Café Invest
Research

MINT – 3Q26F: คาดกำไรปกติเติบโตเล็กน้อย YoY

MINT – 3Q26F: คาดกำไรปกติเติบโตเล็กน้อย YoY

เราคาดว่า MINT จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 2.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 14% QoQ เมื่อหักรายการพิเศษที่บันทึกใน 3Q25 และ 2Q26 ออก เราคาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 3% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ แม้ว่าจะถูกลดทอนบางส่วนจาก EBITDA margin ที่อ่อนตัวลง ขณะที่คาดว่ากำไรปกติจะลดลง 19% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล เราเชื่อว่า MINT ยังคงมี valuation ที่น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PE ปี 2027 ที่ 12 เท่า ขณะที่ความคืบหน้าในการลดภาระหนี้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นราคาหุ้น โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วง 4Q26-1Q27 เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ MINT โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 32.25 บาท

พรีวิว 3Q26: คาดกำไรปกติเติบโตเล็กน้อย YoY เราคาดว่า MINT จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 2.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 14% QoQ เมื่อหักรายการพิเศษที่บันทึกใน 3Q25 และ 2Q26 ออก เราคาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 3% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ แม้ว่าจะถูกลดทอนบางส่วนจาก EBITDA margin ที่อ่อนตัวลง ขณะที่คาดว่ากำไรปกติจะลดลง 19% QoQ จากปัจจัยฤดูกาลหลังสิ้นสุดช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในยุโรปใน 2Q26 ซึ่งเป็นภูมิภาคดำเนินงานหลักของ MINT ทั้งนี้ MINT มีกำหนดประกาศผลประกอบการในวันที่ 12 พ.ย.

ธุรกิจโรงแรม: เราคาดว่า RevPAR ของโรงแรมที่ MINT เป็นเจ้าของและเช่าบริหารจะเติบโต 9% YoY ใน 3Q26 เร่งตัวขึ้นจาก 5% YoY ใน 2Q26 โดย RevPAR น่าจะยังแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 7% YoY ในยุโรป และ 16% YoY ในไทย โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น ด้าน RevPAR ในมัลดีฟส์ฟื้นตัวขึ้น 30% YoY โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของระดับอัตราการเข้าพัก ธุรกิจร้านอาหาร: เราคาด SSS ใน 3Q26 กลับมาเติบโตเป็นบวกที่ 1.6% นำโดยไทย (+4.3%), สิงคโปร์ (+0.8%) และจีน (+2.1%) โดยได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนาเมนูใหม่และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย EBITDA margin อ่อนตัวลง: เราคาดว่า EBITDA margin ใน 3Q26 จะอยู่ที่ 27.7% ลดลงจาก 28.3% ใน 3Q25 และ 28.6% ใน 2Q26 หลักๆ สะท้อนถึงต้นทุนแรงงานและค่าเช่าที่สูงขึ้นในยุโรปตามข้อมูลที่บริษัทเคยให้ไว้ แม้ว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากอัตรากำไรในธุรกิจร้านอาหารที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย

แนวโน้ม 4Q26 ธุรกิจโรงแรม: ยอดจองห้องพักล่วงหน้าชี้ให้เห็นว่า RevPAR จะเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวระดับต่ำถึงปานกลาง YoY ทั้งในยุโรปและไทย ส่วนในมัลดีฟส์ ยอดจองยังคงติดลบเล็กน้อย YoY แต่ผู้บริหารคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในระยะข้างหน้า ธุรกิจร้านอาหาร: SSS ของประเทศไทยยังคงเป็นบวก โดยเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวระดับปานกลางเดือนต.ค. สะท้อนถึงโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงเมนู และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ต้นทุนพลังงาน (4-5% ของรายได้): MINT ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง สำหรับพลังงานในยุโรปเกือบทั้งหมดสำหรับปี 2026 ไว้แล้ว ซึ่งจะช่วยจำกัดผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น สำหรับปี 2027 บริษัทได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงครอบคลุมความต้องการใช้พลังงานแล้วประมาณ 50-60% โดยระดับการป้องกันความเสี่ยงแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด

การลดภาระหนี้ยังคงดำเนินไปตามแผนผ่านการหมุนเวียนสินทรัพย์ ภายหลังการเลื่อนการจัดตั้งกอง REIT จากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย MINT ได้ปรับมาใช้กลยุทธ์หมุนเวียนสินทรัพย์ผ่านธุรกรรม ขายและเช่ากลับ ผู้บริหารคาดว่าจะสามารถดำเนินธุรกรรมชุดแรก ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 3 แห่ง ได้ภายในช่วง 4Q26-1Q27 และจะมีการขายสินทรัพย์เพิ่มเติมในปี 2027 เงินที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ชำระหนี้เป็นหลัก ขณะที่ MINT จะยังคงเป็นผู้บริหารโรงแรมดังกล่าวต่อไป และได้รับค่าธรรมเนียมบริหาร สำหรับการนำ Minor Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน และยังรอภาวะตลาดที่เหมาะสมมากกว่านี้

คงประมาณการกำไร เราเชื่อว่า MINT ยังสามารถสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่เรากำลังติดตามคือ แนวโน้มของ EBITDA margin ซึ่งยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในธุรกิจโรงแรม เรา คงประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 32.25 บาท โดยอิงกับ WACC ที่ 7% และอัตราการเติบโตระยะยาวที่ 1.5%

ปัจจัยเสี่ยง 1) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทาง และ 2) ต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร เรามองว่าความเสี่ยงด้าน ESG คือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำเสีย และขยะ (E)