ยอดขายและกำไรต่อหุ้นดีกว่าคาด แต่โดยรวมน่าผิดหวัง
แนะนำ “หลีกเลี่ยง” เรามองหุ้น NIKE ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดดังที่กลุ่มผู้บริหาร NIKE กล่าว
ยอดขายรวมลดลง 12% โดยลดลงทุกช่องทางการขายและทุกภูมิภาค
บริษัทคาดว่าภาษีนำเข้าจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 1 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026
ผลประกอบการโดยรวมอ่อนแอ
แม้ว่ายอดขายและกำไรต่อหุ้นจะดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ดีกว่าเพียงเล็กน้อยและมาจากตลาดปรับคาดการณ์ลดพอสมควรแล้ว
รายได้รวมลดลง 12% YoY โดยลดลงทุกช่องทางการขาย (DTC และ Wholesales) และลดลงทุกภูมิภาค โดยจีน ลดลง 21% อเมริกาเหนือ ลดลง 11% EMEA ลดลง 9% APLA ลดลง 8%
กำไรสุทธิลดลงถึง 86% เนื่องจาก บริษัทใช้กลยุทธ์ลดราคาสินค้าคงคลังที่ค้างอยู่ และกลับมาเน้นช่องทางค้าส่งมากขึ้น ในขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 440 Basis Points เหลือ 40.3%
ความท้าทายจากภาษีนำเข้า
บริษัทคาดการณ์ว่าภาษีนำเข้าใหม่จะส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2026
บริษัทตั้งเป้าที่จะลดการพึ่งพาจีนจาก 16% เหลือเลขหลักเดียวในเปอร์เซ็นต์สูง (High-Single-Digit) ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2026 นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าสูงขึ้นในปีงบประมาณหน้าเช่นกัน
แผนพลิกฟื้นธุรกิจและแนวโน้ม
บริษัทจะกลับมาเน้นค้าส่งโดยร่วมมือกับร้านค้าปลีกมากขึ้นและจะกลับมาขายบน Amazon รวมถึงเน้นผลิตภัณฑ์กีฬามากขึ้น
เจาะตลาดผู้หญิงมากขึ้น โดยร่วมมือกับ Skims ของ Kim Kardashian
บริษัทคาดว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว มอง 1Q26 ยอดขาย, กำไรขั้นต้นจะลดลง Mid-Single-Digit และ 3.5-4.25 bps ตามลำดับ
มุมมองของ InnovestX
1.เราประเมินว่าผลประกอบการของ NIKE ยังไม่ถึงจุด Bottom ดังที่บริษัทคาดการณ์ไว้ จาก 1.) สินค้าคงคลังอยู่ในระดับคงที่ YoY และลดลงเพียง 1% QoQ 2.) ผลการดำเนินงานน่าจะผันผวนจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัท 3.) ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้า 4.) การขึ้นราคาในไตรมาสหน้าท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแอ อาจจะส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่าเดิม
2.เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปพอสมควรแล้ว แต่ Forward P/E ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 34.3x เหนือระดับ 2 S.D ของค่าเฉลี่ย 5 ปี ประกอบกับมิติฟื้นตัวยังไม่ชัดเจน ยังคงแนะนำ “หลีกเลี่ยง” การลงทุน