Lumentum เปิดเผยว่ากำลังผลิตอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงสำหรับ AI ถูกจองเต็มถึงต้นปี 2029 โดยไม่สามารถรองรับความต้องการสินค้าบางประเภทได้ถึง 70% ในปี 2027 สะท้อนการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI ที่ยังแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันหุ้นผู้ผลิตจีนถูกกดดันจากความกังวลมาตรการจำกัดการนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ INVX จึงมองเป็นบวกต่อ LITE และ COHR เป็นหลัก รวมถึงกลุ่มสายใยแก้วนำแสงญี่ปุ่น ขณะที่หุ้นจีนยังมีโอกาสเติบโต แต่เผชิญความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าสูงกว่า
Lumentum อุปกรณ์ AI ขายหมดถึงปี 2029 สวนความกังวลสหรัฐฯ จำกัดสินค้าจีน

1. Lumentum เผยกำลังผลิตอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงถูกจองเต็มถึงต้นปี 2029
Lumentum (LITE US) ผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งได้รับเงินลงทุนจาก Nvidia (NVDA US) มูลค่า $2bn เปิดเผยว่ากำลังผลิตสินค้าบางกลุ่มถูกจองเต็มจนถึงต้นปี 2029 จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สูงกว่ากำลังผลิตอย่างมาก สะท้อนแนวโน้มการลงทุนที่ยังแข็งแกร่ง แม้นักลงทุนเริ่มกังวลต้นทุนและภาระหนี้ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
บริษัทไม่สามารถรองรับความต้องการประมาณ 70% สำหรับสินค้าบางประเภทจนถึงปี 2027 และประมาณ 30% สำหรับสินค้าอีกบางประเภทจนถึงปี 2028 แนวโน้มคำสั่งซื้อแข็งแกร่งขึ้นจากเมื่อ 6 เดือนก่อน ซึ่งบริษัทประเมินว่ากำลังผลิตจะถูกจองเต็มถึงปี 2028 ตลาดคาดว่ารายได้ Lumentum ปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% สะท้อนความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อความเร็วสูงในศูนย์ข้อมูล AI
2. เร่งลงทุน $350mn เพิ่มกำลังผลิต แต่ข้อจำกัดอุปทานยังยาวนาน
Lumentum เตรียมลงทุนอย่างน้อย $350mn เพื่อขยายกำลังผลิตในญี่ปุ่น หลังเพิ่มกำลังผลิตโรงงานหลักในเขตโตเกียวถึง 12 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงขยายกำลังผลิตในอังกฤษ อย่างไรก็ตาม การสร้างโรงงานใหม่ต้องใช้เวลา 3–5 ปี ทำให้ภาวะอุปทานตึงตัวมีแนวโน้มต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เริ่มสนับสนุนเงินลงทุนและทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตเพื่อรับประกันการส่งมอบสินค้า สะท้อนความสำคัญของเทคโนโลยีส่งสัญญาณด้วยแสง ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็ว ลดการใช้พลังงานและความร้อน เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อด้วยทองแดงในระบบที่ต้องรับส่งข้อมูลปริมาณมาก
3. ในอีกด้าน สหรัฐฯ พิจารณาจำกัดอุปกรณ์จีน กดดันหุ้น แม้อุปสงค์ยังแข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสงของจีนปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจจำกัดการนำเข้าอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงจากจีน โดยมีรายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวทางกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ อย่างน้อย 65% ของมูลค่าต้นทุนสินค้า อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวยังเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศใช้แล้ว
Dongshan Precision ปรับตัวลดลงสูงสุด 7.1% หลังลดลง 10% ในวันก่อนหน้า ขณะที่ Yuanjie Semiconductor ลดลง 10% และ Suzhou Everbright Photonics ลดลง 7.2% ตลาดกังวลว่าหากสหรัฐฯ จำกัดสินค้าจีนจริง อาจกระทบยอดขายของผู้ผลิตจีนที่จำหน่ายให้ศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Lumentum และ Coherent มีกำลังผลิตไม่เพียงพอที่จะทดแทนผู้ผลิตจีนทั้งหมดในระยะสั้น จึงอาจกระทบต่อการขยายศูนย์ข้อมูลของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ด้วย
4. Dongshan ชี้ข้อจำกัดสหรัฐฯ ยังเป็นข่าวลือ และมีแนวทางรับมือ
Dongshan Precision (002384 CH) ชี้แจงเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่าข้อกำหนดชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ 65% ยังไม่มีผลทางกฎหมาย และบริษัทไม่ได้รับการสอบถามเป็นพิเศษจากลูกค้าเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทมีทั้งธุรกิจอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสงและแผงวงจรสำหรับ AI ซึ่งยังได้รับคำสั่งซื้อแข็งแกร่ง
ชิปแสงที่บริษัทผลิตเองมีสัดส่วนไม่เกิน 10% ของต้นทุนรวมอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสง จึงสามารถปรับแหล่งจัดหาชิ้นส่วนอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้น บริษัทมีฐานการผลิตในไต้หวัน และอาจพิจารณาขยายการผลิตไปยังสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ความต้องการอุปกรณ์ 800G ยังเป็นตลาดหลัก ขณะที่ 1.6T เริ่มเติบโต และธุรกิจแผงวงจร AI มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้า
5. ความต้องการอุปกรณ์แสงยังเป็นโอกาสของผู้ผลิตสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน
INVX มองว่าปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมในปัจจุบันคือกำลังผลิตชิปแสงและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะชิปที่ใช้สารประกอบ Indium Phosphide ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการส่งข้อมูลความเร็วสูง ทำให้ผู้ผลิตที่มีกำลังผลิตพร้อมส่งมอบมีความได้เปรียบ
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ Fujikura, Sumitomo Electric และ Furukawa Electric ขณะที่ Innolight, Eoptolink, Yuanjie Semiconductor และ Dongshan Precision ของจีนยังมีบทบาทต่อการรองรับความต้องการจากบริษัทคลาวด์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หุ้นจีนยังเผชิญความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าสูงกว่าผู้ผลิตในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองบวกต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสงจากคำสั่งซื้อที่รองรับกำลังผลิตไปถึงปี 2029 และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 800G/1.6T ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าต่อหน่วย โดยมอง Lumentum (LITE US) และ Coherent (COHR US) เป็นหุ้นหลักที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากอุปทานตึงตัว ขณะที่ Fujikura (5803 JP), Sumitomo Electric (5802 JP) และ Furukawa Electric (5801 JP) ได้รับประโยชน์จากการขยายโครงข่าย AI
- ส่วนหุ้นจีนอย่าง Innolight, Eoptolink และ Dongshan Precision ยังมีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการ แต่ต้องระมัดระวังความผันผวนจากความไม่แน่นอนของมาตรการสหรัฐฯ ทั้งนี้ ความเสี่ยงเพิ่มเติมคือการขยายศูนย์ข้อมูลล่าช้าจากข้อจำกัดด้านไฟฟ้าและต้นทุนการลงทุน ซึ่งอาจกระทบจังหวะการส่งมอบสินค้า
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

