Markets
Macro Making Sense – 23 ก.ย. 2567

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์, IAA
23 ก.ย. 2567 09:36

สรุปประเด็น BOJ คงดอกเบี้ยเดือน ก.ย. และส่งสัญญาณพร้อมจะคงในเดือน ต.ค. “บาทแข็ง” เร็ว-แรง เขย่าส่งออก |
|---|
- BOJ คงดอกเบี้ยเดือน ก.ย. และส่งสัญญาณพร้อมจะคงในเดือน ต.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนั้น ผู้ว่าการ BOJ นายคาซูโอะ อูเอดะ ได้ลดความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. โดยแสดงความระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและความผันผวนในตลาดการเงินที่เกิดขึ้นหลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.
- เรามองว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2025 เนื่องจาก (1) Fed จะยังลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทำให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐและญี่ปุ่นลดลง (2) แม้เงินเฟ้อญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มเงินเยนที่แข็งค่าจะช่วยลดทอนแรงกดดันเงินเฟ้อจากการนำเข้าได้ในระดับหนึ่ง และ (3) เศรษฐกิจญี่ปุ่นค่อนข้างเปราะบาง โดยเราได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจญี่ปุ่นเหลือ 0.0% ในปีนี้จากไตรมาสแรกที่หดตัวลงมาก นอกจากนั้น ทิศทางเศรษฐกิจโลกก็มีความเสี่ยงมากขึ้นด้วยเช่นกัน ฉะนั้น จึงไม่มีความจำเป็นในการรีบขึ้นดอกเบี้ย
- “บาทแข็ง” เร็ว-แรง เขย่าส่งออก ธปท.ลั่นไม่รีบลดดอกเบี้ยตามเฟด ผู้ว่า ธปท.ยอมรับเงินบาทผันผวนแข็งค่าเร็ว พร้อมจับตา Hot Money ลั่นไม่จำเป็นต้องรีบลดดอกเบี้ยตามเฟด นักเศรษฐศาสตร์ฟันธง กนง.ไม่รีบลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. รอดูตัวเลขเศรษฐกิจ เผยแค่ 3 เดือน เงินบาทแข็งค่าพุ่ง 10% สะเทือนส่งออก เอฟเฟ็กต์ถึงนักท่องเที่ยว สภาผู้ส่งออกหวั่น กระทบกำไร-สภาพคล่อง
- เรามองว่า เงินบาทของไทยกำลังมีการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบไตรมาสตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยเรามองว่า จะมี 7 ปัจจัยที่ ธปท. จะต้องพิจารณาในการดูแลค่าเงินบาท
1. การแข็งค่าของเงินบาทส่วนใหญ่เกิดจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีเม็ดเงินที่จะไหลเข้าตลาดเกิดใหม่เพื่อเก็งกำไรส่วนต่างค่าเงิ 2. รายได้จากการส่งออกรูปเงินบาทลดลง หากบาทแข็งค่าที่ 33 บาทต่อดอลลาร์จนถึงสิ้นปี รายได้จากการส่งออกไทยในรูปเงินบาทจะหดตัวถึง -6.5% ในช่วงที่เหลือของปี หดตัวมากกว่ารายได้จากการส่งออกรูปดอลลาร์ที่จะหดตัวที่ประมาณ -0.5% จากบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 7.8% 3. เรามองว่า ทิศทางการฟื้นของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 น่าจะมีความเสี่ยงจาก 3 ปัจจัยลบ คือ (1) ปัญหาการเมืองในช่วงเดือน ส.ค. (2) ปัญหาอุทกภัยและ (3) เป็นไปได้ที่การส่งออกไทยจะเริ่มอ่อนกำลังลง ทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจมีมากขึ้นและสามารถลดดอกเบี้ยได้ 4. การแข็งค่าของเงินบาทยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่า 1 บาท จะทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปประมาณ 1,200 บาทต่อคนต่อทริป 5. ในส่วนของการแข็งค่าของเงินบาทแข็งค่าเร็วมากและเร็วกว่าคู่ค้าคู่แข็ง โดยเมื่อพิจารณาจากต้นไตรมาสที่ 3 ถึงปัจจุบัน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์แข็งค่าแล้ว 11.4% และหากพิจารณาเทียบคู่ค้าและคู่แข่งสำคัญ พบว่า แข็งกว่า 5% ในเดือน ก.ค. และผันผวนสูงมาก 6. หากพิจารณาจากทุนสำรอง พบว่าทุนสำรองของไทยเพิ่มขึ้นกว่า 7.2% นับตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/24 เป็นต้นมา บ่งชี้ว่า ธปท. เข้าแทรกแซงค่าเงินผ่านการเข้าซื้อเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และหากไม่เข้าแทรกแซงแล้ว บาทน่าจะแข็งค่ากว่าที่เป็นอยู่ 7. หาก ธปท. ไม่พิจารณาลดทอนการแข็งค่าของเงินบาท อาจเป็นไปได้ที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าในระดับเดียวกับไตรมาส 3 (ที่ประมาณ 12%) ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับต่ำกว่า 30 บาท
|
แท็ก
InnovestX ResearchStrategy & InsightsGlobalEconMacro Making Senseบทวิเคราะห์เศรษฐกิจWeekly