1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกต่อเนื่อง ราคาน้ำมันร่วงหลังข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านมีความคืบหน้ามากขึ้น Bond Yield ร่วงต่อ
2. ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านมีข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้น สร้างความหวังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
3. PCE เดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นตามคาด สะท้อนแรงกดดันจากสงครามที่ผลักดันเงินเฟ้อ หนุนเฟดให้คงดอกเบี้ยในระดับสูง
4. EU เตรียมออก Chips Act 2.0 กระตุ้นรัฐบาลซื้อชิปจากสตาร์ทอัพในยุโรป สร้าง Ecosystem ลดการพึ่งพาชิปสหรัฐฯ
5. Anthropic มีมูลค่าบริษัทขึ้นสู่ระดับ 965 พันล้านดอลลาร์ เป็นสตาร์ทอัพ AI ที่มีมูลค่าสูงสุด ในซิลิคอนแวลลีย์
Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 29 พ.ค. 2569

Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
29 May 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกต่อเนื่อง โดย S&P 500 และ Nasdaq ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านขยายช่วงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน แม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ถูกปรับลง เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด และคำสั่งซื้อเครื่องจักรลงทุนพื้นฐานลดลง ทำให้ตลาดคาดว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ด้านค่าเงิน ดอลลาร์อ่อนเมื่อเทียบกับยูโรและเยน ราคาน้ำมัน Brent ปรับลง ขณะที่ WTI ขยับขึ้นเล็กน้อย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง
2. น้ำมันดิบ WTI ปรับลงเล็กน้อยเมื่อตลาดเอเชียเปิด หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงเบื้องต้นจะขยายหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ซึ่งอาจทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ โดย WTI ไหลลงมาโซน 88 ดอลลาร์ แม้ดีลยังต้องรอทรัมป์ ให้ไฟเขียว ด้านรมว. คลังสหรัฐฯ Scott Bessent ย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ทำ “ดีลแย่” กับอิหร่าน และวางเส้นแดงไว้ว่าอิหร่านต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มที่
3. PCE เดือนเม.ย. 2026 ออกมาตรงคาดของตลาด โดย Headline PCE โต 3.8% YoY และ Core PCE (ตัดอาหาร–พลังงาน) โต 3.3% YoY สูงขึ้นจาก 3.5% และ 3.2% ตามลำดับในเดือนมี.ค. สะท้อนว่าความกดดันด้านราคาโดยเฉพาะจากพลังงานและสงครามในตะวันออกกลางยังคงแรง ทำให้ตลาดส่วนใหญ่ตีความว่าเฟดยังไม่สามารถพูดถึงการลดดอกเบี้ยได้ และแทบทุกสำนักคาดว่าเฟดจะ “ถือดอกเบี้ยสูง” ต่อไปอย่างน้อยถึงปลายปี 2026
4. คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมออก “Chips Act 2.0” ที่หันมาเน้นฝั่งดีมานด์มากขึ้น โดยสนับสนุนให้ภาครัฐทำสัญญาซื้อชิปจากสตาร์ทอัปในยุโรป ทั้งผ่านข้อตกลงรับซื้อระยะยาว (offtake agreements) และโครงการจัดซื้อเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมของภาครัฐ เพื่อลดการพึ่งพาชิปจากสหรัฐฯ และเอเชีย พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าลงทุนราว 120,000 ล้านยูโรในระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิปของยุโรปภายในปี 2035 และเร่งรัดกระบวนการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ในภูมิภาค
5. Anthropic ประกาศระดมทุนรอบ Series H มูลค่า 65 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่ากิจการ (post-money valuation) ขึ้นไปที่ประมาณ 965 พันล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็น “สตาร์ทอัพ AI ที่มีมูลค่าสูงสุด” ในซิลิคอนแวลลีย์ และสูงกว่า OpenAI ที่เพิ่งปิดดีลระดมทุนรอบใหญ่ 122 พันล้านดอลลาร์ที่ valuation ราว 852 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ทำให้ valuation ของ Anthropic กระโดดขึ้นเกือบสามเท่าในเวลาไม่กี่เดือน
