1. ตลาดหุ้นโลกพักฐานหลัง Yield ระยะยาวพุ่งสูงสุดรอบ 24 ปี กดดันหุ้น High Beta–ทองคำ แม้น้ำมันเริ่มผ่อนแรง
2. รายงานประชุม Fed มองขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งปีนี้ ดัน Mortgage 30 ปีสูงสุดรอบ 3 ปี กดดันหุ้น Growth ระยะสั้น
3. จีนไม่จำกัดส่งออกรถไฮบริด–Porsche ชะลอ EV ตอกย้ำสงครามการค้าและ Transition ที่ยืดเยื้อ
4. RBI ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกรอบเกือบ 4 ปีเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จับตาค่าเงินรูปีอ่อนใกล้แตะ Low เดิมแม้ภาพมหภาคแข็งแรง
5. IMF เตือนหนี้สูง–AI Boom เพิ่มความเสี่ยงโลก แนะเร่งสร้างวินัยคลังและกรอบกำกับที่เข้มงวด
6. BOI to IPO เปิด Super-Fast Track หวังดึงบริษัทญี่ปุ่นเข้าตลาดทุน หนุน FDI–นิคมระยะยาว
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 8 ตุลาคม 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ Dow -0.66%, S&P 500 -0.22% และ Nasdaq -0.22% ขณะที่ Russell 2000 -1.3% โดย Industrials นำลง ส่วน Healthcare สวนขึ้น ก่อนหน้า Nikkei -1%, KOSPI -2% และหุ้นยุโรป -1% หลัง UST 10Y–30Y แตะสูงสุดรอบ 24 ปี DXY +0.4% ด้าน Brent -0.5%, WTI -1.3% และทอง -1.2% สู่ $4,114 ภาพตลาดถูกกดจาก Long Yield และ Term Premium ที่เพิ่มขึ้น จึงยังควรคุม Duration ไม่เพิ่ม Beta ไม่ไล่ราคา และเน้นบริษัทที่กำไรมีคุณภาพกับงบดุลแข็งแรง
2. รายงานประชุม Fed เดือน ก.ย. ชี้กรรมการลงมติขึ้นดอกเบี้ย 25 bps เป็นเอกฉันท์ แม้เห็นต่างเรื่องสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มองว่าการขึ้นอีกครั้งภายในสิ้นปีน่าจะเหมาะสม เพื่อรับมือเงินเฟ้อจากพลังงาน ภาษีนำเข้า และอุปสงค์จาก AI Investment ตลาดยังคาดพักดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ก่อนพิจารณาขึ้นใน ธ.ค. ขณะที่ UST 10Y/30Y Yield อยู่ที่ 5.28%/5.67% และ Mortgage 30 ปีพุ่งสู่ 7.49% สูงสุดเกือบ 3 ปี จึงยังควรคุม Duration และระวังหุ้น Growth ที่ไวต่อดอกเบี้ยสูง
3. จีนปฏิเสธคำขอของ EU ให้จำกัดการส่งออกรถไฮบริดโดยสมัครใจ ทำให้ยุโรปอาจพิจารณากำหนดเพดานนำเข้าฝ่ายเดียว หลังยอดนำเข้ารถ Plug-in Hybrid จากจีนเพิ่ม 86% ในรอบปี ขณะเดียวกัน Porsche หันใช้ยุทธศาสตร์ Powertrain สามทาง ทั้งเครื่องยนต์สันดาป Hybrid และ EV หลังยอดขายจีนลดลงและแผน EV เดิมมีต้นทุนสูง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการแข่งขันด้านราคาและการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ที่ช้ากว่าคาด จึงควรเน้น Supply Chain ที่รองรับหลายเทคโนโลยีมากกว่าพึ่ง EV เพียงทางเดียว
4. RBI ขึ้นดอกเบี้ย Repo 25 bps สู่ 5.50% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี และเปลี่ยนจุดยืนจาก Neutral เป็น Calibrated Tightening หลังคาดเงินเฟ้อเฉลี่ย 3 ไตรมาสข้างหน้าราว 5.8% แม้ยังคงประมาณการ GDP ปีงบประมาณนี้ที่ 7.1% อย่างไรก็ดี เงินรูปีอ่อนแตะ 96.85 ต่อดอลลาร์ ใกล้จุดต่ำสุดเดิม 96.96 เพราะตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังไม่พอเรียก Fund Flow กลับ ภาพมหภาคอินเดียยังแข็งแรง แต่ Valuation และ FX Risk สูง จึงควรรอค่าเงินรูปีทรงตัวก่อนพิจารณาลงทุน
5. Kristalina Georgieva ผู้อำนวยการ IMF เรียกร้องให้ประเทศเร่งลดหนี้สาธารณะและรับมือความเหลื่อมล้ำ ท่ามกลางแรงกดดันพร้อมกันจาก AI Boom ต้นทุนกู้ยืมสูง และสงคราม โดยเตือนว่าประเทศรายได้น้อยอาจต้องเลือกระหว่างรายจ่ายเพื่อประชาชนกับการชำระหนี้ ขณะที่ AI ช่วยเพิ่มการเติบโตได้แต่เสี่ยงกระทบตลาดแรงงาน พลังงาน และเสถียรภาพ หากขาดกฎกำกับกับการพัฒนาทักษะ ภาพนี้หนุนการเน้นประเทศที่มี Fiscal Space และบริษัท AI ที่สร้างรายได้จริงมากกว่าใช้ Leverage สูง
6. รมว.คลังเผยโครงการ BOI to IPO จะจัดช่องทาง Super-Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมหารือ JETRO เพื่อชักชวนบริษัทญี่ปุ่นเข้าร่วมเป็นกลุ่มแรก นโยบายนี้อาจเชื่อมการให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนกับการระดมทุนในประเทศ และช่วยยกระดับไทยเป็นฐานย้ายการผลิตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หากดำเนินการได้ตามแผนจะช่วยเพิ่ม FDI และฐานบริษัทจดทะเบียน มองบวกระยะยาวต่อตลาดหุ้นไทยและกลุ่มนิคม AMATA–WHA
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US Initial Jobless Claims ตลาดคาด 200k ตำแหน่ง ก่อนหน้า 197k ตำแหน่ง