MediaTek กำลังยกระดับจากผู้ผลิตชิปมือถือสู่ผู้เล่นที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาด AI ผ่าน Dimensity 9600 Pro บนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ TSMC และการขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ไปยังชิป AI สำหรับศูนย์ข้อมูลและคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตนอกเหนือจากธุรกิจสมาร์ตโฟนเดิม อย่างไรก็ดี ธุรกิจชิป AI เฉพาะทางของ MediaTek ยังอยู่ในช่วงเร่งขยาย จึงต้องติดตามการชนะคำสั่งซื้อ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และความพร้อมด้านการผลิตในช่วงปี 2027–2028
MediaTek รุกชิป 2 นาโนเมตร ขยายจากมือถือสู่ AI เฉพาะทาง

1. MediaTek เปิดตัวชิปมือถือ 2 นาโนเมตร ท้าชนตลาดเรือธง
MediaTek เปิดตัว Dimensity 9600 Pro ซึ่งเป็นชิปมือถือรุ่นแรกของบริษัทที่ใช้กระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรของ TSMC พร้อมเปิดตัว Dimensity 9600M บนเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร โดยทั้งสองรุ่นมุ่งเจาะตลาดสมาร์ตโฟนระดับบนและรองรับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์โดยตรง
Dimensity 9600 Pro ให้ประสิทธิภาพแกนเดี่ยวสูงขึ้น 17% และหลายแกนสูงขึ้น 15% จากรุ่นก่อน ขณะที่ลดการใช้พลังงานในการประมวลผลหลายแกนได้สูงสุด 61% พร้อมรองรับหน่วยความจำ LPDDR6 และที่เก็บข้อมูล UFS 5.0
2. AI บนอุปกรณ์กลายเป็นจุดแข่งขันหลักของชิปมือถือ
ชิปรุ่นใหม่มาพร้อมหน่วยประมวลผล AI แบบคู่ รองรับแบบจำลองขนาดสูงสุด 30 พันล้านพารามิเตอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างคำตอบต่อพลังงานได้ 55% ทำให้สมาร์ตโฟนสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยงานเชิงรุก และตอบสนองเฉพาะบุคคลได้มากขึ้นโดยไม่ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้นระบบคลาวด์
แนวโน้มนี้สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดมือถือระดับบนกำลังเปลี่ยนจากความเร็วของหน่วยประมวลผลเพียงอย่างเดียว ไปสู่ประสิทธิภาพ AI บนอุปกรณ์ การประหยัดพลังงาน และความสามารถในการรองรับงานหลายรูปแบบพร้อมกัน
3. Qualcomm เผชิญแรงกดดันมากขึ้นในตลาดชิประดับบน
การเปิดตัว Dimensity 9600 Pro ทำให้ MediaTek เข้ามาแข่งขันกับ Qualcomm โดยตรงมากขึ้นในตลาดสมาร์ตโฟนเรือธง ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าและมีโอกาสได้ประโยชน์จากการเพิ่มฟังก์ชัน AI ในตัวเครื่อง
MediaTek มีส่วนแบ่งตลาดมือถือที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และการใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตรช่วยยกระดับภาพลักษณ์จากผู้ผลิตชิปที่เน้นตลาดระดับกลาง ไปสู่ผู้เล่นในตลาดระดับบนอย่างชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ดี ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการได้รับเลือกใช้จากผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่
4. ความร่วมมือกับ NVIDIA เปิดโอกาสใหม่ใน AI ศูนย์ข้อมูลและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
นอกเหนือจากมือถือ MediaTek ยังขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ผ่าน NVLink Fusion ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาชิปเร่งการประมวลผล AI ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบของ NVIDIA ได้โดยตรง เปิดโอกาสเข้าถึงลูกค้าคลาวด์ขนาดกลาง โครงการ AI ภาครัฐ และองค์กรที่ไม่มีทีมวิศวกรรมขนาดใหญ่
ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมเส้นทางการพัฒนาชิปสำหรับคอมพิวเตอร์และ AI ที่อุปกรณ์ปลายทาง แต่รายได้จากธุรกิจใหม่นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเรื่องลูกค้า ระยะเวลา และขนาดรายได้
5. ตลาดชิป AI เฉพาะทางโตสูง แต่ความคาดหวังของตลาดยังค่อนข้างสูง
Bloomberg Intelligence ประเมินว่าตลาดชิป AI เฉพาะทางอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว $160bn ในปี 2028 แต่คาดว่า MediaTek อาจมีส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 22% ต่ำกว่าระดับราว 25% ที่ตลาดคาดอยู่ เนื่องจากยังมีการแข่งขันจาก Broadcom, Marvell และผู้เล่นรายอื่น
ในกรณีดังกล่าว รายได้ปี 2028 อาจต่ำกว่าคาดราว 9% และกำไรต่อหุ้นต่ำกว่าคาดราว 26% โดยความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่อัตราผลผลิตของชิป กำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง วัสดุรองรับชิป และการได้รับการรับรองจากลูกค้า
6. Meta เร่งใช้ชิป AI ที่ออกแบบเอง ยืนยันแนวโน้มชิปเฉพาะทาง
Meta กำลังพัฒนา MTIA รุ่นใหม่เพื่อใช้งาน AI ในศูนย์ข้อมูล โดยมุ่งเน้นงานประมวลผลหลังการฝึกโมเดล ซึ่งบริษัทคาดว่าจะประหยัดทั้งพลังงานและต้นทุนมากกว่าการใช้ชิปทั่วไปในบางงาน โดย Broadcom ช่วยออกแบบและ TSMC เป็นผู้ผลิต
ทิศทางของ Meta สะท้อนแนวโน้มเดียวกับตลาดโดยรวม คือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต้องการชิปที่ออกแบบเฉพาะสำหรับงานของตนมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโอกาสต่อผู้ผลิตชิปออกแบบเฉพาะทางและโรงงานผลิตขั้นสูง
7. เปรียบเทียบกับผู้เล่นในอุตสาหกรรม
MediaTek กำลังขยายจากฐานธุรกิจชิปมือถือไปสู่ตลาดชิประดับบนและชิป AI เฉพาะทาง ทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Qualcomm แต่เริ่มเชื่อมโยงกับผู้เล่นอย่าง Broadcom และ Marvell ในตลาดชิปที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า ขณะที่ NVIDIA ยังมีบทบาททั้งในฐานะพันธมิตรและผู้กำหนดสถาปัตยกรรมสำคัญของระบบ AI
บริษัท | ธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้อง | จุดแข็ง | ตำแหน่งเทียบกับ MediaTek | ผลกระทบ/มุมมอง |
|---|---|---|---|---|
MediaTek | ชิปมือถือ, ชิป AI เฉพาะทาง | ฐานลูกค้ามือถือขนาดใหญ่, 2nm, ความร่วมมือ NVIDIA | กำลังขยายจากมือถือสู่ AI | โอกาสเติบโตสูง แต่ต้องพิสูจน์การชนะคำสั่งซื้อและอัตรากำไร |
Qualcomm | ชิปมือถือระดับบน, AI บนอุปกรณ์ | ฐาน Android ระดับบน, modem และการเชื่อมต่อแข็งแกร่ง | คู่แข่งโดยตรงในมือถือ | เผชิญแรงกดดันมากขึ้นหาก MediaTek เพิ่มส่วนแบ่งตลาดเรือธง |
Broadcom | ชิป AI เฉพาะทาง, ระบบเครือข่าย | ความสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่และประสบการณ์ชิปเฉพาะทางสูง | คู่แข่งสำคัญใน AI ASIC | ยังได้เปรียบในโครงการขนาดใหญ่และลูกค้า Hyperscaler |
Marvell | ชิป AI เฉพาะทาง, เครือข่ายและการเชื่อมต่อ | เชี่ยวชาญการออกแบบชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล | คู่แข่งในตลาดชิปเฉพาะทาง | เพิ่มการแข่งขันด้านการชนะโครงการใหม่ของ MediaTek |
NVIDIA | GPU, ระบบ AI, NVLink | ระบบนิเวศ AI แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้ากว้าง | ทั้งพันธมิตรและคู่แข่งทางอ้อม | NVLink Fusion ช่วยเปิดตลาดให้ MediaTek แต่ NVIDIA ยังถือมูลค่าหลักในระบบ |
TSMC | รับจ้างผลิตชิปขั้นสูง | ผู้นำด้าน 2nm และกระบวนการผลิตขั้นสูง | ผู้ได้ประโยชน์จากการเติบโตของทุกฝ่าย | ได้ประโยชน์จากทั้งชิปมือถือและชิป AI เฉพาะทางที่เพิ่มความซับซ้อน |
ภาพรวมการแข่งขัน: MediaTek มีจุดเด่นจากการเชื่อมฐานธุรกิจมือถือเดิมเข้ากับโอกาสใหม่ในชิป AI เฉพาะทาง ทำให้เส้นทางการเติบโตกว้างขึ้น แต่ยังต้องแข่งขันกับ Qualcomm ในมือถือ และ Broadcom/Marvell ในศูนย์ข้อมูล ขณะที่ TSMC มีสถานะเป็นผู้ได้ประโยชน์ค่อนข้างกว้างจากการเพิ่มความซับซ้อนของชิปและการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
มุมมอง InnovestX
· มองเป็นบวกต่อ MediaTek และ TSMC จากการยกระดับชิปมือถือสู่ 2 นาโนเมตรและการขยายโอกาสไปยังชิป AI เฉพาะทาง ขณะที่ Qualcomm เผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้นในตลาดสมาร์ตโฟนระดับบน ส่วนแนวโน้มที่ Meta และผู้ให้บริการคลาวด์พัฒนาชิปเองยังสนับสนุนความต้องการออกแบบและผลิตชิปเฉพาะทาง อย่างไรก็ดี สำหรับ MediaTek ต้องติดตามความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดชิป AI อัตราผลผลิต และกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง เนื่องจากความคาดหวังของตลาดต่อรายได้ในช่วงปี 2027–2028 อยู่ในระดับสูง
· สำหรับธีม ชิปออกแบบเฉพาะตามความต้องการลูกค้า (Tailor-made / Custom AI Chip) เรายังชอบ Broadcom (AVGO, AVGO23) และ Marvell (MRVL) มากกว่า เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีประสบการณ์ด้านการออกแบบชิปเฉพาะทางสำหรับลูกค้าระดับ Hyperscaler สูงกว่า มีความสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่และมีโครงการที่เข้าสู่ช่วงใช้งานจริงมากกว่า โดยเฉพาะ AVGO ที่มีจุดแข็งทั้งด้านชิปเร่ง AI และเครือข่าย ขณะที่ MRVL มีความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมต่อและการออกแบบชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล ทำให้มีโอกาสได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มที่ผู้ให้บริการคลาวด์ต้องการลดต้นทุนและลดการพึ่งพา GPU มาตรฐานในบางงาน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

