Café Invest
Markets

S&P ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของ Meta Platform

S&P ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของ Meta Platform

S&P ปรับแนวโน้มเครดิตของ Meta ลง เนื่องจากงบลงทุนสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก โดยปรับประมาณการปี 2027 เป็นมากกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2028 เป็น 2.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กระแสเงินสดอิสระ (FOCF) มีแนวโน้มติดลบนานขึ้น โดยคาดปี 2026/27/28 ที่ -2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ / -7.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ / -3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าจะกลับเป็นบวกในปี 2028 นอกจากนี้ S&P มองว่ารายได้จาก AI ยังไม่ทันเงินลงทุน และยังไม่ชัดว่ารายได้จากโฆษณาที่ดีขึ้นและ Muse จะคุ้มต้นทุนเมื่อใด ขณะที่คาด leverage ปี 2027/28 ที่ 1.1x/1.3x สูงกว่าเกณฑ์ AA- ที่ 1.0x โดยได้รับผลจากภาระเช่า Data center เป็นหลัก

S&P ปรับแนวโน้มเครดิต Meta จาก "มีเสถียรภาพ" เป็น "ลบ" แต่คงอันดับ AA- เนื่องจากการลงทุน AI และภาระเช่า Data center เพิ่มสูง ทำให้คาดว่ากระแสเงินสดอิสระจะติดลบถึงปี 2028 และภาระหนี้ปรับปรุงสูงกว่าเกณฑ์ของอันดับปัจจุบัน ขณะที่ผลตอบแทนจาก AI ยังไม่ชัดเจน แม้การเพิ่มทุนช่วยลดการพึ่งหนี้ แต่ยังไม่แก้ปัญหาความคุ้มค่าการลงทุน ประเด็นหลักจึงเป็นวินัยการใช้เงินและความเร็วในการสร้างกระแสเงินสด มากกว่าวิกฤตสภาพคล่องระยะสั้น เรามองว่าราคาหุ้นตอบสนองประเด็นนี้ไปแล้วแต่น่าจะยังกดดันราคาหุ้นไปอีกระยะหนึ่ง เราจึงแนะนำไปลงทุนใน Microsoft ที่อาจจะมีภาพ FCF ที่ดีกว่า

ทำไม S&P ปรับแนวโน้มเครดิตของ Meta Platform ลง?

  1. งบลงทุนของ Meta สูงกว่าที่ประเมินไว้มาก ทั้งนี้ S&P เพิ่มประมาณการปี 2027 จาก 1.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น มากกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2028 จาก 1.78 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. กระแสเงินสดอิสระ (Free Operating Cash Flow - FOCF) มีแนวโน้มติดลบนานขึ้น โดย S&P คาด FOCF ปี 2026/27/28 ที่-2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ / -7.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ / -3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดว่าจะกลับเป็นบวกในปี 2028
  3. การหารายได้จาก AI ยังตามเงินลงทุนไม่ทัน S&P ยังไม่เห็นชัดว่ารายได้จากโฆษณาที่ดีขึ้นและ Muse จะสร้างผลตอบแทนเกินต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเมื่อใด ขณะที่คู่แข่งบางรายมีความชัดเจนในการหารายได้จาก AI มากกว่า
  4. ภาระหนี้สินมีแนวโน้มสูงกว่าเกณฑ์ โดย S&P คาด Leverage ปี 2027/28 ที่ 1.1x / 1.3x สูงกว่าเกณฑ์พิจารณาลดอันดับ AA- ที่ 1.0x ซึ่งเป็นผลจากภาระเช่า Data center เป็นหลัก

Meta ทำอะไรในช่วงหลังที่กระทบแนวโน้มอันดับเครดิต?

  1. เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI - Meta ปรับกรอบงบลงทุน ปี 2026 จาก 1.3–1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1.35–1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังยืนยันการลงทุนเชิงรุก ทั้งธุรกิจหลักและ AI ใหม่ ขณะที่งบลงทุนใน 3Q26 สูงถึง 3.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กระแสเงินสุทธิอิสระสุทธิใน 3Q26 ติดลบ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. เพิ่มสัญญาเช่าระยะยาวและโครงการขนาดใหญ่ - ภาระเช่าในอนาคตเพิ่มจากประมาณ 2.79  แสนล้านดอลลาร์สหรัฐใน 2Q26 เป็น 3.56  แสนล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3Q26
  3. เปลี่ยนจากซื้อหุ้นคืนมาเป็นระดมทุน – จากการลงทุนมหาศาลในช่วงปี 2025 ทำให้ Meta ไม่มีการซื้อหุ้นคืนในปี 2026 แต่มีการระดมทุนผ่านหุ้นสามัญ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กับหุ้นแปลงสภาพ (Mandatory convertible preferred) อีก 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแผนขายหุ้น Class C อีก 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังเป็นแผนในอนาคต สะท้อนว่าเงินลงทุนเริ่มเกินกำลังของกระแสเงินสดภายในบริษัท
  4. มีแรงกดดันค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายคดีความ 9.9  พันล้านดอลลาร์สหรัฐและบริษัทเพิ่มกรอบค่าใช้จ่ายรวมปี 2026 เป็น 1.75–1.79 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เราควรกังวลมากน้อยแค่ไหน?

เรามองว่าประเด็นนี้ยังไม่ใช่วิกฤติการเงินหรือสภาพคล่องของ Meta Platform แต่เหมือนเป็นคำเตือนที่ต้องจับตาสำหรับการบริหารและการจัดสรรเงินทุนในอนาคต

  1. ความเสี่ยงเรื่องการชำระหนี้ระยะสั้นต่ำ เพราะบริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ประมาณ 8.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 3 และไม่มีหนี้ครบกำหนดปี 2026 และมีเพียง 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027
  2. ความเสี่ยงในการถูกลดอันดับเครดิตมีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ ประมาณการ S&P ชี้ Leverage เกินเกณฑ์ AA- และ FOCF ยังติดลบในปี 2028 (ทิศทางเดียวกับที่ตลาดคาดการณ์) แต่ปัจจุบันยังคงอันดับ AA-
  3. ความเสี่ยงที่จะกระทบผลตอบแทนผู้ถือหุ้นและ Valuation ค่อนข้างสูง เงินลงทุนเบียดการซื้อหุ้นคืน และการเพิ่มทุนทำให้ต้องพิจารณาผลตอบแทนต่อหุ้นควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งน่าจะยังไม่เห็นจนถึงปี 2029 และขึ้นอยู่กับการหารายได้จาก AI ที่ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนมากนัก
  4. ความเสี่ยงในการเพิ่มทุนยังมีต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทยังระดมทุนได้มาก แต่เงินทุนไม่ได้มาโดยไม่มีต้นทุนต่อผู้ถือหุ้น ทำให้ตลาดสะท้อนผ่าน CDS ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  5. การลงทุนใน AI แล้วไม่คุ้มหรือผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาดเป็นความเสี่ยงหลักระยะยาว ประเด็นนี้จะกดดันราคาหุ้นของ Meta เป็นระยะหนึ่งจนกว่าจะเห็นการหารายได้ที่ชัดเจนกว่าจะเห็นกระแสเงินสดดีกว่าคาด งบลงทุนน้อยกว่าคาด และรายได้ของ AI ดีกว่าที่คาด

มุมมองของ INVX

  1. เงินลงทุนไม่ได้สูงเพียงระยะสั้น และจุดสิ้นสุดของรอบลงทุนไม่ชัดเจน ทั้งนี้มองว่าการลงทุนและการหารายได้ของ Meta อาจจะยากกว่า Hyperscaler อื่นที่พร้อมกว่าในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและฐานลูกค้า
  2. น้ำหนักของผลกระทบจากการลงทุนจึงมากกว่าความกังวลด้านเครดิต การเพิ่มทุนอาจจะช่วยซื้อเวลาสำหรับแนวโน้มการเติบโต แต่มองว่า งบลงทุนที่ต่ำกว่าที่คาด การหารายได้จาก Muse AI ดีกว่าที่คาดและ FCF ที่ติดลบน้อยกว่าที่คาดจะช่วยสนุบสนุนราคาหุ้นในช่วงประกาศผลประกอบการได้
  3. สถานการณ์ปัจจุบันยังบ่งชี้ว่าความเสี่ยงด้านการเงินไม่สูง แต่ความเสี่ยงถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
  4. ทั้งนี้มองว่า Meta ไม่มีทางเลือกมากนักหากว่าต้องการแข่งในตลาด AI ที่มีคู่แข่งอย่าง Google, Amazon, Microsoft, Oracle ที่ลงทุนในรูปแบบเดียวกัน เราอาจจะมองเป็นลบหาก Meta ไม่ลงทุนใน AI ในระยะยาวเพราะจะไม่มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวให้คาดหวัง
  5. เรามองว่าราคาหุ้นตอบสนองเรื่องการเพิ่มทุนของ Meta ไปแล้วจึงไม่ควรจะกังวลเรื่องนี้มากนัก แต่ราคาหุ้นจะตอบสนองกับการหารายได้จาก AI โดยไม่ทำให้โครงสร้างเงินทุนเปราะบางขึ้น โดยหากมองในปัจจุบัน Meta สามารถหาได้รายได้จาก AI ผ่านรายได้ค่าโฆษณามากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม
  6. สำหรับการลงทุนใน Meta เรามองว่าโอกาสในการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นยังมีจำกัด เพราะมีจุดต้องกังวลหลายเรื่องและต้องพิสูจน์หลายเรื่อง ในช่วงที่มีาการเพิ่มทุนและกังวลด้านเครดิต จึงแนะนำไปลงทุนใน Microsoft ที่มี FCF เป็นบวกและ Alphabet และ Amazon ที่อาจจะสามารถหารายได้จาก AI ได้ดีกว่า โดยมองว่า 3 ตัวนี้มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่า

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน