Nasdaq-100 เริ่มต้นในปี 1985 เพื่อสะท้อนบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนใน Nasdaq โดยไม่รวมกลุ่มการเงิน และเติบโตมาพร้อมบริษัทผู้นำในยุค Internet, Smartphone, Cloud และ AI
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1999 เมื่อ QQQ เปิดตัว ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง Nasdaq-100 ผ่าน ETF เพียงตัวเดียว โดยตั้งแต่เปิดตัวถึงปี 2026 เงินลงทุนเติบโตเป็นประมาณ 13.4 เท่า
เมื่อ Nasdaq-100 ได้รับความนิยมมากขึ้น การแข่งขันของ ETF ก็เพิ่มขึ้น ทั้ง QQQM, QNDX และ IQQ ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและลดต้นทุนให้นักลงทุน
สำหรับนักลงทุนไทย InnovestX นำ IQQ มาออกเป็น DR ชื่อ IQQ23 ซื้อขายเป็นเงินบาทผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย อัตราแปลง 1:70 และซื้อขายได้ทั้ง Day และ Night Session ทำให้การเข้าถึง Nasdaq-100 สะดวกมากขึ้น
ถ้าพูดถึงบริษัทที่เปลี่ยนโลกในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หลายชื่อน่าจะคุ้นหูเราเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Apple ที่เปลี่ยนโทรศัพท์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Microsoft ที่อยู่เบื้องหลังคอมพิวเตอร์และระบบ Cloud, Amazon ที่เปลี่ยนวิธีซื้อของ ไปจนถึง NVIDIA ที่กลายเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญของยุค AI
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทเหล่านี้จำนวนมากอยู่ในดัชนีเดียวกันที่ชื่อว่า Nasdaq-100 และเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตและธุรกิจมากขึ้น ดัชนีนี้ก็ค่อย ๆ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกตามไปด้วย
แต่กว่าจะมาถึงวันที่เราสามารถลงทุนใน Nasdaq-100 ได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก เรื่องราวของดัชนีนี้เดินทางมาแล้วกว่า 40 ปี
InnovestX ชวนย้อนดูเส้นทางของ Nasdaq-100 ตั้งแต่จุดเริ่มต้น การเติบโตของหุ้นเทคฯ ไปจนถึงการเกิดขึ้นของ QQQ, QQQM, QNDX และ IQQ ว่าแต่ละช่วงเปลี่ยนวิธีลงทุนอย่างไร และวันนี้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึง Nasdaq-100 ผ่าน IQQ23 ได้แล้ว ด้วยเงินบาท และไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี
Nasdaq-100 เริ่มต้นในวันที่โลกเทคโนโลยียังไม่เหมือนวันนี้
Nasdaq-100 ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 1985 ด้วยแนวคิดง่าย ๆ คือรวบรวมบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq โดยไม่รวมกลุ่มการเงิน แล้วนำมาคำนวณเป็นดัชนีเพื่อสะท้อนภาพของบริษัทกลุ่มนี้
ในเวลานั้นโลกยังไม่มี iPhone ไม่มี ChatGPT และอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ได้อยู่รอบตัวเราเหมือนทุกวันนี้ แต่เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตและทำธุรกิจ บริษัทที่เติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำในแต่ละยุคก็ค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทใน Nasdaq-100 มากขึ้น ตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต Smartphone, Cloud จนมาถึง AI ในปัจจุบัน
แม้ Nasdaq-100 จะไม่ได้มีเฉพาะหุ้นเทค แต่ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างมากในบริษัทด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และธุรกิจเติบโต จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อบริษัทเหล่านี้ใหญ่ขึ้น นักลงทุนก็เริ่มอยากมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้นมากขึ้นตามไปด้วย
ปัญหาคือ ต่อให้เราชอบ Nasdaq-100 แค่ไหน ก็ไม่สามารถซื้อดัชนี ได้โดยตรง หากอยากลงทุนตามจริง ๆ นักลงทุนต้องซื้อหุ้นหลายบริษัทเอง และคอยปรับสัดส่วนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอยู่ตลอด
จนกระทั่งปี 1999 มีสิ่งหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนเรื่องนี้
ปี 1999 เมื่อ QQQ ทำให้ Nasdaq-100 เข้าถึงง่ายขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1999 เมื่อมีการเปิดตัว ETF ที่อิงกับ Nasdaq-100 ภายใต้ชื่อ QQQ จากเดิมที่ต้องซื้อหุ้นหลายบริษัทเอง นักลงทุนสามารถซื้อ ETF เพียงตัวเดียว แล้วให้กองทุนทำหน้าที่ลงทุนตาม Nasdaq-100 ให้แทน
ในช่วงแรก Nasdaq เป็นผู้ริเริ่มและเป็น Sponsor ของ QQQ ก่อนที่สิทธิในการดูแลจะถูกโอนไปยัง PowerShares ในปี 2007 และต่อมา PowerShares ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ Invesco จนชื่อ Invesco QQQ กลายเป็นชื่อที่นักลงทุนจำนวนมากคุ้นเคยเมื่อพูดถึง Nasdaq-100
เส้นทางของ QQQ ไม่ได้ขึ้นสวยตลอดทาง เพราะหลังเปิดตัวไม่นานก็เจอกับ Dot-com Bubble ที่แตกลง ก่อนจะผ่านวิกฤติการเงินปี 2008 และเข้าสู่ยุค Smartphone, Cloud และ AI พูดง่าย ๆ คือ QQQ ผ่านมาทั้งช่วงที่คนตั้งคำถามกับหุ้นเทค และช่วงที่บริษัทเทคกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
แต่เมื่อมองระยะยาว ผลตอบแทนก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนสนใจมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ QQQ เปิดตัววันที่ 10 มีนาคม 1999 ถึง ปี 2026 กองทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10.07% ต่อปี ซึ่งหากคิดแบบทบต้น เงินลงทุนจะเติบโตเป็นประมาณ 13.4 เท่า
แน่นอนว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะเกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่ความสำเร็จของ QQQ ช่วยให้ตลาดเห็นชัดว่า มีนักลงทุนจำนวนมากที่อยากลงทุนตาม Nasdaq-100 เพราะให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่เติยโตอย่างต่อนื่อง
เมื่อ Nasdaq-100 ได้รับความนิยม การแข่งขันก็เริ่มขึ้น ทางเลือกนักลงทุนมากขึ้นตาม
ปี 2020 Invesco เปิดตัว QQQM ซึ่งยังลงทุนตาม Nasdaq-100 เหมือน QQQ แต่ลดค่าธรรมเนียมลงมา เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ตั้งใจซื้อแล้วถือระยะยาว
จากนั้นในปี 2026 การแข่งขันยิ่งชัดขึ้น เมื่อ State Street เปิดตัว QNDX และ BlackRock เปิดตัว IQQ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับการลงทุนตาม Nasdaq-100
สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นใหม่ไม่ได้พยายามสร้าง Nasdaq-100 แบบใหม่ เพราะปลายทางยังเป็นดัชนีเดียวกัน แต่เริ่มแข่งขันกันว่า ใครจะทำให้คนเข้าถึงสิ่งเดียวกันได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า
ETF | ผู้ให้บริการ | ค่าธรรมเนียมต่อปี |
|---|
QQQ | Invesco | 0.18% |
QQQM | Invesco | 0.15% |
QNDX | State Street | 0.10% |
IQQ | iShares by BlackRock | 0.10%* |
*IQQ มีอัตราปกติ 0.12% และปัจจุบันลดเหลือ 0.10% ตามเงื่อนไขถึง 31 กรกฎาคม 2027
ความต่างระหว่าง QQQ ที่ 0.18% กับ IQQ ที่ 0.10% อาจดูเล็กถ้ามองเพียงปีเดียว แต่สำหรับคนที่คิดจะถือเป็น 10 หรือ 20 ปี ค่าธรรมเนียมที่ถูกหักทุกปีก็เริ่มมีความหมายมากขึ้น
และเมื่อ Nasdaq เปิดให้มีผู้เล่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ประโยชน์ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมที่ลดลง เพราะผู้ให้บริการยังต้องแข่งกันทั้งเรื่อง ซื้อขายได้สะดวกแค่ไหน บริหารกองทุนได้ใกล้เคียงกับดัชนีแค่ไหน และทำให้ประสบการณ์ลงทุนง่ายขึ้นได้อย่างไร
สุดท้าย การแข่งขันเหล่านี้ก็กลับมาเป็นประโยชน์กับนักลงทุนเอง
ตรงนี้จึงทำให้ IQQ น่าสนใจ เพราะได้ลงทุนตาม Nasdaq-100 ที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักอยู่แล้ว แต่มีอีกทางเลือกที่ต้นทุนต่ำลง และอยู่ภายใต้ iShares by BlackRock หนึ่งในผู้ให้บริการ ETF รายใหญ่ของโลก
ทางเลือกใหม่เดินทางมาถึงนักลงทุนไทยกับ IQQ23 ไม่ต้องเสียภาษี
สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการถือ ETF ต่างประเทศโดยตรง วันนี้สามารถลงทุน IQQ ผ่านแอป INVX และซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ได้
แต่ก็มีนักลงทุนอีกกลุ่มที่อยากลงทุนต่างประเทศ โดยไม่อยากจัดการเรื่องการแลกเงิน ส่งคำสั่งไปตลาดต่างประเทศ หรือศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
InnovestX จึงนำ IQQ มาออกเป็น DR ในชื่อ IQQ23
โดยปลายทางของการลงทุนยังเชื่อมโยงกับบริษัทอย่าง NVIDIA, Apple, Microsoft, Amazon, Alphabet และบริษัทชั้นนำอื่นใน Nasdaq-100 เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีเข้าถึงให้สะดวกกับนักลงทุนไทยมากขึ้น ผ่านการซื้อขายเป็นเงินบาทบนตลาดหลักทรัพย์ไทย
กลยุทธ์การลงทุนใน IQQ23
IQQ23 เป็น Depositary Receipt ที่อ้างอิงกับ iShares Nasdaq 100 ETF ซึ่งนักลงทุนไทยสามารถซื้อขายได้ผ่านบัญชีหุ้นไทยปกติ โดยมีอัตราแปลงสภาพ (DR : สินทรัพย์อ้างอิง) 1:70
และเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 โดยสามารถซื้อขายได้ทั้ง Day Session เวลา 10.00–16.30 น. และ Night Session เวลา 19.00–03.00 น.
สำหรับ DR ที่อ้างอิงหุ้นหรือ ETF สหรัฐฯ ช่วง Night Session จะมีเวลาที่ทับซ้อนกับตลาดต้นทาง ทำให้นักลงทุนสามารถดูการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิงประกอบการตัดสินใจได้ใกล้เคียงเวลาจริงมากขึ้น ขณะที่ Day Session ก็ยังสามารถซื้อขายได้ตามปกติ
เมื่อมองภาพรวม การแข่งขันที่มากขึ้นในตลาด ETF ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นและต้นทุนลดลง ขณะที่ฝั่งนักลงทุนไทยก็มี IQQ23 เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึง Nasdaq-100 ได้สะดวกขึ้น
และนี่ก็สอดคล้องกับบทบาทของ InnovestX ที่พยายามทำให้ โอกาสลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาใกล้นักลงทุนไทยมากขึ้น
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง