Nvidia กำลังขยายโอกาสจาก AI ในศูนย์ข้อมูลไปสู่ Physical AI ผ่านการเจรจาลงทุน $1bn ใน Figure ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์และการสนับสนุนงานวิจัยสหรัฐฯ อีก $1bn สะท้อนความพยายามสร้างตลาดใหม่สำหรับเทคโนโลยี AI เรามองบวกต่อ NVDA ในระยะยาว รวมถึง TSMC และผู้ผลิตระบบอัตโนมัติที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ตามมา แต่การเติบโตเชิงพาณิชย์ของ Physical AI ยังต้องใช้เวลาและขึ้นอยู่กับความสามารถในการลดต้นทุนของหุ่นยนต์
Nvidia รุก Physical AI ผ่านการลงทุนหุ่นยนต์และขยายตลาด AI สู่โลกจริง

Nvidia รุก Physical AI ผ่านการลงทุนหุ่นยนต์และขยายตลาด AI สู่โลกจริง
1. Nvidia เจรจาลงทุน $1bn ใน Figure ขยายธุรกิจสู่หุ่นยนต์มนุษย์
· Nvidia (NVDA US) มีรายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2026 ว่าอยู่ระหว่างหารือลงทุนเพิ่มเติมประมาณ $1bn ใน Figure AI บริษัทสหรัฐฯ ผู้พัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ (Humanoid Robot) โดย Figure กำลังระดมทุนรอบใหม่ที่มูลค่ากิจการก่อนรับเงินลงทุนประมาณ $38bn ทั้งนี้ Nvidia เป็นผู้ลงทุนเดิมของ Figure อยู่แล้ว และการลงทุนเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการเจรจา ไม่ใช่ข้อตกลงที่เสร็จสิ้น
· ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของ Nvidia ที่ต้องการขยายตลาด AI จากศูนย์ข้อมูลไปสู่ Physical AI หรือ AI ที่สามารถปฏิบัติงานในโลกจริง โดยเฉพาะหุ่นยนต์ในโรงงาน คลังสินค้า และภาคบริการ ซึ่งต้องใช้ทั้งชิปประมวลผล ระบบฝึกโมเดล และซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงาน ถือเป็นโอกาสสร้างความต้องการเทคโนโลยี AI เพิ่มเติมนอกเหนือจากธุรกิจ Data Center
2. Physical AI คืออะไร และทำไมจึงเป็นโอกาสใหม่ของ Nvidia
· Physical AI คือระบบ AI ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมผ่านกล้องและเซนเซอร์ วิเคราะห์สถานการณ์ ตัดสินใจ และควบคุมการเคลื่อนไหวหรือปฏิบัติงานในโลกจริง แตกต่างจาก Generative AI ที่เน้นสร้างข้อความ ภาพ หรือเนื้อหา โดย Physical AI ต้องมีความแม่นยำ ความรวดเร็วในการตอบสนอง และความปลอดภัยสูง เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรและมนุษย์
· สำหรับ Nvidia โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายชิปให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ GPU สำหรับฝึกโมเดล AI ในศูนย์ข้อมูล แพลตฟอร์มจำลองสภาพแวดล้อม ไปจนถึงชิปที่ติดตั้งบนหุ่นยนต์เพื่อประมวลผลแบบทันที จึงมีโอกาสเพิ่มมูลค่าการใช้เทคโนโลยีของบริษัทตลอดห่วงโซ่การผลิตหุ่นยนต์
3. Nvidia สร้างระบบนิเวศ Physical AI ครบวงจร ลดต้นทุนพัฒนาหุ่นยนต์
· Nvidia มีความได้เปรียบจากการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยมีแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ Isaac GR00T ซึ่งเป็นโมเดล AI สำหรับหุ่นยนต์มนุษย์ Omniverse และ Isaac Sim สำหรับสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงเพื่อฝึกหุ่นยนต์ Cosmos สำหรับจำลองโลกทางกายภาพ และ Jetson สำหรับประมวลผล AI บนอุปกรณ์จริง
· ระบบนิเวศดังกล่าวช่วยให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์สามารถฝึกและทดสอบการทำงานในสภาพแวดล้อมจำลองก่อนนำไปใช้จริง ลดความจำเป็นในการทดลองกับหุ่นยนต์จริงทุกขั้นตอน และช่วยเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดย Nvidia ยังขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตหุ่นยนต์และบริษัทอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันการนำ AI ไปใช้งานเชิงพาณิชย์
· ประเด็นสำคัญคือ Nvidia มีโอกาสสร้างรายได้จากหลายส่วนของระบบนิเวศ แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์เอง ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาความสำเร็จของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม รายได้จาก Physical AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อเทียบกับธุรกิจศูนย์ข้อมูล
4. Nvidia ลงทุนอีก $1bn สนับสนุนการวิจัยสหรัฐฯ ขยายการใช้งาน AI สู่อุตสาหกรรม
· นอกจากการเจรจาลงทุนใน Figure แล้ว Nvidia ยังประกาศเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2026 ว่าจะสนับสนุนทรัพยากรและการลงทุนมูลค่า $1bn ภายใน 5 ปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้าน AI และการวิจัยของสหรัฐฯ ภายใต้ความร่วมมือกับโครงการ Genesis Mission โดยครอบคลุม Quantum Computing, Healthcare และ Energy รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันและไมโครอิเล็กทรอนิกส์
· บริษัทจะสนับสนุนสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และผู้ให้บริการ Cloud ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ขยายการใช้งาน AI จากธุรกิจเทคโนโลยีไปสู่การวิจัยและอุตสาหกรรมจริง ทั้งนี้ เงินสนับสนุนดังกล่าวเป็นคนละโครงการกับการลงทุนใน Figure และไม่ได้เป็นการลงทุนด้านหุ่นยนต์โดยตรง
· เรามองว่าการลงทุนทั้งสองส่วนสะท้อนทิศทางเดียวกัน คือ Nvidia ต้องการขยายตลาดปลายทางของ AI ให้ครอบคลุมมากกว่าศูนย์ข้อมูล แม้ผลต่อรายได้ในระยะสั้นยังจำกัด แต่มีโอกาสเพิ่มความต้องการระบบประมวลผลขั้นสูงในระยะยาว
5. Read-across: บวกต่อห่วงโซ่ชิป AI และผู้ผลิตระบบอัตโนมัติ
การขยายตัวของ Physical AI มีโอกาสเพิ่มความต้องการชิปประมวลผล หน่วยความจำ เซนเซอร์ และระบบควบคุมการเคลื่อนไหว โดยบริษัทที่มีเทคโนโลยีและฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอยู่แล้วมีแนวโน้มได้รับประโยชน์ก่อน ขณะที่ผู้ผลิตหุ่นยนต์มนุษย์รายใหม่ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการผลิตเชิงพาณิชย์และต้นทุนต่อหน่วย
หุ้น | โอกาสได้รับประโยชน์ | มุมมอง |
|---|---|---|
NVDA US | GPU, Jetson, Isaac และแพลตฟอร์ม Physical AI | บวกโดยตรง |
TSM US | ผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงสำหรับ AI และหุ่นยนต์ | บวกทางอ้อม |
QCOM US | ชิป AI ประหยัดพลังงานสำหรับอุปกรณ์และหุ่นยนต์ | บวกทางอ้อม |
ARM US | สถาปัตยกรรมชิปสำหรับระบบประมวลผลบนอุปกรณ์ | บวกทางอ้อม |
ABB SW | หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติในโรงงาน | บวกต่อการใช้งาน AI |
6954 JP (FANUC) | แขนกลและระบบควบคุมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม | บวกต่อการยกระดับผลิตภัณฑ์ |
6506 JP (Yaskawa) | หุ่นยนต์และระบบควบคุมการเคลื่อนไหว | บวกระยะยาว |
มุมมอง InnovestX
INVX มองบวกต่อ NVDA มากที่สุดในกลุ่ม Physical AI เนื่องจากมีความได้เปรียบจากระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งชิปประมวลผล การฝึกโมเดล และซอฟต์แวร์สำหรับหุ่นยนต์ ทำให้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยไม่จำเป็นต้องเลือกผู้ผลิตหุ่นยนต์ที่จะประสบความสำเร็จเพียงรายเดียว ขณะที่มองบวกต่อ TSMC จากความต้องการชิปขั้นสูง และ ABB, FANUC และ Yaskawa จากแนวโน้มการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติในโรงงาน
· อย่างไรก็ตาม เรายังมองว่า Physical AI เป็นโอกาสเติบโตระยะกลางถึงยาว มากกว่าปัจจัยขับเคลื่อนกำไรระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์ยังสูง และต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าในการนำไปใช้งานจริง จึงให้น้ำหนักหุ้นที่มีธุรกิจหลักแข็งแกร่งและสามารถต่อยอดเข้าสู่ Physical AI ได้ มากกว่าบริษัทที่พึ่งพาความสำเร็จของหุ่นยนต์มนุษย์เพียงอย่างเดียว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

