Café Invest
Markets

INVX Macro Making Sense - 13 ก.พ. 2566

INVX Macro Making Sense - 13 ก.พ. 2566

บทสรุป

สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวลดลงหลังจากตลาดแรงงานสหรัฐดีเกินคาดมาก ขณะที่ Fed ยังยืนยันว่าจะคงดอกเบี้ยสูงต่อไปจนความเสี่ยงเงินเฟ้อหมดไป จึงเริ่มเกิดกระแส Risk-off ประกอบกับผลประกอบการที่ค่อนข้างอ่อนแอ ด้านผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้นจากความกังวลดอกเบี้ยขาขึ้น โดยขึ้นถึง 20 bps ในสัปดาห์เดียว ด้านราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากปัญหาท่าเรือในตุรกีและการที่รัสเซียจะลดกำลังการผลิต 5 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะโลหะอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัวลดลง

Fed จะลดดอกเบี้ยเมื่อไหร่ เพื่อตอบโจทย์ว่าภาคเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันเป็นเช่นไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ดอกเบี้ยจะยุติการขึ้น รวมถึงปรับลดลงได้เมื่อไร เราจึงทำการศึกษาพลวัตรเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบัน เทียบเคียงกับช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นในอดีต 2 Episode โดยเราพบว่า (1) ทั้ง 2 EP ขึ้นดอกเบี้ยยาวนานกว่าครั้งนี้ที่ขึ้นเร็วและแรงกว่า (2) เศรษฐกิจวัฐจักรครั้งนี้ ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็เข้าใกล้ Peak มากแล้ว (3) ภาพความแข็งแกร่งของภาคการผลิต vs ภาคบริการ ทั้ง 2 ep และครั้งนี้ไม่แตกต่างกันมาก โดยช่วงก่อนลดดอกเบี้ย ภาคการผลิตจะชะลอลง/หดตัวก่อน แต่ภาคบริการจะยังไปได้ แต่เมื่อเข้าสู่การลดดอกเบี้ยแล้ว ภาคการผลิตจะฟื้นตัวเร็วกว่า (4) เราเชื่อว่า Fed จะเริ่มลดลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน พ.ย. ที่ 25 bps และ ธ.ค. ที่ 25 bps โดย Trigger สำคัญ คือ การจ้างงานนอกภาคเกษตรจะต้องหดตัว

รัสเซียประกาศลดการผลิตน้ำมัน 500,000 บาร์เรลต่อวัน เราวิเคราะห์ว่า หากรัสเซียลดกำลังการผลิตน้ำมัน 5 แสนบาร์เรลต่อวันตามที่ประกาศจริง และเป็นการลดการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเป็นหลัก อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้ประมาณ 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอุปสงค์และอุปทานน้ำมันโลกมีระดับใกล้กัน ที่ประมาณ 101.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน การลดการส่งออกของรัสเซีย อาจทำให้ปริมาณการผลิตที่หายไป ท่ามกลางการฟื้นตัวของจีน ทำให้น้ำมันเริ่มขาดแคลนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ที่รัสเซียลดปริมาณการผลิตต่ำกว่าที่ประกาศ เพราะหากรัสเซียลดกำลังการผลิตลงเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ผู้ผลิต OPEC อื่นอาจเพิ่มกำลังการผลิต จะทำให้รายได้น้ำมันของรัสเซียลดลงเพียงฝ่ายเดียวก็เป็นได้

การบริโภคของจีนฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เราวิเคราะห์ว่า จากการคำนวณเงินออมส่วนเกินของจีน พบว่าจีนมีเงินออมทั้งหมด 265.4 ล้านล้านหยวน สูงกว่าเงินออมตามเส้นแนวโน้ม (โดยให้อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 9%) ประมาณ 8.1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 4.6% ซึ่งเราเชื่อว่าชาวจีนจะนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้จ่ายด้านการบริการเป็นหลัก ทำให้ GDP ในไตรมาสที่ 2 พุ่งขึ้นถึง 6.7% หรือสูงกว่านั้น และทำให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้อย่างต่ำ 5.0-5.5%

INVX Macro Making Sense - 13 ก.พ. 2566 | Café Invest