Café Invest
Markets

BoJ ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด InnovestX คาดจะขึ้นสู่ 2.00%, เงินเยนอ่อนสวนทางดอกเบี้ย เราคาดอ่อนต่อและผันผวน, ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังน่าสนใจแนะนำ TOPIX มากกว่า Nikkei

BoJ ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด InnovestX คาดจะขึ้นสู่ 2.00%, เงินเยนอ่อนสวนทางดอกเบี้ย  เราคาดอ่อนต่อและผันผวน, ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังน่าสนใจแนะนำ TOPIX มากกว่า Nikkei

สรุปประเด็น

  • BoJ มีมติไม่เอกฉันท์ 7-2 ขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 1.25% ตามคาด (มีผล 24 ก.ย. 2026) โดยประเมินเศรษฐกิจฟื้นตัวปานกลางและเงินเฟ้อพื้นฐาน (underlying inflation) เข้าใกล้เป้า 2% พร้อมให้น้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงเกินเป้าจากตะวันออกกลาง อุปสงค์ AI และเยนอ่อน ด้าน forward guidance ผู้ว่าฯ Ueda ส่งสัญญาณเชิงป้องกัน (preemptive) ไม่ปิดโอกาสขึ้นต่อใน ต.ค./ธ.ค. โดย InnovestX คงมุมมองว่า BoJ จะขึ้นอีก 25bps สู่ 1.50% ในเดือน ธ.ค. 2026 โดยคาดว่า BoJ น่าจะรอประเมินผลผ่าน Outlook Report เดือน ต.ค.
  • ด้านค่าเงินเยนกลับอ่อนค่า 1.3% แตะ 157.49 เยนต่อดอลลาร์ เกิดภาวะ "sell-the-fact" เพราะตลาด price-in การขึ้นดอกเบี้ยไปเกือบเต็มที่ ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ย (rate differential) แทบไม่เปลี่ยนเนื่องจาก Fed เพิ่งขึ้นสู่ 3.75-4.00% ทำให้แรงจูงใจ carry trade ยังอยู่ เราจึงคาดเยนอ่อนที่ 160 เยนต่อดอลลาร์จนต้นปี 2027 ก่อนแข็งค่าสู่ 150-155 ในครึ่งหลังปี 2027 ตามส่วนต่างที่แคบลงจาก 2.63% สู่ 2.38% หนุนโดยค่าจ้างที่ขยายตัว 4.7% และ PPI ที่ขยายตัว 7.6%

นัยยะต่อการลงทุน

  • สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้ค่าเงินผันผวนในระยะสั้น แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังหนุนตลาดผ่านสี่เสาหลัก ได้แก่ (1) ธรรมาภิบาล (corporate governance) ที่ยกระดับต่อเนื่องตั้งแต่ยุค Abenomics (2) นโยบายของนายกฯ Takaichi ที่ผลักดันการลงทุน AI ผ่านแผนกระตุ้นกว่า 370 ล้านล้านเยน ซึ่งหนุนห่วงโซ่ AI โดยตรงอย่าง Advantest, Tokyo Electron, Murata, Renesas และ Kioxia และ (3) กระแสภูมิรัฐศาสตร์ที่หนุนกลุ่มกลาโหมผ่านเป้างบประมาณสู่ 3.5% ของ GDP โดยมี Mitsubishi Heavy Industries เป็นแกน (4) แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ ที่หนุนส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนาคาร
  • นอกจากนั้น เราแนะนำลงทุนดัชนี TOPIX มากกว่า Nikkei 225 เนื่องจากครอบคลุมหุ้นทั่วตลาดและอ่อนไหวต่อค่าเงินน้อยกว่า ทั้งนี้ นักลงทุนไทยควรระวังความผันผวนของเยนที่กระทบกำไรบริษัทส่งออกและการแปลงค่ากลับเป็นเงินบาท จึงควรเน้นความสามารถในการแข่งขันและธีมเชิงโครงสร้าง พร้อมป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedge) ควบคู่กันเสมอ