Café Invest
Markets

Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 26 ต.ค. 2026

Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 26 ต.ค. 2026

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบจากน้ำมัน–Yield สูง แต่ฟิวเจอร์สดีดรับสัปดาห์ Fed จึงยังไม่ใช่ Risk-On เต็มตัว

2. Fed–PCE–GDP และงบ Big Tech ชี้ทิศตลาดพร้อมกัน เสี่ยงเร่งผันผวนทั้ง Yield และหุ้น Growth

3. Trump ใกล้ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับอิหร่าน เพิ่มความเสี่ยง Oil Premium และแรงกดดันเงินเฟ้อ

4. สหรัฐฯ ขยายคุมเงินลงทุนในจีนสู่ Biotech–Computing เพิ่ม Fragmentation และความเสี่ยงตอบโต้

5. น้ำมัน Brent ยืนเหนือ $116 กดหุ้นอินเดียและเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ แม้พื้นฐานยังดีแต่ตลาดรอราคาพลังงานนิ่ง

6. คลังชงโซลาร์ล้านครัวเรือน วงเงินหนุน–สินเชื่อ 1.3 แสนล้านบาท เป็น Sentiment บวกต่อผู้ติดตั้งและกลุ่มค้าปลีก

เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 26 ตุลาคม 2026

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบวันศุกร์ Dow -1.23%, S&P 500 -0.52% และ Nasdaq -0.21% กลุ่ม Technology กับ Semiconductor ฟื้นราว 0.4% ขณะที่ Energy +2.5% ทำสถิติสูงสุด UST 10Y ขึ้นสู่ 4.99% และ 30Y ราว 5.32% ส่วน DXY อยู่ใกล้ 101.8 จุด ด้าน Brent ปิด $116.72, WTI $103.27 ขณะที่ทองหลุด $4,000 และลดลงราว 4% ในสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ฟิวเจอร์สเช้าวันจันทร์บวก 0.3–0.6% ภาพรวมยังเป็น Defensive Rotation มากกว่า Risk-On จึงควรรอ Fed และงบ Big Tech ก่อนเพิ่มความเสี่ยง

2. แม้ตลาดคาด Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% วันที่ 28 ต.ค. แต่จะจับตาท่าทีของ Kevin Warsh ต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ก่อนรับ PCE และ GDP ไตรมาส 3 วันถัดไป ขณะเดียวกันบริษัทใน S&P 500 ราวหนึ่งในสามเตรียมรายงานงบ นำโดย Alphabet, Microsoft และ Amazon ซึ่ง Guidance ด้าน Cloud, AI Monetization, Capex และ FCF จะทดสอบความยั่งยืนของ AI Rally หากเงินเฟ้อสูงและผลตอบแทนจาก AI ยังไม่ชัด Long Yield กับหุ้น Growth อาจผันผวน จึงควรรอข้อมูลก่อนเพิ่มความเสี่ยง

3. Trump ระบุว่าใกล้ถึงจุดตัดสินใจว่าจะทำข้อตกลงกับอิหร่านหรือ “ยุติปัญหาให้เบ็ดเสร็จ” พร้อมเปิดทางต่อปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ แม้ยืนยันว่าจะยังไม่โจมตีในวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านระบุว่ายังส่งข้อความผ่านคนกลาง แต่ประชาชนกังวลว่าสงครามเต็มรูปแบบอาจกลับมาก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล ความไม่แน่นอนดังกล่าวมีแนวโน้มคง Risk Premium ในน้ำมันและ Bond Yield จึงควรคุม High Beta พร้อมถือ Hedge ผ่านพลังงานหรือทองคำแบบจำกัดน้ำหนักในระยะสั้นนี้

4. กระทรวงการคลังสหรัฐเสนอขยายมาตรการควบคุม Outbound Investment ให้ครอบคลุม Biotech พร้อมเพิ่มขอบเขต High-Performance Computing และ Hypersonic จากเดิมที่จำกัด Semiconductor, Quantum และ AI โดยอ้างความมั่นคงและเทคโนโลยีใช้ได้สองทาง จีนคัดค้านและสงวนสิทธิตอบโต้ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการแข่งขันเทคโนโลยีที่ขยายจากสินค้าไปสู่เงินทุน อาจเพิ่มต้นทุนและ Fragmentation ของ Supply Chain จึงควรระวังบริษัทที่พึ่งพาการลงทุนข้ามพรมแดนสหรัฐ–จีนสูงขึ้น

5. หุ้นอินเดียปิดลบและลดลงรายสัปดาห์ โดย Nifty 50 -0.39% และ Sensex -0.17% หลัง Brent ขึ้นใกล้ $117 จากความเสี่ยงตะวันออกกลาง เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนนำเข้า เงินเฟ้อ กำไรบริษัท และค่าเงินของประเทศที่พึ่งพาน้ำมันต่างประเทศสูง ขณะที่ RBI เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณคุมเข้มแบบค่อยเป็นค่อยไป พื้นฐานการเติบโตในประเทศยังช่วยจำกัด Downside แต่ Oil Shock อาจกด Valuation และ Fund Flow ระยะสั้น จึงควรรอราคาน้ำมันกับ Bond Yield นิ่งก่อนเพิ่มน้ำหนัก

6. รมว.คลังเตรียมเสนอโครงการโซลาร์ภาคประชาชนต่อ ครม. วันที่ 26 ต.ค. ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน โดยรัฐอุดหนุนค่าอุปกรณ์ราว 50,000 บาทต่อครัวเรือน รวมวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ควบคู่สินเชื่อจากธนาคารรัฐ 3 แห่งอีก 8 หมื่นล้านบาท และรับซื้อไฟคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย พร้อมคาดเปิดลงทะเบียนแบบ One Stop Service วันที่ 27 ต.ค. หากดำเนินการตามแผนจะเร่ง Demand อุปกรณ์และงานติดตั้ง มองเป็น Sentiment บวกต่อ GUNKUL รวมถึงค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง HMPRO และ GLOBAL

ประเด็นที่ต้องติดตาม: German Business Expectations เดือน ต.ค. ก่อนหน้า 90.4