1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเล็กน้อยหลัง Fed คงดอกเบี้ย แต่ Yield–น้ำมันสูงจำกัด Upside ของตลาดระยะสั้น
2. Fed คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ย้ำพร้อมขึ้นต่อ ภาพเศรษฐกิจแข็ง–เงินเฟ้อสูงหนุนโอกาสขึ้นเดือน ธ.ค. อีกครั้ง
3. งบ Microsoft–Alphabet ยืนยัน Cloud โตแรง แต่ Cash Flow แยกผู้ชนะของวัฏจักร AI ระยะยาว
4. Brent ยืนเหนือ $115 ขณะ World Bank คาดดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ปีนี้ +23% ตอกย้ำเงินเฟ้อ–Yield สูงนานทั่วโลก
5. BoC ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกใน 3 ปี สกัดเงินเฟ้อพลังงาน ตอกย้ำ Global Rate Cycle ยังตึงต่อ
6. รมว. พลังงานสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ลดค่าครองชีพ แต่กด Margin โรงกลั่น หนุน OR–กลุ่มไฟแนนซ์ระยะสั้น
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 29 ตุลาคม 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเล็กน้อย โดย Dow +0.19% S&P 500 +0.28% และ Nasdaq +0.27% หลัง Fed คงดอกเบี้ย ขณะที่ Energy นำขึ้นตามน้ำมันและ Real Estate อ่อนสุด UST 10Y เพิ่มสู่ 5.04% ส่วน 30Y แตะ 5.37% จาก Yield Curve ที่ชันขึ้น ดอลลาร์ลด 0.2% ด้าน Brent +1% ปิด $115.32 และ WTI +3% สู่ $102.78 ส่วน Gold Futures -0.6% ที่ $4,051.60 ภาพรวมยังไม่ใช่ Risk-On เต็มตัว เพราะแรงหนุนกำไรถูกหักล้างด้วย Yield และน้ำมันที่พุ่งสูง จึงยังควรเน้น Quality และไม่ไล่ราคาในระยะสั้น
2. Fed มีมติ 10–2 คงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% พร้อมปรับคำประเมินเศรษฐกิจจากขยายตัว “แข็งแกร่ง” แทน “มั่นคง” และยอมรับว่าเงินเฟ้อยังสูง โดย Lisa Cook และ Beth Hammack เห็นควรขึ้น 25bp ขณะที่ Kevin Warsh ย้ำความพร้อมดำเนินการ ตลาดจึงเลื่อนความสนใจไปยังการประชุมเดือน ธ.ค. และข้อมูล GDP–PCE คืนนี้ การคงดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพียง Pause มากกว่าจบรอบ Tightening จึงควรคุม Duration และระวังหุ้น Valuation สูงเมื่อ UST 10Y ยังเหนือ 5% ในระยะสั้นต่อไป
3. Microsoft รายงานรายได้จากธุรกิจ Azure โต 48% สู่ $33.17 พันล้าน สูงกว่าคาด พร้อม Free Cash Flow $18.6 พันล้าน ดีกว่าคาดที่ $8.54 พันล้าน แม้ Capex เพิ่มเป็น $45.2 พันล้าน ส่วน Alphabet รายงานรายได้จาก Google Cloud โต 103% สู่ $30.71 พันล้าน แต่ Free Cash Flow ติดลบ $9.07 พันล้านจนหุ้นลงกว่า 6% หลังตลาดปิด ภาพนี้ยืนยัน Demand AI แต่ตลาดให้รางวัลผู้ที่เปลี่ยน Capex เป็นรายได้และเงินสดได้เร็ว จึงเน้น Platform ที่ Monetize ชัดและระวังผู้ใช้เงินลงทุนสูงเกินกระแสเงินสดต่อไป
4. Brent ปิดที่ $115.32 และ WTI ที่ $102.78 หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่ม Supply Risk ขณะที่ World Bank คาดดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ปี 2026 เพิ่ม 23% นำโดยพลังงาน +32% จากอุปทานน้ำมันลดและเส้นทางขนส่งสะดุด อย่างไรก็ดี ธนาคารโลกคาด Brent เฉลี่ยทั้งปีเพียง $91 และลดสู่ $79 ในปี 2027 จึงไม่ควรนำราคาจุดเหนือ $115 ไปเป็นฐานถาวร แต่ระยะสั้นต้นทุนพลังงานเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและ Bond Yield จึงควรคุม Duration พร้อมใช้พลังงานเป็น Hedge แบบจำกัดน้ำหนัก
5. Bank of Canada ขึ้นดอกเบี้ย 25bp สู่ 2.50% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี และส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นต่อเพื่อป้องกันราคาพลังงานสูงลุกลามเป็นเงินเฟ้อวงกว้าง ส่งผลให้ Bond Yield แคนาดาระยะ 2 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักราว 45% ต่อการขึ้นอีกครั้งในเดือน ธ.ค. การตัดสินใจสวนกับ Fed ที่ Pause แต่สะท้อนโจทย์เดียวกันคือ Oil Shock ทำให้ Global Rate Cycle ยังตึง จึงควรลด Duration และระวังสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการเงินในระยะสั้น
6. รมว.พลังงานสั่งปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยตัดต้นทุนแฝงที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ส่งผลให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง 0.08–0.35 บาท/ลิตร ขณะที่ กบน. ลดราคาขายปลีกดีเซล B7 ลง 1 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ลง 0.50 บาท/ลิตร การลดต้นทุนพลังงานอาจช่วยบรรเทาค่าครองชีพและภาระชำระหนี้ครัวเรือน จึงเป็น Sentiment บวกต่อ OR และกลุ่มไฟแนนซ์ MTC SAWAD TIDLOR แต่ส่วนต่างที่ลดลงเป็นแรงกดดันต่อ Margin ของกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP ในระยะสั้น และติดตามมาตรการระยะต่อไป
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US Core PCE Price Index (MoM) เดือนก.ย. ตลาดคาด +0.3% ก่อนหน้า +0.2%, ผลประชุม ECB ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 2.5%