Eli Lilly รายงานงบ 2Q26 ดีกว่าคาดมากจากยอดขาย Mounjaro และ Zepbound ที่แข็งแกร่ง หนุนให้บริษัทปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปี ขณะที่แนวโน้มยังเป็นบวกกว่า Novo Nordisk จากแรงส่งของกำไร การขยายตลาดต่างประเทศ และ Pipeline รุ่นถัดไป แม้ต้องติดตามแรงกดดันด้านราคา ความคุ้มครองประกัน และการเติบโตของ Foundayo
Eli Lilly 2Q26: งบดีกว่าคาดชัดเจน อานิสงส์ Mounjaro–Zepbound และปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปี

Eli Lilly 2Q26: งบดีกว่าคาดชัดเจน อานิสงส์ Mounjaro–Zepbound และปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปี
1) ผลประกอบการ 2Q26
Eli Lilly รายงานผลประกอบการ ดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้เพิ่มขึ้น 48% YoY สู่ 22.97 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 11% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 8.38 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% YoY และสูงกว่าคาดเกือบ 40%
คุณภาพของงบอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เนื่องจากรายได้ที่สูงกว่าคาดส่งผ่านไปสู่กำไรได้มาก สะท้อนความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มยา GLP-1 ที่ดีกว่าตลาดประเมิน แม้ว่าบริษัทจะเผชิญแรงกดดันจากราคาขายจริงที่ลดลงก็ตาม
รายการ | 2Q26 | เติบโต YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | 22.97 พันล้านดอลลาร์ | +48% | 20.59 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 11.6% |
กำไรสุทธิแบบปรับปรุงแล้ว | 7.49 พันล้านดอลลาร์ | +32% | ประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาดมาก |
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว | 8.38 ดอลลาร์ | +33% | ประมาณ 6.01–6.31 ดอลลาร์ | สูงกว่าคาดราว 33–39% |
อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงแล้ว | 86.3% | +1.3 จุด | — | ปรับตัวดีขึ้น |
ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | 3.82 พันล้านดอลลาร์ | +14% | 4.05 พันล้านดอลลาร์ | ต่ำกว่าคาด |
รายได้ Mounjaro | 9.94 พันล้านดอลลาร์ | +91% | 8.83 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 12.6% |
รายได้ Zepbound | 4.93 พันล้านดอลลาร์ | +46% | 4.64 พันล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด 6.3% |
รายได้ Foundayo | 98 ล้านดอลลาร์ | เปิดตัวใหม่ | 92–103 ล้านดอลลาร์ | ใกล้เคียงคาด |
รายได้ Trulicity | 1.22 พันล้านดอลลาร์ | — | 869 ล้านดอลลาร์ | สูงกว่าคาด |
รายได้ Verzenio | 1.47 พันล้านดอลลาร์ | -1% | 1.50 พันล้านดอลลาร์ | ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย |
รายได้ที่เติบโต 48% มาจากปริมาณขายเพิ่มขึ้นถึง 60% ซึ่งชดเชยราคาขายจริงที่ลดลง 13% ได้มากกว่าเพียงพอ โดยรายได้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 33% และรายได้นอกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 80% สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดสหรัฐฯ
2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร
2.1 Mounjaro เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- Mounjaro มีรายได้ 9.94 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 91% YoY และสูงกว่าคาดราว 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยรายได้ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 45% สู่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้นอกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 172% สู่ 5.2 พันล้านดอลลาร์
- แรงหนุนสำคัญมาจากการขยายการเข้าถึงยาในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย รวมถึงการบรรจุ Mounjaro เข้าสู่บัญชียาที่ได้รับการชดเชยของจีน แม้ว่าจะทำให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง แต่ปริมาณการใช้ยาที่เพิ่มขึ้นสามารถชดเชยได้ทั้งหมด
2.2 Zepbound ยังรักษาการเติบโตสูง
- Zepbound มีรายได้ 4.93 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 46% YoY และ 18% QoQ สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 6% จากความต้องการยาลดน้ำหนักที่ยังแข็งแกร่ง แม้บริษัทจะลดราคาสำหรับผู้ป่วยที่ชำระเงินเองและเผชิญแรงกดดันด้านส่วนลดให้ผู้จ่ายเงิน
- Mounjaro และ Zepbound สร้างรายได้รวมเกือบ 14.9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65% ของรายได้รวม สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังพึ่งพากลุ่มยา GLP-1 ค่อนข้างสูง
2.3 ปริมาณขายชดเชยแรงกดดันด้านราคา
- การเติบโตของรายได้เกิดจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 60% ขณะที่ราคาขายจริงลดลง 13% โดยราคาที่ลดลงมาจากการขยายความคุ้มครอง การให้ส่วนลด และการเข้าสู่ระบบชดเชยค่ายาในหลายประเทศ
- อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงแล้วกลับเพิ่มขึ้นเป็น 86.3% จาก 85.0% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงและสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าการลดราคาไม่ได้ทำลายความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสนี้
2.4 ผลิตภัณฑ์อื่นช่วยเสริมผลประกอบการ
- Trulicity และ Jardiance มีรายได้สูงกว่าคาด โดย Jardiance ได้รับเงินตามเงื่อนไขยอดขายจำนวน 250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มภูมิคุ้มกัน มะเร็ง และระบบประสาทมีรายได้เพิ่มขึ้นรวม 121% YoY แม้ฐานรายได้ยังเล็กกว่ากลุ่ม GLP-1
3) แนวโน้มและประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
3.1 ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2026
แนวโน้มปี 2026 | เป้าหมายใหม่ | เป้าหมายเดิม | ตลาดคาด | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 85–87 พันล้านดอลลาร์ | 82–85 พันล้านดอลลาร์ | ประมาณ 85.3–85.5 พันล้านดอลลาร์ | ปรับเพิ่ม |
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 49.0–50.5% | 47.0–48.5% | — | ปรับเพิ่ม |
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว | 35.50–36.50 ดอลลาร์ | 35.50–37.00 ดอลลาร์ | ประมาณ 34.2–35.0 ดอลลาร์ | ช่วงบนลดลง แต่ยังสูงกว่าคาด |
- บริษัทปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปี โดยค่ากลางเพิ่มขึ้นจาก 83.5 พันล้านดอลลาร์เป็น 86 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3% สะท้อนยอดขาย Mounjaro และ Zepbound ที่แข็งแกร่งกว่าคาด
- ในเชิงธุรกิจพื้นฐาน บริษัทเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นประมาณ 2.78 ดอลลาร์ที่ค่ากลาง แต่ประโยชน์ดังกล่าวถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายด้านงานวิจัยและพัฒนาจากการซื้อกิจการจำนวน 3.03 ดอลลาร์ต่อหุ้น จึงทำให้กรอบกำไรต่อหุ้นที่รายงานดูไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายได้
3.2 Foundayo มีแนวโน้มเร่งตัวในครึ่งปีหลัง
- Foundayo ซึ่งเป็นยา GLP-1 แบบรับประทาน ทำรายได้ 98 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกเต็มหลังเปิดตัว ผลประกอบการถือว่าใกล้เคียงคาด แต่ยังไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คู่แข่ง
- ผู้บริหารคาดว่ายอดขายจะเร่งตัวในครึ่งปีหลัง จากการเริ่มได้รับความคุ้มครองผ่าน Medicare การโฆษณาตรงถึงผู้บริโภค และการขยายช่องทางเข้าถึงยา โดยบริษัทมีแผนเปิดตัว Foundayo ในตลาดหลักทั่วโลกในปีถัดไป
3.3 ความต้องการต่างประเทศยังแข็งแกร่ง
- ผู้บริหารระบุว่าความต้องการในจีนและอินเดียมีความแข็งแกร่งและยั่งยืน แม้บางประเทศยังไม่มีระบบประกันครอบคลุมยาเต็มที่ แต่ผู้ป่วยจำนวนมากยินดีชำระค่าใช้จ่ายเอง
- บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดยาลดน้ำหนักและเบาหวานนอกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
3.4 Pipeline ยังสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
- Retatrutide ซึ่งออกฤทธิ์ผ่าน GLP-1, GIP และ glucagon แสดงผลเชิงบวกจากการทดลองระยะที่ 3 ในโรคอ้วน เบาหวาน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และอาการปวดข้อเข่า โดยบริษัทมีแผนยื่นขออนุมัติในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาส 1 ปี 2027
- นอกจากนี้ Eli Lilly ยังลงทุนเพิ่ม 4.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังการผลิตในรัฐอินดีแอนา และเดินหน้าซื้อกิจการเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ในระบบประสาท โรคติดเชื้อ มะเร็ง และการรักษาด้วยยีน
4) เปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม GLP-1
Eli Lilly เทียบกับ Novo Nordisk
ประเด็น | Eli Lilly | Novo Nordisk | มุมมองเปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|
ผลประกอบการล่าสุด | รายได้และกำไรสูงกว่าคาดมาก | ปรับเพิ่มแนวโน้ม แต่ผลิตภัณฑ์บางรายการทำได้เพียงตามคาด | Lilly เด่นกว่า |
ยาฉีดหลัก | Mounjaro และ Zepbound เติบโตสูงกว่าคาด | Wegovy และ Ozempic ยังเป็นผลิตภัณฑ์หลัก | Lilly มีแรงส่งยอดขายมากกว่า |
ยาเม็ด GLP-1 | Foundayo เริ่มต้นใกล้เคียงคาด | Wegovy แบบรับประทานเปิดตัวก่อนและมีขนาดยอดขายมากกว่า | Novo ยังนำในช่วงเริ่มต้น |
ตลาดต่างประเทศ | Mounjaro ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 172% | มีเครือข่ายตลาดกว้างและฐานผู้ใช้เดิมสูง | Lilly กำลังได้ส่วนแบ่ง |
Pipeline รุ่นถัดไป | Retatrutide แบบออกฤทธิ์สามกลไก | มีผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไปหลายรายการ | Lilly มีความแตกต่างเชิงประสิทธิภาพ |
ความสามารถในการทำกำไร | รายได้ที่สูงกว่าคาดส่งผ่านสู่กำไรได้มาก | ตลาดกังวลต่อการเติบโตและแรงกดดันด้านราคา | Lilly มีคุณภาพกำไรดีกว่า |
ปฏิกิริยาของตลาด | หุ้นปรับขึ้นหลังงบ | หุ้น Novo ปรับลงหลังยอดขายยาเม็ดเพียงตามคาด | ความเชื่อมั่นแยกออกชัดเจน |
- ในภาพรวม Eli Lilly มีแรงส่งที่ดีกว่า Novo Nordisk จากยอดขาย Mounjaro และ Zepbound ที่สูงกว่าคาด การเติบโตในตลาดต่างประเทศ และความสามารถในการแปลงรายได้เป็นกำไร ขณะที่ Novo ยังมีข้อได้เปรียบด้านการเปิดตัวยาเม็ด GLP-1 ก่อน โดย Foundayo ของ Lilly มียอดขายเพียงประมาณ 20% ของผลิตภัณฑ์ยาเม็ดคู่แข่งในช่วงเปรียบเทียบเดียวกัน
- อย่างไรก็ตาม การแข่งขันไม่ใช่เพียงเรื่องประสิทธิภาพของยา แต่รวมถึงกำลังการผลิต ช่องทางจัดจำหน่าย ความคุ้มครองจากประกัน ราคา และความสามารถในการรักษาผู้ป่วยให้อยู่ในระบบต่อเนื่อง โดย Eli Lilly มีความได้เปรียบจากการขยายกำลังการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งยาฉีดและยาเม็ด
5) ความเสี่ยง
5.1 ความเสี่ยงด้านราคาและการชดเชยค่ายา
รายได้เติบโตจากปริมาณ แต่ราคาขายจริงลดลง 13% สะท้อนแรงกดดันจากส่วนลด ระบบประกัน และการเข้าสู่บัญชียาที่ได้รับการชดเชย หากราคาลดลงเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดันในอนาคต
5.2 บริษัทประกันและนายจ้างลดความคุ้มครอง
ผู้จัดการแผนยาบางรายเริ่มรายงานว่าความคุ้มครองและอัตราการใช้ยาลดลง เนื่องจากต้นทุนของยาโรคอ้วนสูง ขณะที่บางรัฐในสหรัฐฯ ยุติความคุ้มครองผ่าน Medicaid ซึ่งอาจจำกัดจำนวนผู้ป่วยที่เข้าถึงยา
5.3 การพึ่งพากลุ่ม GLP-1 สูง
Mounjaro และ Zepbound สร้างรายได้รวมประมาณ 65% ของรายได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลการทดลอง ความปลอดภัย การแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงนโยบายราคา และปัญหาด้านการผลิตของยากลุ่มนี้
5.4 Foundayo อาจเติบโตต่ำกว่าความคาดหวัง
แม้ยอดขายเริ่มต้นใกล้เคียงคาด แต่การเปิดตัวยังช้ากว่าผลิตภัณฑ์ยาเม็ดของ Novo Nordisk นักลงทุนจึงต้องติดตามอัตราการสั่งยา การคุ้มครองจาก Medicare และความสามารถในการเปลี่ยนผู้ใช้ยาฉีดเข้าสู่ยาเม็ด
5.5 ค่าใช้จ่ายลงทุนและซื้อกิจการสูง
บริษัทเพิ่มการลงทุนทั้งด้านโรงงาน วิจัย และซื้อกิจการ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายงานวิจัยและพัฒนาจากการซื้อกิจการจำนวนมาก แม้ไม่กระทบธุรกิจพื้นฐาน แต่สามารถสร้างความผันผวนต่อกำไรที่รายงานและเพิ่มความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
5.6 ความเสี่ยงด้านการผลิต
ความต้องการยาที่เติบโตเร็วอาจสูงกว่ากำลังการผลิต หากการเปิดโรงงานใหม่ล่าช้า หรือมีปัญหาด้านคุณภาพและห่วงโซ่อุปทาน บริษัทอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการและอาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่ง
6) มุมมองของ InnovestX
- เรามีมุมมอง เชิงบวกต่อ Eli Lilly หลังผลประกอบการ 2Q26 ยืนยันว่าการเติบโตของตลาด GLP-1 ยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะ Mounjaro และ Zepbound ที่มียอดขายสูงกว่าคาดและสามารถชดเชยแรงกดดันด้านราคาได้ด้วยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
- คุณภาพของงบถือว่าดี เนื่องจากรายได้ที่สูงกว่าคาดส่งผ่านไปสู่กำไรในสัดส่วนสูง พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบด้านขนาดการผลิต สัดส่วนผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการดำเนินงาน
- เมื่อเทียบกับ Novo Nordisk เรามองว่า Eli Lilly มีแรงส่งที่ดีกว่าในระยะสั้นถึงกลาง จากการเติบโตของ Mounjaro ในตลาดต่างประเทศ ความแข็งแกร่งของ Zepbound และ Pipeline รุ่นถัดไปอย่าง retatrutide ขณะที่ Foundayo จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการขยายตลาดไปยังผู้ป่วยที่ไม่ต้องการยาฉีด
- อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นมีแนวโน้มสะท้อนความคาดหวังด้านการเติบโตในระดับสูงแล้ว การลงทุนจึงควรเน้นจังหวะที่ราคาปรับฐาน มากกว่าการไล่ราคา
- ขณะที่ระยะกลาง-ยาว เรายังคงแนะติดตาม การแข่งขันในอุตฯ การเติบโตของใบสั่งยา Foundayo ความคุ้มครองของ Medicare แรงกดดันด้านราคาขาย และความคืบหน้าของกำลังการผลิตใหม่
- ในเชิงอุตสาหกรรม เรามองว่าผลประกอบการของ Eli Lilly เป็นบวกต่อธีม GLP-1 โดยรวม แต่ประโยชน์จะกระจุกตัวในบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์แตกต่าง กำลังการผลิตเพียงพอ และสามารถขยายความคุ้มครองด้านประกันได้ ขณะที่ Eli Lilly ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มเมื่อเทียบกับ Novo Nordisk จากแรงส่งของกำไรและ Pipeline ที่แข็งแกร่งกว่าในปัจจุบัน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

