- ขาดทุนสุทธิ: TOP รายงานขาดทุนสุทธิ 4.2 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2567 เนื่องจากการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก
- ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน: มีผลขาดทุน 5.1 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2567 จากกำไร 3.1 พันล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2567
- ธุรกิจอะโรเมติกส์: กำไรลดลง 69% QoQ เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อ่อนแอ
- ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน: กำไรเพิ่มขึ้น 50% QoQ เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์แข็งแกร่งขึ้น
Markets
News Update - TOP ขาดทุนสุทธิใน 3Q67 ตามคาด

- TOP รายงานขาดทุนสุทธิ 4.2 พันลบ. ใน 3Q67 เป็นไปตามตลาดและ INVX คาด
- สาเหตุมาจากการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันจำนวนมากถึง US$5.4/bbl หรือราว 5.4 พันลบ. ซึ่งไปหักล้าง GIM ใน 3Q67 ของ TOP ที่ US5.4/bbl ทั้งหมด ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมีผลขาดทุน 5.1 พันลบ. ใน 3Q67 จากกำไร 3.1 พันลบ. ใน 2Q67
- TOP คงปริมาณน้ำมันดิบนำเข้ากลั่นไว้ในระดับสูงที่ 113% เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยยังคงอยู่ในระดับต่ำท่ามกลางค่าการกลั่นที่อ่อนแอใน 3Q67
- กำไรของธุรกิจอะโรเมติกส์ก็ลดลง 69% QoQ เพราะส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อ่อนแอ เนื่องจาก product-to-feed margin ลดลง 18% QoQ โดยเฉพาะ PX
- กำไรของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 50% QoQ เพราะส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเตาลดลง QoQ ทำให้ product-to-feed margin เพิ่มขึ้น 22% QoQ นอกจากนี้บริษัทยังเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจาก 83% ใน 2Q67 สู่ 86% เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง
- ธุรกิจโอเลฟินส์ (ถือ 15%) ยังคงรายงานขาดทุน 71 ลบ. แม้ว่าจะดีกว่าขาดทุน 96 ลบ. ใน 2Q67
- กำไร 9M67 ที่ 7.1 พันลบ. ต่ำกว่าประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 1.24 หมื่นลบ. ค่อนข้างมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันและค่าการกลั่นที่อ่อนแอใน 3Q67 เรากำลังทบทวนประมาณการกำไร
- คงคำแนะนำ OUTPERFORM เนื่องจาก valuation ไม่แพง และผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นใน 4Q67 และปี 2568

