แม้รายได้ของ OpenAI ในปี 2025 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าการทุ่มงบประมาณกว่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัยเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดปัญญาประดิษฐ์ ได้ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิพุ่งทะยานขึ้นถึง 8 เท่าตัว พร้อมทั้งสร้างแรงกดดันเชิงโครงสร้างและความเสี่ยงทางการเงินต่อกลุ่มบริษัทผู้สนับสนุนหลักก่อนการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้น ร่วมกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic ที่มีโมเมนตัมการเติบโตที่โดดเด่นกว่าในปัจจุบัน
OpenAI เผชิญต้นทุนที่สูงจนทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าตัว

OpenAI เผชิญต้นทุนที่สูงจนทำให้การขาดทุนเพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าตัว
จากรายงานล่าสุดของ Financial Times และ Bloomberg เผย OpenAI มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าตัวในปี 2025 หลังจากบริษัทเพิ่มงบประมาณกว่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับต้นทุนการวิจัย การตลาด และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดปัญญาประดิษฐ์
โครงสร้างทางการเงินและตัวเลขสำคัญปี 2025
- งบประมาณรายจ่ายรวม 4 หมื่นล้านดอลลาร์: แบ่งเป็นงบวิจัยและพัฒนาสูงถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และงบด้านการขายและการตลาดเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือเป็นต้นทุนฮาร์ดแวร์และการดึงตัวบุคลากร
- รายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยปรับตัวขึ้นแตะ 0 หมื่นล้านดอลลาร์ (เติบโตกว่า 3 เท่าจาก 6 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า) และถูกคาดการณ์ว่าจะยอดขายจะทะลุ 2.8 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
การยื่นจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นและการประเมินมูลค่า
- การยื่นไฟลิ่งแบบไม่เปิดเผยข้อมูล: OpenAI ได้ดำเนินการยื่นเอกสารเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกภายในเดือนนี้ในรูปแบบ Confidential IPO Filing เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุนครั้งใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์
- การเปรียบเทียบมูลค่าบริษัท:
- OpenAI: มูลค่าจากการระดมทุนรอบล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม อยู่ที่ 52 แสนล้านดอลลาร์
- Anthropic: คู่แข่งสำคัญที่กำลังเตรียมตัวทำ IPO เช่นกัน (มีการตั้งธนาคารที่ปรึกษาทางการเงินแล้ว) เพิ่งระดมทุนไปเมื่อเดือนที่แล้วด้วยมูลค่าบริษัทที่แซงขึ้นไปอยู่ที่ 65 แสนล้านดอลลาร์
มุมมองของ InnovestX
1. การประเมินมูลค่าเชิงเปรียบเทียบก่อนการเสนอขายหุ้น IPO:
แนวโน้มทางธุรกิจของ Anthropic เริ่มดูมีความโดดเด่นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราการเติบโตเชิงเปรียบเทียบ แม้รายได้ของ OpenAI จะขยายตัวขึ้นถึง 3 เท่าตัว ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic ซึ่งสามารถสร้างรายได้ประจำปีเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 5 เท่า สู่ระดับ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เราประเมินว่า Anthropic มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ และมีความจูงใจในแง่ของอัตราส่วนราคาต่อยอดขายที่ดีกว่า ส่งผลให้มูลค่ากิจการจากการระดมทุนรอบล่าสุดปรับตัวขึ้นเหนือ OpenAI ไปอยู่ที่ 65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มการแข่งขันด้านราคาและการกดดันอัตรากำไร สภาวะการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรง อาจกดดันให้ OpenAI จำเป็นต้องปรับลดราคาค่าบริการลงเพื่อรักษาข้อได้เปรียบด้านส่วนแบ่งตลาด
- แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดเริ่มกลับมาทบทวนการให้มูลค่าส่วนเพิ่มของกลุ่มผู้พัฒนา Frontier Models และนำไปสู่การปรับฐานราคาเพื่อให้สะท้อนกับความจริงทางการเงินในที่สุด
2. โครงสร้างผลประกอบการและการวิเคราะห์รายการทางบัญชี
เบื้องหลังตัวเลขผลขาดทุนที่พุ่งสูง มีความจำเป็นต้องแยกแยะปัจจัยเฉพาะหน้าทางบัญชี
- ผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ผลขาดทุนสุทธิที่ปรับตัวขึ้นสูงนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายการค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดมูลค่าสูงกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการบันทึกมูลค่าสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนเพียงครั้งเดียว ภายหลังการแปรสภาพองค์กรจากสถาบันไม่แสวงหากำไรสู่บริษัทเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ
- กระแสเงินสดและผลการดำเนินงานจริง หากทำการปรับปรุงรายการพิเศษทางบัญชีดังกล่าวออก OpenAI จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานจริงอยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดัชนีชี้วัดนี้สะท้อนว่า ฐานผู้ใช้งานทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กรยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ทว่าบริษัทยังคงมีความจำเป็นต้องเร่งอัตราการลงทุนในงบประมาณการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในการเปิดตัวโมเดลรุ่นถัดไป
3. นัยเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มผู้สนับสนุนหลักและระบบนิเวศเทคโนโลยี
เราประเมินว่างบประมาณการลงทุนและโครงสร้างค่าใช้จ่ายของ OpenAI ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบดังนี้

