |
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | ประมาณ 162 ล้านยูโร | ไม่มีข้อมูล | ประมาณ 172 ล้านยูโร | ต่ำกว่าคาด |
4.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO
Leonardo ปรับเพิ่มเป้าคำสั่งซื้อปี 2026 เป็น 28.2 พันล้านยูโร เพิ่มเป้า EBITA เป็น 2.21 พันล้านยูโร และเพิ่มเป้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็น 1.37 พันล้านยูโร ขณะที่คงเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 22.1 พันล้านยูโร
ในระยะกลาง Leonardo มีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายของยุโรปที่ต้องการยกระดับกำลังการผลิตอาวุธภายในภูมิภาค ทั้งผ่านธุรกิจ Defence Electronics การถือหุ้นใน MBDA และ Hensoldt รวมถึงความร่วมมือด้านยานเกราะกับ Rheinmetall และโครงการเครื่องบินรบ GCAP การเพิ่มงบประมาณของ NATO จึงไม่ได้สนับสนุนเพียงรายได้ปัจจุบัน แต่ยังเพิ่มโอกาสในการได้รับโครงการระยะยาว
5. L3Harris: ผู้ได้ประโยชน์ในห่วงโซ่การฟื้นฟูคลังขีปนาวุธ
5.1 ภาพรวมผลประกอบการ
L3Harris รายงานรายได้ 2Q26 ที่ 5.88 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% YoY และดีกว่าคาด กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 3.13 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% YoY และดีกว่าคาด ขณะที่มาร์จิ้นรายส่วนธุรกิจอยู่ที่ 16.0% ตามคาด
ธุรกิจ Missile Solutions มีรายได้เพิ่มขึ้น 14% จากการเพิ่มปริมาณการผลิตและงานพัฒนาขีปนาวุธ แต่มีมาร์จิ้นลดลงเล็กน้อยเป็น 12.3% สะท้อนว่าการเติบโตของคำสั่งซื้อและกำลังผลิตยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นการขยายความสามารถทำกำไรอย่างเต็มที่
5.2 ตารางผลประกอบการ L3Harris
รายการ | 2Q26 | YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 5.88 พันล้านดอลลาร์ | +8% | 5.81 พันล้านดอลลาร์ | ดีกว่าคาด |
กำไรจากการดำเนินงาน | 654 ล้านดอลลาร์ | +15% | — | — |
มาร์จิ้นจากการดำเนินงาน | 11.1% | +0.6 จุด | — | — |
กำไรจากการดำเนินงานรายส่วนธุรกิจ | 942 ล้านดอลลาร์ | +9% | 829–926 ล้านดอลลาร์ | ดีกว่าคาด |
มาร์จิ้นรายส่วนธุรกิจ | 16.0% | +0.1 จุด | 16.0% | ตามคาด |
กำไรต่อหุ้น | 3.13 ดอลลาร์ | +28% | 2.80 ดอลลาร์ | ดีกว่าคาด |
กระแสเงินสดอิสระ | 771 ล้านดอลลาร์ | +37% | 636 ล้านดอลลาร์ | ดีกว่าคาด |
ยอดคำสั่งซื้อคงค้าง | 42 พันล้านดอลลาร์ | +3% | — | — |
5.3 แนวโน้มและแรงหนุนจาก NATO
แม้ L3Harris มีรายได้หลักจากสหรัฐฯ แต่การเพิ่มงบประมาณของ NATO และการฟื้นฟูคลังอาวุธของประเทศพันธมิตรเป็นแรงหนุนทางอ้อม เนื่องจากความต้องการ PAC-3 MSE และ THAAD ที่เพิ่มขึ้นต้องอาศัยมอเตอร์จรวดและระบบขับเคลื่อนจาก L3Harris บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังผลิตชิ้นส่วน Patriot เป็นประมาณ 3 เท่าและระบบขับเคลื่อน THAAD เป็น 4 เท่า
ความต้องการระบบสื่อสารทางทหาร สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และระบบอวกาศจากประเทศ NATO ยังสนับสนุน Communication & Spectrum Dominance และ Space & Mission Systems อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรแยกระหว่างการเติบโตของอุปสงค์กับคุณภาพกำไร เนื่องจากผลประกอบการรอบนี้ได้รับแรงหนุนบางส่วนจากกำไรจากการลงทุนและรายการนอกธุรกิจหลัก
6. Lockheed Martin: ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO
6.1 รายละเอียดสัญญา
Lockheed Martin ได้รับกรอบสัญญาผลิตขีปนาวุธ PAC-3 MSE มูลค่าสูงสุด 58.6 พันล้านดอลลาร์เป็นเวลา 7 ปี โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 600 ลูกต่อปีเป็น 2,000 ลูกต่อปีภายในปี 2030 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับกรอบสัญญา THAAD มูลค่าสูงสุด 35 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 เท่า
ระบบ Patriot เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธแบบหลายชั้น ซึ่งประเทศสมาชิก NATO ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นหลังการใช้งานจริงในยุโรปและตะวันออกกลาง การเพิ่มงบประมาณของ NATO จึงสนับสนุนทั้งคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และโอกาสส่งออกไปยังประเทศพันธมิตร
6.2 ตารางประเด็นสำคัญของ Lockheed Martin
รายการ | รายละเอียด | ผลต่อธุรกิจ |
|---|---|---|
กรอบสัญญา PAC-3 MSE | สูงสุด 58.6 พันล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 7 ปี | เพิ่มความชัดเจนของอุปสงค์ระยะกลาง |
กรอบสัญญา THAAD | สูงสุด 35 พันล้านดอลลาร์ | เพิ่มฐานรายได้ของธุรกิจขีปนาวุธ |
กำลังผลิต PAC-3 ปัจจุบัน | ประมาณ 600 ลูกต่อปี | สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังผลิต |
เป้าหมายปี 2030 | ประมาณ 2,000 ลูกต่อปี | รองรับความต้องการของสหรัฐฯ และ NATO |
แรงหนุนเชิงนโยบาย | การเพิ่มงบประมาณด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ | สนับสนุนคำสั่งซื้อระยะยาว |
ความเสี่ยง | ยังไม่มีการจัดสรรเงินเต็มจำนวน | รายได้จริงอาจต่ำกว่าเพดานสัญญา |
7. Implication ต่ออุตสาหกรรม
NATO Spending เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมกลาโหม เนื่องจากหลายประเทศยังต้องเพิ่มทั้งขนาดคลังอาวุธ ความพร้อมของกองทัพ และกำลังการผลิตภายในภูมิภาค อุตสาหกรรมจึงไม่ได้อาศัยเพียงคำสั่งซื้อทดแทนอาวุธที่ใช้ไป แต่ยังได้ประโยชน์จากการลงทุนสร้างขีดความสามารถใหม่ในระยะหลายปี
กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ ระบบต่อต้านโดรน กระสุน อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ เรดาร์ เซนเซอร์ และระบบบัญชาการ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ NATO ต้องใช้เพื่อสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้นและเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก โดยในสหรัฐฯ เรามองบวกต่อ RTX และ LMT มากที่สุด ส่วนในยุโรปเรามองบวกต่อ Thales, Leonardo และ BAE System
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

