Café Invest
Markets

ความเสี่ยงการคลังฝรั่งเศสดัน Bond Yield สูงขึ้น, PMI เศรษฐกิจหลักขยายตัวดี, เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. เร่งขึ้น

ความเสี่ยงการคลังฝรั่งเศสดัน Bond Yield สูงขึ้น, PMI เศรษฐกิจหลักขยายตัวดี, เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. เร่งขึ้น
  • ส่วนต่าง Bond Yield อายุ 10 ปีฝรั่งเศสกับเยอรมนีเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 128 bps ณ 6 ต.ค. จาก 86 bps ต้นเดือน ก.ย. ตามความกังวลด้านการคลังและการเมือง โดยตลาดยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะลดขาดดุลได้ตามแผนจาก 5.4% ของ GDP ในปี 2026 เหลือ 5% ในปี 2027 ขณะที่หนี้สาธารณะคาดว่าจะเพิ่มเป็น 121.7% ของ GDP และโดยแผนปรับฐานะการคลัง 54,000 ล้านยูโร ผ่านการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เผชิญอุปสรรคจากรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประกอบกับความไม่แน่นอนก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2027 ส่งผลให้นักลงทุนเรียกผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงในการถือพันธบัตรฝรั่งเศสสูงขึ้น
  • ความเสี่ยงการคลังฝรั่งเศสกดดันเงินยูโร ขณะที่ Bond Yield ที่สูงขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยูโรโซน โดยส่วนต่าง Yield ฝรั่งเศส–เยอรมนีที่เพิ่มขึ้นทุก 10 bps มีความสัมพันธ์กับเงินยูโรที่อ่อนค่าราว 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นเพิ่มภาระดอกเบี้ยรัฐบาลและกดดันการลงทุนและการบริโภค ทั้งนี้ ING ประเมินว่า Bond Yield ยูโรโซนที่เพิ่มขึ้นหลังการประชุม ECB เดือน ก.ย. มีผลต่อการเติบโตและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps อย่างไรก็ดี ยูโรที่อ่อนค่าจะเพิ่มต้นทุนนำเข้าพลังงานและจำกัดโอกาสผ่อนคลายนโยบาย ทำให้แผนลดขาดดุลที่น่าเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ
  • ดัชนี ISM PMI สหรัฐฯ เดือน ก.ย. ชะลอลงทั้งภาคการผลิตและบริการ แต่ยังขยายตัว ขณะที่ดัชนีราคาเร่งขึ้น โดย Manufacturing PMI ลดลงเป็น 54.5 จาก 54.6 และ Services PMI ลดลงเป็น 54.9 จาก 55.4 ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 55.0 ทั้งคู่ ตามการผลิตและกิจกรรมทางธุรกิจที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี คำสั่งซื้อใหม่ภาคการผลิตเร่งขึ้น
  • ส่วนภาคบริการยังอยู่ในระดับสูง และการจ้างงานอยู่ในเกณฑ์ขยายตัวทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ขณะที่ดัชนีราคาภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 77.9 สูงสุดในรอบ 4 เดือน และภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็น 74.0 ซึ่งสูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2022 สะท้อนแรงกดดันต้นทุนที่กลับมาเร่งขึ้น
  • ดัชนี S&P Global PMI เดือน ก.ย. สะท้อนกิจกรรมเศรษฐกิจที่เร่งขึ้นในสหรัฐฯ ยูโรโซน และจีน ขณะที่ญี่ปุ่นชะลอลง โดย Composite PMI สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 56.0 ตามคำสั่งซื้อและกิจกรรมภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่แรงกดดันต้นทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนยูโรโซนเพิ่มขึ้นเป็น 53.1 จาก 52.0 ตามการฟื้นตัวทั้งภาคการผลิตและบริการ และจีนเพิ่มขึ้นเป็น 52.4 จาก 52.1 ตามคำสั่งซื้อในประเทศและการส่งออกที่ดีขึ้น ด้านญี่ปุ่นลดลงเป็น 52.3 จาก 53.5 ตามคำสั่งซื้อที่ชะลอลงและผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อภาคบริการ โดยรวม PMI ยังสนับสนุนแนวโน้มรายได้ภาคธุรกิจ แต่แรงกดดันราคายังเป็นข้อจำกัดต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในธนาคารกลางหลักทั่วโลก
  • ดัชนี CPI ไทยเดือน ก.ย. ขยายตัว 2.82%YoY เร่งขึ้นจาก 2.53% เดือนก่อน ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 3.1% แต่ใกล้เคียงกับที่ InnovestX คาดที่ 2.77% โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ทยอยส่งผ่านต้นทุน และราคาอาหารสดที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ทั้งนี้ เราคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้ 3% ในระยะข้างหน้า และอาจเร่งขึ้นในเดือน ต.ค. ตามราคาพลังงาน ต้นทุนเดินทาง และราคาอาหารสดจากน้ำท่วมและเทศกาลกินเจ InnovestX คงประมาณการเงินเฟ้อไทยปี 2026 และ 2027 ที่ 1.9% และ 1.2% และคาดว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้และตลอดปี 2027