Café Invest
Markets

Moderna จับตาข้อมูลวัคซีนมะเร็ง 24 ต.ค. ชี้อนาคต mRNA นอกโควิด

MRNANASDAQ
Moderna จับตาข้อมูลวัคซีนมะเร็ง 24 ต.ค. ชี้อนาคต mRNA นอกโควิด

Moderna เตรียมเปิดผลระยะ 3 ของ intismeran ร่วมกับ Keytruda วันที่ 24 ต.ค. โดยตลาดจับตาว่าจะลดความเสี่ยงมะเร็งกลับมาได้ราว 35% หรือดีกว่าหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อศักยภาพ mRNA นอกวัคซีนโควิดและการขยายไปยังมะเร็งชนิดอื่น ขณะที่ราคาหุ้น MRNA สะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว จึงมีความเสี่ยงหากผลออกมาเพียงตามคาดหรือต่ำกว่าคาด

Moderna จับตาข้อมูลวัคซีนมะเร็ง 24 ต.ค. ชี้อนาคต mRNA นอกโควิด

Moderna เตรียมเปิดเผยรายละเอียดผลการทดลองระยะ 3 ของวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล intismeran ร่วมกับ Keytruda ของ Merck ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังวันที่ 24 ต.ค. หลังผลเบื้องต้นก่อนหน้านี้ยืนยันว่าการทดลองบรรลุเป้าหมายหลัก ทำให้ตลาดคาดหวังต่อประสิทธิผลของยาในระดับสูง ข้อมูลครั้งนี้จึงมีความสำคัญทั้งต่อโอกาสสร้างรายได้ใหม่ของ Moderna และการต่อยอดธุรกิจมะเร็งของ Merck ขณะที่ราคาหุ้น Moderna ที่ปรับขึ้นมากแล้วสะท้อนว่าความคาดหวังส่วนหนึ่งถูกนำมาคิดในราคาแล้ว

1. Moderna เตรียมเปิดข้อมูลสำคัญของวัคซีนมะเร็งวันที่ 24 ต.ค.

·       Moderna ยืนยันว่าจะนำเสนอผลการทดลองระยะ 3 ของ intismeran autogene ซึ่งเป็นวัคซีนมะเร็งแบบเฉพาะบุคคลที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ร่วมกับ Keytruda ของ Merck ในการประชุม ESMO วันที่ 24 ต.ค. 2026 โดยการศึกษาครอบคลุมผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังระยะ IIB-IV ที่ได้รับการผ่าตัดเนื้องอกออกแล้ว

·       ประเด็นสำคัญคือ Moderna และ Merck เปิดเผยก่อนหน้านี้แล้วว่าการทดลองสามารถบรรลุเป้าหมายหลัก โดยการใช้ intismeran ร่วมกับ Keytruda สามารถลดโอกาสกลับมาเป็นมะเร็งได้ดีกว่าการใช้ Keytruda เพียงอย่างเดียว แต่ตลาดยังรอรายละเอียดว่าผลลัพธ์จริงมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด

2. ตัวเลขที่ตลาดจับตาคือความสามารถในการลดความเสี่ยงมะเร็งกลับมา

·       ตลาดจะให้ความสำคัญกับตัวชี้วัด Recurrence-Free Survival (RFS) หรือระยะเวลาที่ผู้ป่วยยังไม่กลับมาเป็นมะเร็ง โดย UBS ระบุว่าตลาดคาดค่า Hazard Ratio อยู่ที่ประมาณ 0.65 หรือเทียบเท่ากับการลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นมะเร็งประมาณ 35%

·       หากผลที่เปิดเผยออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่าระดับดังกล่าว จะช่วยยืนยันว่าประสิทธิผลของวัคซีนมีนัยสำคัญและเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการขยายไปยังมะเร็งชนิดอื่น แต่หากผลออกมาอ่อนกว่าคาด อาจเพิ่มคำถามต่อประสิทธิผลของเทคโนโลยีในมะเร็งที่รักษายากกว่า

3. ความสำคัญไม่ได้จำกัดเฉพาะมะเร็งผิวหนัง

·       Moderna และ Merck กำลังทดสอบ intismeran ในมะเร็งหลายประเภท เช่น มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งตับอ่อน โดยในการประชุม ESMO ครั้งนี้จะมีข้อมูลเบื้องต้นจากมะเร็งตับอ่อน รวมถึงรายละเอียดการศึกษาระยะ 3 ในมะเร็งปอดระยะต้น

·       ดังนั้น หากผลในมะเร็งผิวหนังมีความแข็งแกร่ง จะเพิ่มความเชื่อมั่นว่าแนวทางวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลอาจนำไปใช้ในมะเร็งชนิดอื่นได้ และจะขยายขนาดตลาดของแพลตฟอร์มนี้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว

4. Moderna มีโอกาสลดการพึ่งพารายได้วัคซีนระบบทางเดินหายใจ

·       สำหรับ Moderna ความสำเร็จของ intismeran มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญว่าเทคโนโลยี mRNA สามารถนำไปใช้สร้างรายได้นอกธุรกิจวัคซีนโควิดและวัคซีนระบบทางเดินหายใจได้จริง

·       หากได้รับอนุมัติ intismeran อาจกลายเป็นวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลรายแรกๆ ที่เข้าสู่ตลาด และช่วยเปลี่ยนภาพของ Moderna จากบริษัทวัคซีนไปสู่บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่มีแพลตฟอร์มรักษาโรคได้หลากหลายมากขึ้น

5. Merck ได้ประโยชน์จากการยืดอายุธุรกิจ Keytruda

·       ด้าน Merck ความสำเร็จของ intismeran จะช่วยเพิ่มบทบาทของ Keytruda ซึ่งเป็นยามะเร็งหลักของบริษัท โดยเฉพาะในช่วงที่สิทธิบัตรสำคัญของ Keytruda จะเริ่มหมดอายุในปี 2028

·       การพัฒนา Keytruda ร่วมกับการรักษาแบบเฉพาะบุคคลอาจช่วยสร้างข้อบ่งใช้ใหม่และเพิ่มโอกาสรักษาผู้ป่วยในระยะต้นมากขึ้น แม้ intismeran เพียงตัวเดียวอาจไม่สามารถชดเชยรายได้ของ Keytruda ได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยต่อยอดแพลตฟอร์มมะเร็งของ Merck ในระยะยาว

6. ราคาหุ้น Moderna สะท้อนความคาดหวังสูงแล้ว

·       ราคาหุ้น Moderna ปรับขึ้นอย่างมากหลังบริษัทประกาศว่าการทดลองระยะ 3 ประสบความสำเร็จ และปรับขึ้นอีกหลังยืนยันว่าข้อมูลจะถูกนำเสนอในเวทีสำคัญของ ESMO สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับโอกาสเชิงพาณิชย์ของ intismeran มากขึ้นอย่างชัดเจน

·       อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนความสำเร็จไปบางส่วนแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนไหวหลังวันที่ 24 ต.ค. จะขึ้นอยู่กับ “ขนาดของประโยชน์” ที่เปิดเผยออกมา มากกว่าการที่ผลการทดลองเพียงแค่ผ่านเป้าหมายหลัก

มุมมอง InnovestX

·       เรามองว่า วันที่ 24 ต.ค. เป็นจุดชี้วัดสำคัญของ Moderna โดยประเด็นหลักไม่ใช่ว่ายาจะผ่านการทดลองหรือไม่ เพราะตลาดรับรู้ผลเชิงบวกเบื้องต้นแล้ว แต่คือประสิทธิผลจริงมีความแข็งแกร่งเพียงใด หากลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นมะเร็งได้ราว 35% หรือดีกว่า จะเป็นบวกต่อ MRNA และ MRK และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการขยาย mRNA ไปยังมะเร็งชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม หลังราคาหุ้น MRNA ปรับขึ้นแรง ความเสี่ยงระยะสั้นเพิ่มขึ้นหากข้อมูลเพียงสอดคล้องกับคาดหรืออ่อนกว่าความคาดหวังของตลาด

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน