Novo Nordisk (NVO) ปรับลดลงราว 6–8% หลังงาน Capital Markets Day เนื่องจากตลาดยังไม่เห็นแผนฟื้นการเติบโตที่ชัดเจน แม้บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวยา Blockbuster มากกว่า 5 รายการภายในปี 2030 แต่ CagriSema ยังไม่สร้างความเชื่อมั่น ขณะที่ Semaglutide กำลังเข้าใกล้ Patent Cliff ทั้งนี้ INVX มองว่า NVO ระยะสั้นยังมีแรงกดดันจนกว่าจะเห็นผลทดลองที่ดีขึ้นหรือดีลซื้อกิจการที่ช่วยเสริมท่อผลิตภัณฑ์ได้จริง ขณะที่ LLY ยังได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบจากความแข็งแกร่งของ Zepbound และท่อผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไป
Novo หุ้นปรับตัวลดลง 6% หลังแผนฟื้นธุรกิจยังไม่ชัด

1. ทำไมหุ้น Novo ปรับลง 6–8%
หุ้น Novo Nordisk (NVO) ปรับลดลงราว 6% และระหว่างวันลงมากสุดประมาณ 7.7% หลังงาน Capital Markets Day เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังแผนฟื้นการเติบโตที่ชัดเจนกว่าที่บริษัทนำเสนอ โดยเฉพาะหลัง Novo เสียความเป็นผู้นำตลาดยาลดน้ำหนักให้กับ Eli Lilly (LLY) และกำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
แม้ Novo ตั้งเป้าเปิดตัวยาที่มีศักยภาพสร้างยอดขายระดับ Blockbuster มากกว่า 5 รายการภายในปี 2030 และคาดว่าท่อผลิตภัณฑ์จะสร้างยอดขายมากกว่า DKK150bn ภายในปี 2035 แต่ตลาดมองว่าเป้าหมายดังกล่าวยังอยู่ไกลและขาดรายละเอียดว่า ยาตัวใดจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
2. CagriSema ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น
ความกังวลสำคัญอยู่ที่ CagriSema ซึ่งเดิมถูกวางให้เป็นยารุ่นถัดจาก Wegovy แต่ผลทดลองที่ผ่านมาไม่โดดเด่นตามคาด รวมถึงไม่สามารถแสดงความเหนือกว่า Zepbound ของ Lilly ได้ชัดเจน ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่า Novo จะใช้อะไรเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการกลับมาแข่งขัน
ขณะเดียวกัน ยารุ่นใหม่อื่นของบริษัทยังอยู่ในช่วงพัฒนาค่อนข้างต้น ทำให้มีทั้งความเสี่ยงด้านผลทดลองและระยะเวลาก่อนสร้างรายได้จริง
3. Patent Cliff เพิ่มแรงกดดันต่อการเติบโตระยะยาว
อีกประเด็นสำคัญคือ Semaglutide ซึ่งเป็นตัวยาหลักของ Ozempic และ Wegovy จะทยอยเผชิญการหมดสิทธิบัตรในสหรัฐและยุโรปช่วงต้นทศวรรษ 2030
ตลาดจึงต้องการเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่พอจะเข้ามาทดแทนรายได้ก่อนถึงช่วงดังกล่าว แต่แผนล่าสุดยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ชัดเจน แม้บริษัทจะเตรียมขยาย Wegovy ชนิดรับประทานและเพิ่มกำลังผลิต GLP-1 ก็ตาม
4. การซื้อกิจการอาจเป็นทางออกสำคัญ
ฝ่ายบริหารระบุว่าพร้อมพิจารณาทั้งการซื้อกิจการและการทำ Licensing เพื่อเสริมท่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกสำคัญ เพราะท่อผลิตภัณฑ์ระยะปลายของ Novo ยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงจาก Semaglutide ได้เต็มที่
5. มุมมองของ INVX
NVO: ระยะสั้นยังมีแรงกดดัน เนื่องจากตลาดยังไม่เห็นตัวเร่งกำไรใหม่ที่ชัดเจน ขณะที่ CagriSema มีความไม่แน่นอน การแข่งขันกับ LLY รุนแรงขึ้น และ Patent Cliff ของ Semaglutide ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ จุดที่จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นคือผลทดลองของยารุ่นใหม่และดีลซื้อกิจการที่สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ระยะปลายได้จริง
LLY: ได้ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจากความไม่แน่นอนของ Novo โดยเฉพาะเมื่อ Zepbound มีแนวโน้มรักษาความได้เปรียบในตลาดโรคอ้วน และ Novo ยังไม่มีผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไปที่สามารถท้าทายได้อย่างชัดเจน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

