Café Invest
Markets

Macro Making Sense – 28 เม.ย. 2568

Macro Making Sense – 28 เม.ย. 2568

สรุปความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1990 สรุปและวิเคราะห์แผนการเจรจาภาษีทรัมป์และกลยุทธ์ของไทย ส่งออกไทย มี.ค. 2025 ขยายตัวจากการเร่งส่งออก

  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1990 ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อพุ่ง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ทรุดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยปี 1990 โดยดัชนีจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนลดลงถึง 32% นับตั้งแต่มกราคม ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 6.5% สูงสุดตั้งแต่ปี 1981 ปัจจัยหลักมาจากนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (LEI) กลับมาหดตัวลงในเดือนมีนาคม ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่กันยายน 2022 และคำสั่งซื้อในภาคการผลิตอ่อนตัวลง ดัชนีความเชื่อมั่นยังแสดงความแตกแยกทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยชาวเดโมแครตมีความเชื่อมั่นต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 34.4 ขณะที่ชาวรีพับลิกันอยู่ที่ 90.2 สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีเงินเฟ้อสูง ทำให้มีการปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ ปี 2025 เหลือเพียง 0.9% และสร้างความท้าทายให้ธนาคารกลางในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  • สรุปและวิเคราะห์แผนการเจรจาภาษีทรัมป์และกลยุทธ์ของไทย สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ (ยกเว้นจีน) ออกไป 90 วัน และวางแผนการเจรจาการค้าแบบเป็นขั้นตอนกับประเทศคู่ค้าสำคัญ 18 ประเทศภายใต้กรอบการเจรจา 5 หมวดหมู่หลัก ไทยซึ่งเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นอันดับ 10 ด้วยมูลค่า 4.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังเผชิญความท้าทายในการเจรจาหลังถูกเลื่อนการเจรจาออกไปอย่างไม่มีกำหนด อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ยอมรับว่า "การเจรจากับสหรัฐฯ ค่อนข้างยาก" และไทยจำเป็นต้อง "เปลี่ยนนโยบายเพราะภาษี" สะท้อนถึงจุดอ่อนและการเสียเปรียบในการเจรจา ทั้งนี้ เรามองว่า กรอบเจรจาของไทยที่เน้นการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ถูกมองว่ามีจุดอ่อนสำคัญเนื่องจากเป็นแผนระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับวาระของทรัมป์ที่มีเพียง 4 ปี และเน้นภาคเกษตรซึ่งมีสัดส่วนเพียง 9% ของ GDP ไทย

  • เรามองว่า ไทยเน้นความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานและดาต้าเซ็นเตอร์ แทนการใช้กลยุทธ์ "รอดูท่าที" ที่อาจทำให้เสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านที่มีความคืบหน้าในการเจรจาแล้ว หากไทยไม่สามารถเจรจาลดภาษีได้สำเร็จและต้องเผชิญกับภาษี 36% ตามที่ทรัมป์ขู่ไว้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะรุนแรงอย่างยิ่ง

  • ส่งออกไทย มี.ค. 2025 ขยายตัวที่ 17.8%YoY จากการเร่งส่งออกก่อน Tariff จากข้อมูลการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2025 พบว่ามีการขยายตัวที่ 17.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งนับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 โดยมีมูลค่า 2.955 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว โดยเฉพาะการเร่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯ (ขยายตัว 34.3%) ก่อนที่มาตรการกีดกันทางการค้าจะมีผลบังคับใช้ และการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูงถึง 269.5% ตามราคาทองที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สินค้าเกษตรหดตัว 0.5% โดยเฉพาะข้าวที่หดตัว 23.4% เนื่องจากราคาสูงกว่าคู่แข่ง

  • ในระยะถัดไป การส่งออกของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยได้มีการปรับลดประมาณการส่งออกทั้งปี 2568 เป็นหดตัวที่ -3.0% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -1.0% เนื่องจากความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ การทุ่มตลาดสินค้าจากจีน และปัญหาด้านความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยที่มีต้นทุนการผลิตสูงและผลิตภาพแรงงานต่ำ สอดคล้องกับทิศทางการค้าโลกที่ชะลอตัว โดย WTO และ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์ปริมาณการค้าโลกในปี 2568 เหลือเพียง -0.2% และ 1.7% ตามลำดับ จากเดิมที่ 3.0% และ 3.2%

Macro Making Sense – 28 เม.ย. 2568 | Café Invest