1. ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรง นำโดย Nasdaq -1.88% หลังเงินเฟ้อสูงกว่าคาดกดหุ้น AI ลงแรง ภาพรวมสะท้อนความกังวลที่มากขึ้น
2. CPI–Beige Book ชี้เงินเฟ้อขยายวง แต่เศรษฐกิจโตช้า สะท้อน Upside ตลาดที่จำกัด แม้ Fed อาจยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย
3. ญี่ปุ่นทุ่ม $21bn สร้างโรงงานชิปสหรัฐ กระจาย Supply Chain แต่เพิ่มการแข่งขันฐานผลิตเอเชีย
4. เรือสองลำจมใกล้ฮอร์มุซหลังถูกโจมตี ความเสี่ยงลามสู่สินค้า–ค่าระวาง หนุน Oil Premium ต่อเนื่อง
5. RBI พยุงรูปีฟื้น 3 วันติด แต่แรงซื้อดอลลาร์–เงินไหลออกยังสูง อาจจำกัด Upside ตลาดหุ้นอินเดียระยะสั้น
6. คลังเดินหน้า “คนละหลังพลัส” 5 หมื่นลบ. หวังช่วยลดภาระดอกเบี้ย หนุนยอดโอนและหุ้นอสังหาฯ ระยะสั้น
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 15 ตุลาคม 2026
1. หุ้นสหรัฐปรับลง Dow -0.09%, S&P 500 -1.11% และ Nasdaq -1.88% หลัง CPI สูงกว่าคาดและหุ้น AI ถูกขายหนัก โดย SOX -4.3% ขณะที่ Healthcare +2.4% และ Staples +2.1% ด้าน UST 10Y/30Y ปิดราว 5.19%/5.53% หลังพุ่งระหว่างวัน ดอลลาร์ +0.35% ส่วน Brent +0.35% สู่ $106.06, WTI +1.01% ที่ $95.09 และทอง -1.45% สู่ $4,096.58 ภาพรวมเป็น Risk-Off จากดอกเบี้ยสูง จึงควรลด High Beta และเน้น Quality–Defensive และรอเงินเฟ้อชะลอก่อนเพิ่มความเสี่ยงใหม่ต่อไป
2. CPI สหรัฐเดือน ก.ย. เพิ่ม 3.7% YoY สูงกว่าคาด ขณะที่ Core CPI เพิ่ม 0.3% MoM และ 2.6% YoY ด้าน Beige Book พบกิจกรรมเศรษฐกิจส่วนใหญ่โตเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะ Low-hire, Low-fire แต่แรงกดดันราคากำลังเร่ง โดยต้นทุนดีเซลกระทบขนส่ง เกษตร และสายการบิน แม้ Mary Daly เห็นว่า Fed ยังไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ภาพเงินเฟ้อขยายวงแต่ Growth ชะลอเพิ่มความเสี่ยง Policy Error สูงขึ้น จึงคุม Duration และลดการไล่ราคา Growth
3. ญี่ปุ่นเตรียมลงทุนราว $21 พันล้านเพื่อสร้างโรงงานชิปสูงสุด 2 แห่งในรัฐนิวยอร์ก โดยรัฐบาลสหรัฐและฝ่ายญี่ปุ่นจะร่วมถือครอง ขณะที่ GlobalFoundries เป็นผู้ดำเนินงาน ดีลนี้อยู่ภายใต้กรอบลงทุนเชิงยุทธศาสตร์สหรัฐ–ญี่ปุ่นและสะท้อนการย้ายกำลังผลิตชิปเข้าใกล้ตลาดปลายทาง เพื่อลดความเสี่ยง Supply Chain ระยะยาวเป็นบวกต่ออุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานชิป แต่เพิ่มการแข่งขันแย่งเงินทุนและลูกค้ากับฐานผลิตเอเชีย จึงเน้นผู้เล่นที่มีเทคโนโลยีและคำสั่งซื้อชัด
4. เรือ Container และเรือสินค้าเทกองสองลำจมใกล้ช่องแคบฮอร์มุซภายใน 24 ชั่วโมง หลังถูกยิงด้วยวัตถุระเบิดคนละเหตุการณ์ ขณะที่การโจมตีเรือพาณิชย์เร่งขึ้นในช่วง 10 วันที่ผ่านมา และไม่ได้จำกัดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมัน ช่องแคบนี้รองรับน้ำมันและ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลกก่อนสงคราม เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเสี่ยงเพิ่มค่าประกัน ค่าระวาง และ Oil Premium แม้ปริมาณส่งออกบางส่วนฟื้น ควรคง Hedge ผ่านพลังงานหรือทองคำแบบจำกัดน้ำหนัก พร้อมติดตามความเสี่ยงการปิดเส้นทาง
5. เงินรูปีอินเดียแข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน หลัง RBI ใช้มาตรการคุมธุรกรรม FX และส่งสัญญาณพร้อมดำเนินการเพิ่มเพื่อจำกัดการเก็งกำไร อย่างไรก็ดี ค่าเงินปิดเพียง +0.1% ที่ 95.15 รูปีต่อดอลลาร์ เพราะผู้นำเข้ายังเร่ง Hedge และเงินทุนไหลออกยังดำเนินต่อ ตลาด Swap สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 100bps ใน 12 เดือน ภาพนี้ช่วยลดความผันผวนระยะสั้น แต่ยังไม่ยืนยันการกลับตัว จึงคงมุมมองบวกแบบ Selective ต่ออินเดีย.
6. กระทรวงการคลังเดินหน้าโครงการ “คนละหลังพลัส” วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ด้วยดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 2.6% ในช่วง 2 ปีแรก และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี คาดช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 1.25 แสนล้านบาท มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดภาระผู้ซื้อบ้าน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ เร่งระบายสต็อกที่อยู่อาศัย และหนุนกิจกรรมต่อเนื่อง มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มอสังหาฯ โดยเฉพาะ SPALI AP และ SIRI
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US PPI (MoM) เดือนก.ย. ตลาดคาด 0.6% ก่อนหน้า 0.4%, US Retail Sales (MoM) เดือนก.ย. ตลาดคาด 0.3% ก่อนหน้า 1.1%