จีนและฮ่องกงประกาศมาตรการใหม่เพื่อยกระดับฮ่องกงเป็นศูนย์กลางเงินหยวนนอกจีนและเพิ่มความเชื่อมโยงตลาดการเงินระหว่างสองฝั่ง โดยมีทั้งการเพิ่มโควตา Southbound Bond Connect เป็น RMB800bn และขยาย RMB Business Facility เป็น RMB500bn มาตรการนี้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องเงินหยวน หนุนตลาดตราสารหนี้ และเปิดโอกาสให้ธนาคารฮ่องกงมีรายได้จากธุรกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะ BOC Hong Kong Holdings และ HKEX
ฮ่องกงเร่งยกระดับศูนย์กลางหยวนนอกจีน หนุนกลุ่มธนาคาร และ HKEX

1) จีนและฮ่องกงออกมาตรการใหม่เชื่อมตลาดการเงิน
- ธนาคารกลางจีน, ธนาคารกลางฮ่องกง และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฮ่องกง ประกาศมาตรการใหม่รวม 11 ข้อ เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างตลาดการเงินจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกง โดยเน้น 2 เรื่องหลัก คือ การพัฒนาตลาดตราสารหนี้และเงินตราในฮ่องกง และการผลักดันฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจเงินหยวนนอกจีนที่แข็งแกร่งขึ้น
2) เพิ่มวงเงิน Bond Connect ดึงเงินจากจีนเข้าสู่ฮ่องกงมากขึ้น
- หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการขยายโควตา Southbound Bond Connect ซึ่งเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันจากจีนแผ่นดินใหญ่ซื้อพันธบัตรนอกประเทศผ่านฮ่องกง โดยเพิ่มวงเงินรายปีจาก RMB500bn เป็น RMB800bn หรือเพิ่มขึ้นราว 60% พร้อมขยายประเภทสินทรัพย์ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงพันธบัตรสกุลเงินฮ่องกงและหยวน รวมถึงเชื่อมต่อไปยังตลาดพันธบัตรมาเก๊า
3) ฮ่องกงเพิ่มสภาพคล่องเงินหยวนให้ธนาคาร
- อีกมาตรการสำคัญคือการเพิ่มวงเงิน RMB Business Facility ของธนาคารกลางฮ่องกงจาก RMB200bn เป็น RMB500bn และเพิ่มระยะเวลากู้ยืมให้ยาวขึ้น เช่น 9 เดือน, 2 ปี และ 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป มาตรการนี้จะช่วยให้ธนาคารในฮ่องกงเข้าถึงเงินหยวนได้มากขึ้น และรองรับความต้องการใช้เงินหยวนทั้งด้านการชำระเงิน การลงทุน และการบริหารสภาพคล่อง
4) ผลักดันผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ในฮ่องกง
- มาตรการยังครอบคลุมการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายตราสารหนี้และเงินตราแบบอิเล็กทรอนิกส์ในฮ่องกง การเตรียมเปิดตัวสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 5 ปีในฮ่องกงวันที่ 3 สิงหาคม รวมถึงการรับพันธบัตรรัฐบาลจีนและพันธบัตรธนาคารนโยบายจีนเป็นหลักประกันในระบบชำระราคาอนุพันธ์และออปชันของฮ่องกง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความลึกของตลาดและทำให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
5) เงินหยวนกำลังถูกผลักดันให้ใช้มากกว่าแค่การค้า
- จีนต้องการยกระดับเงินหยวนจากเดิมที่ใช้มากในธุรกรรมการค้า ไปสู่การใช้ในด้านการลงทุน การระดมทุน การตั้งราคา และเงินสำรองระหว่างประเทศ เป้าหมายระยะยาวคือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มบทบาทของจีนในระบบการเงินโลก โดยฮ่องกงยังเป็นช่องทางสำคัญที่สุด เพราะมีตลาดทุนที่เปิดกว่าจีนแผ่นดินใหญ่ และยังอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่นักลงทุนต่างชาติคุ้นเคย
6) ธนาคารฮ่องกงได้ประโยชน์เชิงโครงสร้าง
- มาตรการชุดนี้ถูกมองเป็นบวกต่อธนาคารฮ่องกง โดยเฉพาะ BOCHK ซึ่งเป็นธนาคารชำระบัญชีเงินหยวนเพียงรายเดียวในฮ่องกง จึงมีโอกาสได้ประโยชน์จากปริมาณการชำระเงิน การเคลียร์ธุรกรรม และค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ HSBC และ Standard Chartered ก็มีโอกาสได้ประโยชน์จากธุรกิจเงินหยวนและความเชื่อมโยงระหว่างจีนกับตลาดโลกมากขึ้น
7) ยังมีความท้าทายเรื่องสภาพคล่องและความโปร่งใสของตลาด
- แม้มาตรการดังกล่าวเป็นบวกในระยะยาว แต่การทำให้เงินหยวนมีบทบาทระดับโลกยังต้องใช้เวลา เพราะตลาดเงินหยวนนอกจีนยังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน เช่น สภาพคล่อง เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ความชัดเจนของราคา และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่จีนยังไม่น่าจะเปิดเสรีเงินทุนเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ฮ่องกงยังต้องเป็น “ประตูหลัก” ในการเชื่อมจีนกับตลาดโลกต่อไป
มาตรการสำคัญ | รายละเอียดหลัก | ผู้ได้ประโยชน์หลัก | ความหมาย |
|---|---|---|---|
ขยาย Southbound Bond Connect | เพิ่มโควตาการลงทุนจาก RMB500bn เป็น RMB800bn และขยายสินค้าที่ลงทุนได้ | ตลาดตราสารหนี้ฮ่องกง, ธนาคาร, HKEX | เพิ่มเงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ตลาดพันธบัตรฮ่องกงมากขึ้น |
เพิ่ม RMB Business Facility | เพิ่มวงเงินจาก RMB200bn เป็น RMB500bn และเพิ่มระยะเวลากู้เป็น 9 เดือน, 2 ปี และ 3 ปี | BOCHK, HSBC, Standard Chartered | เพิ่มสภาพคล่องเงินหยวนนอกจีน หนุนธุรกรรมชำระเงินและเคลียร์เงินหยวน |
เปิดตัว China Government Bond Futures | HKEX เตรียมเปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 5 ปีในฮ่องกง | HKEX, ธนาคาร, กองทุน | เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในตลาดฮ่องกง |
ใช้พันธบัตรจีนเป็นหลักประกัน | พันธบัตรรัฐบาลจีนและพันธบัตรธนาคารนโยบายจีนที่ถือผ่าน Northbound Bond Connect ใช้เป็นหลักประกันในระบบชำระราคาได้ | HKEX, นักลงทุนสถาบัน, โบรกเกอร์ | เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และหนุนการใช้งานตลาดอนุพันธ์ |
พัฒนาเครื่องมือเงินหยวนนอกจีน | ศึกษากลไกประมูลเงินหยวน 7 วัน และการออกตราสารหนี้หยวนระยะสั้น | ธนาคาร, ตลาดเงิน, กองทุนตลาดเงิน | ช่วยสร้างเส้นอัตราผลตอบแทนเงินหยวนนอกจีน และทำให้ตลาดมีสภาพคล่องมากขึ้น |
ผลักดันใช้เงินหยวนในภูมิภาค | พัฒนาธุรกรรมระหว่างเงินหยวนนอกจีนกับรูเปียห์อินโดนีเซีย | ธนาคาร, ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ | เพิ่มบทบาทเงินหยวนในเอเชีย และลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว |
มุมมองของ InnovestX
- มาตรการนี้เป็นบวกเต่อฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ และเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเงินหยวน โดยเฉพาะ BOCHK จากบทบาทธนาคารชำระบัญชีเงินหยวน รวมถึง HSBC และ Standard Chartered ที่มีเครือข่ายระหว่างประเทศกว้างขึ้น ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ฮ่องกงและธุรกิจบริหารความเสี่ยงมีโอกาสได้ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นในระยะกลาง
- นอกจากนี้ HKEX จะได้ประโยชน์ทางอ้อมผ่านผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ การชำระราคา และบทบาทโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน
- อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อเงินหยวนและตลาดการเงินจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังขึ้นอยู่กับความลึกของตลาด ความต้องการของนักลงทุน และความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินใหม่
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

