1. ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นเล็กน้อย Yield พลิกลงแต่ Oil Shock กดดันตลาดหุ้นยุโรป ด้านฟิวเจอร์สทรงตัวรอ Payrolls
2. คณะกรรมการ Fed ส่งสัญญาณพักขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ตลาดลดโอกาสขึ้นเหลือ 28% แต่ยังเปิดทางขึ้นอีกครั้งปลายปี
3. น้ำมันพุ่งกว่า 4% หลังจีนระงับส่งออกเชื้อเพลิง–สหรัฐเสริมกำลัง เสี่ยงดันเงินเฟ้อโลกต่อไป
4. ISM Manufacturing PMI ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งสูง ตอกย้ำ Inflation Risk และจำกัดหุ้น Duration สูง
5. Broadcom ให้กู้ Anthropic $4.2 หมื่นล้าน หนุน AI Capex แต่เพิ่มความเสี่ยง Circular Financing
6. กบน. ขึ้นราคาน้ำมัน 0.75 บาทต่อลิตร กดดันเงินเฟ้อ–กำลังซื้อ เป็นภาพลบต่อกลุ่มค้าปลีกและสินเชื่อระยะสั้น
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 2 ตุลาคม 2026
1. หุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อย Dow +0.04%, S&P 500 +0.20% และ Nasdaq +0.04% โดย Energy +1.9% และ Technology +0.8% นำตลาด ด้านเอเชีย Nikkei +3.3% และ KOSPI +2.0% จากชิป ขณะที่ STOXX 600 -1.3% จากแรงขายธนาคาร UST 10Y/30Y ลดจากจุดสูงสุดมาที่ 5.24%/5.61% แต่ดอลลาร์ยังแข็ง Brent +4.4% สู่ $102.31, WTI $92.87 และทอง +0.52% สู่ $4,178 ฟิวเจอร์สทรงตัวก่อน Payrolls จึงยังควรคุม Duration และความเสี่ยงกว้าง โดยเน้นหุ้นคุณภาพและเลี่ยงไล่ราคาในระยะสั้น
2. Philip Jefferson รองประธาน Fed ระบุว่าการปรับนโยบายครั้งต่อไปควรรอข้อมูลและอาจต้องใช้เวลาประเมินมากขึ้น สอดคล้องกับ John Williams ที่มองว่าไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือ 28.2% จาก 68.6% สัปดาห์ก่อน และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เลื่อนไปคาดเดือน ธ.ค. อย่างไรก็ดี Kashkari ยังเห็นโอกาสขึ้นอีกทั้งปลายปีและปี 2027 จึงช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่ไม่ใช่สัญญาณเพิ่ม Duration เชิงรุกก่อน Payrolls และทิศทางค่าจ้างคืนนี้
3. Brent ธ.ค. พุ่ง 4.37% ปิด $102.31 และ WTI +2.71% สู่ $92.87 หลังโรงกลั่นจีนระงับส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันนอกฮ่องกงและมาเก๊า ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามและทหารเพิ่มสูงสุด 10,000 นายไปตะวันออกกลาง ตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันตึงตัวอยู่แล้วจากรัสเซียห้ามส่งออกดีเซลถึงสิ้น ต.ค. จึงเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและ Long Yield ควรหลีกเลี่ยงไล่หุ้นใช้น้ำมันสูง และจำกัดน้ำหนัก Energy Hedge จนกว่าสัญญาณ Supply จะเริ่มผ่อนคลายอย่างยั่งยืน
4. ISM Manufacturing PMI เดือน ก.ย. ลดเล็กน้อยสู่ 54.5 จาก 54.6 แต่ยังอยู่ในโซนขยายตัว โดย New Orders เพิ่มสู่ 55.3 และ Employment สู่ 52.7 จากแรงหนุน AI Infrastructure และการเติม Inventory อย่างไรก็ดี ดัชนีราคาวัตถุดิบพุ่งสู่ 77.9 จาก 71.1 หลังพลังงานและ Supply Chain ตึงตัว สะท้อน Demand แข็งแต่ต้นทุนเร่ง ภาพนี้ยังหนุนกำไรกลุ่ม Industrial–AI บางส่วน แต่เพิ่มความเสี่ยง Margin และ Yield จึงควรเน้นผู้มี Pricing Power และงบดุลแข็งแรงในระยะสั้น
5. เอกสาร IPO ของ Anthropic ระบุว่า Broadcom ตกลงให้วงเงินกู้สูงสุด $42 พันล้าน เพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยอาจแต่งตั้งพันธมิตรทางการเงินและแปลงหนี้เป็นหุ้นได้ เงินกู้ส่วนหนึ่งจะรองรับสัญญาเช่า TPU 5 ปีมูลค่า $125.2 พันล้าน ซึ่ง Broadcom มีบทบาททั้งออกแบบชิปและจัดหาเงินทุน แม้ช่วยเพิ่มความชัดเจนของ AI Capex แต่เพิ่มความเสี่ยงจาก Reciprocal Spending และผลประโยชน์ทับซ้อน จึงควรแยก Real Demand ออกจากยอดขายที่พึ่ง Vendor Financing
6. กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 2 ต.ค. ตามต้นทุนหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้ดีเซลแตะ 42.19 บาท/ลิตร เพื่อช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งชดเชยราคาอยู่วันละ 430 ล้านบาท การส่งผ่านต้นทุนพลังงานรอบใหม่มีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและกำลังซื้อ โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ระยะสั้นจึงเป็น Sentiment ลบต่อค้าปลีก CPALL BJC TNP และสินเชื่อ MTC SAWAD TIDLOR จากความเสี่ยงยอดใช้จ่ายชะลอและคุณภาพสินทรัพย์อ่อนลง
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US Nonfarm Payrolls เดือนก.ย. ตลาดคาด 89k ก่อนหน้า 162k, US Unemployment Rate เดือนก.ย. ตลาดคาด 4.1% ก่อนหน้า 4.1%