- งบ 4Q24 ดีกว่าคาดและเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ นำโดย E-commerce
- ระยะสั้นมีแรงกดดันจากนโยบายภาษีทรัมป์, แรงซื้อผู้บริโภค, ปัจจัยมหภาค
- แนะรอหุ้น consolidated และตอบสนองกับแรงกดดันในระยะสั้นก่อน
- ระยะกลาง-ยาว เรายังชอบ WMT จากการเติบโตที่ดีและปัจจัยพื้นฐานแกร่ง
INVX Offshore Stock Update – Walmart (WMT) vs Home Depot (HD)

Walmart เผยงบโตดีกว่าคาด อย่างไรก็ดีคาดการณ์ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงราว 6%
Walmart เผยรายได้โตดีกว่าคาด 4.2%YoY และ SSS +4.6%YoY ด้าน EPS ออกมาดีกว่าคาดเช่นกันที่ 66cents รวมถึงมีการเพิ่มเงินปันผล 13% อย่างไรก็ดีบริษัทให้คาดการณ์ใน FY26 ต่ำกว่าคาด โดยมองยอดขายจะโตราว 3%-4% และ EPS อยู่ที่ 2.5-2.6$ ต่อหุ้นหลังมีความกังวลด้านนโยบายภาษีและปัจจัยมหภาคที่ไม่แน่นอน
มุมมองของ InnovestX
เรามองว่างบ 4Q24 ถือว่าดีในภาพรวมหลังทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตดี โดย 1) ยอดขายในสหรัฐฯ +4.6% 2) ยอดขายคอมเมิร์ซทั่วโลกเติบโต +16% และสหรัฐฯ +20% 3) ธุรกิจโฆษณาเติบโต 29% 4) ยอดขาย Sam's Club เพิ่มขึ้น 6.8% นอกจากนี้ธุรกิจใหม่ยังคงเติบโตโดดเด่นเช่นกัน โดยยอดขายใน Walmart US Marketplace เพิ่มขึ้น 34% และ Walmart Connect เพิ่มขึ้น 24%
อย่างไรก็ดีราคาหุ้นตอบสนองเชิงลบต่อคาดการณ์ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งเรายังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเช่นเดียวกันหลัง WMT ยังมีแรงกดดันจาก 1) ความไม่แน่นอนนโยบายภาษีนำเข้าจากจีนและเม็กซิโกของทรัมป์ 2) แรงซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวสะท้อนผ่านยอดค้าปลีกสหรัฐฯเดือนม.ค. 3) การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งภาพนี้จะทำให้ความเสี่ยงธุรกิจในระยะถัดไปมีภาพที่เพิ่มขึ้น
หากเทียบเคียงสถานการณ์ปัจจุบันกับอดีต เรามองว่าการปรับตัวของ WMT มีทิศทางที่คล้ายกับช่วง 3Q23 ที่ราคาหุ้นย่อตัวลงจากแนวโน้มที่ออกมาต่ำกว่าแบบนี้เช่นกัน ซึ่งในตอนนั้นราคาปรับตัวลงไปอยู่ที่ราว 94$-95$ และใช้ระยะเวลาราว 2 เดือนกว่าที่ราคาจะกลับสู่ระดับเดิมโดยมีแรงสนับสนุนหลักมาจากงบที่ออกมาดีกว่าคาดในช่วงไตรมาสถัดไป
ด้วยภาพนี้ ทำให้เราประเมินได้ว่าการลงทุน WMT ในระยะสั้นอาจแนะรอราคาหุ้น consolidated และตอบสนองกับแรงกดดันก่อนที่จะกลับมามองอีกทีในช่วงที่ภาพผลประกอบการออกมาฟื้นตัวดีกว่าที่คาดซึ่งมองว่าสิ่งนี้จะช่วยชดเชยแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆได้
