สหรัฐฯ ขยายบัญชีบริษัทจีนที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพ ครอบคลุมตั้งแต่ AI, EV, ชิปหน่วยความจำ ไปจนถึงธุรกิจยา โดยมี Alibaba, Baidu, BYD, WuXi AppTec, CXMT และ YMTC เป็นชื่อสำคัญ แม้มาตรการนี้ยังไม่ใช่การคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านชื่อเสียง การทำสัญญากับรัฐสหรัฐฯ และโอกาสถูกจำกัดทางการค้าในอนาคต ภาพรวมสะท้อนว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-จีนไม่ได้จบหลังการเจรจาระดับผู้นำ แต่กำลังขยายจากชิปไปสู่ AI รถยนต์ไฟฟ้า และห่วงโซ่ยา สำหรับมุมมองแนะระวังหุ้นจีนที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง และจับตาผู้ได้ประโยชน์จากการย้ายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีนมากขึ้น
สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันจีน ขยายบัญชี “บริษัทโยงกองทัพ” ครอบคลุม AI, EV, ชิป และยา

1) Pentagon ขึ้นบัญชีบริษัทจีนชุดใหญ่ สะท้อนเกมกดดันเทคโนโลยีหลังประชุม Trump-Xi
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่มชื่อบริษัทจีนรายใหญ่ในบัญชี 1260H หรือรายชื่อบริษัทที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน โดยมี Alibaba, Baidu, BYD รวมถึงการคง Tencent ไว้ในบัญชีเดิม ทำให้สหรัฐฯ มองว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน 3 รายหลักในด้าน AI คือ Alibaba, Baidu และ Tencent มีความเสี่ยงเชื่อมโยงกองทัพจีน
- แม้บัญชีนี้ยังไม่ใช่มาตรการคว่ำบาตรโดยตรง แต่ถือเป็น “สัญญาณเตือน” ต่อผู้ลงทุนและคู่ค้าสหรัฐฯ เพราะอาจนำไปสู่ข้อจำกัดที่รุนแรงขึ้นในอนาคต เช่น การห้ามทำสัญญากับกองทัพสหรัฐฯ หรือจำกัดการรับเงินสนับสนุนวิจัย
2) แรงกดดันลามจาก AI ไปยังชิปหน่วยความจำ รถยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานจีน
- นอกจาก Alibaba และ Baidu แล้ว รายชื่อใหม่ยังนำ ChangXin Memory Technologies และ Yangtze Memory Technologies กลับเข้าไปในบัญชีอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่ต้องการลดแรงกดดันต่อชิปหน่วยความจำจีน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกเริ่มขาดแคลนชิ้นส่วนบางประเภท
- ส่วน BYD ถูกขึ้นบัญชีในฐานะบริษัท EV ชั้นนำของจีน ทำให้เส้นทางบุกตลาดสหรัฐฯ ยากขึ้น ขณะที่บริษัทอย่าง TP-Link และ NIO ที่ถูกกล่าวถึงในรายงาน สะท้อนว่าการตรวจสอบของสหรัฐฯ เริ่มครอบคลุมกว้างขึ้นจาก “ชิป” ไปสู่ “สินค้าเชื่อมต่อและยานยนต์อัจฉริยะ”
3) WuXi AppTec ถูกขึ้นบัญชี กระทบห่วงโซ่ยาและงานวิจัยของสหรัฐฯ
- อีกประเด็นสำคัญคือ Pentagon เพิ่ม WuXi AppTec ซึ่งเป็นผู้รับจ้างวิจัยและผลิตยารายใหญ่ของจีน เข้าไปในบัญชีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน โดย Bloomberg ระบุว่า WuXi ให้บริการกับบริษัทยาระดับโลกหลายราย และเคยมีบทบาทในการผลิตวัตถุดิบสำคัญของยาลดน้ำหนัก Zepbound ของ Eli Lilly
- ประเด็นนี้อาจกระทบหนักกว่ากลุ่มเทคบางส่วน เพราะราว 3 ใน 4 ของยอดขาย WuXi AppTec มาจากธุรกิจในสหรัฐฯ ขณะที่กฎหมาย Biosecure Act ห้ามหน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ทำสัญญากับองค์กรที่ใช้บริการบริษัทในบัญชีดังกล่าว
4) บริษัทจีนปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ความเสี่ยงเชิงชื่อเสียงเพิ่มขึ้น
- WuXi AppTec ระบุว่าการถูกขึ้นบัญชีเป็น “ความผิดพลาดอย่างชัดเจน” และยืนยันว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือเกี่ยวข้องกับกองทัพหรือรัฐบาลจีน
- อย่างไรก็ตาม ผลกระทบสำคัญไม่ใช่แค่ข้อห้ามทางกฎหมายทันที แต่คือความเสี่ยงเชิงชื่อเสียง ซึ่งอาจทำให้บริษัทสหรัฐฯ ลูกค้าระดับโลก และนักลงทุนสถาบัน ระมัดระวังการทำธุรกรรมกับบริษัทจีนมากขึ้น
สหรัฐฯ ขยายบัญชีบริษัทจีนโยงกองทัพ ครอบคลุม AI, EV, ชิป และยา
กลุ่มธุรกิจ | บริษัทที่เกี่ยวข้อง | ประเด็นที่ถูกกระทบ | ความเสี่ยงหลัก | มุมมองต่อการลงทุน |
|---|---|---|---|---|
AI / แพลตฟอร์มเทคจีน | Alibaba, Baidu, Tencent | ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพจีนผ่านบัญชี 1260H | ลูกค้าองค์กรสหรัฐฯ อาจลดการใช้งาน / ความเสี่ยงถูกจำกัดเพิ่ม | กดดันมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคจีน โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการขยาย AI ไปต่างประเทศ |
EV / รถยนต์อัจฉริยะ | BYD, NIO | สหรัฐฯ ขยายการตรวจสอบจากชิปไปยังรถยนต์ไฟฟ้าและรถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต | โอกาสบุกตลาดสหรัฐฯ ยากขึ้น | เป็นลบต่อแผนขยายตลาดต่างประเทศของ EV จีน โดยเฉพาะตลาดตะวันตก |
ชิปหน่วยความจำ | CXMT, YMTC | ถูกนำกลับเข้าบัญชี หลังเคยถูกถอดออกชั่วคราว | ลูกค้าระดับโลกอาจลังเลใช้ชิปจีน แม้ตลาดขาดแคลน | เป็นลบต่อผู้ผลิตชิปจีน แต่บวกทางอ้อมต่อ Micron, Samsung, SK Hynix |
อุปกรณ์เครือข่าย / Router | TP-Link | ถูกกล่าวถึงในบริบทความเสี่ยงด้านความมั่นคงของอุปกรณ์เชื่อมต่อ | ความเสี่ยงถูกตรวจสอบเพิ่มจากสหรัฐฯ | กระทบความเชื่อมั่นต่อสินค้าโครงข่ายจีนในตลาดองค์กรและภาครัฐ |
รับจ้างวิจัยและผลิตยา | WuXi AppTec | ถูกเพิ่มในบัญชีบริษัทโยงกองทัพจีน | กระทบลูกค้าบริษัทยาสหรัฐฯ และสัญญาภาครัฐ | เสี่ยงสูง เพราะราว 3 ใน 4 ของยอดขายมาจากธุรกิจสหรัฐฯ |
บริษัทยาสหรัฐฯ | Eli Lilly และบริษัทยาที่ใช้บริการ WuXi | อาจต้องปรับห่วงโซ่วิจัย/ผลิตยา หากข้อจำกัดเข้มขึ้น | ต้นทุนสูงขึ้น และงานวิจัยล่าช้า | อาจต้องกระจายฐานผลิตออกจากจีนไปยังผู้รับจ้างผลิตรายอื่น |
ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อม | Micron, Samsung Electronics, SK Hynix | คู่แข่งจีนในชิปหน่วยความจำถูกกดดัน | ลูกค้าหันหาแหล่งผลิตที่ไม่เสี่ยงต่อสหรัฐฯ | มีโอกาสได้ประโยชน์จากการกระจายคำสั่งซื้อออกจากจีน |
ภาพรวมตลาดจีน | หุ้นจีนที่มีรายได้หรือคู่ค้าสหรัฐฯ สูง | ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและชื่อเสียงเพิ่มขึ้น | นักลงทุนสถาบันอาจลดน้ำหนักลงทุน | ควรเลือกหุ้นจีนที่พึ่งพาตลาดในประเทศสูง และหลีกเลี่ยงกลุ่มเสี่ยงถูกคุมเข้ม |
มุมมองของ INVX
- ในภาพรวม มองว่ารายชื่อนี้สร้างความเสียหายด้านภาพลักษณ์และทำให้บริษัทสหรัฐฯ ระวังการทำธุรกิจกับบริษัทจีนมากขึ้น แต่ยังไม่น่ารุนแรงเท่าการคว่ำบาตร จึงอาจไม่ทำลายเสถียรภาพความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนในทันที
- นอกจากนี้ประเด็นนี้เป็นลบเชิง Sentiment ต่อหุ้นจีนที่มีรายได้หรือความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ สูง โดยเฉพาะ Alibaba, Baidu, Tencent, BYD, WuXi AppTec, CXMT และ YMTC เพราะความเสี่ยงด้านกฎระเบียบอาจกดดันมูลค่าหุ้นและการขยายธุรกิจต่างประเทศ
- แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจเป็นบวกทางอ้อมต่อคู่แข่งนอกจีน เช่น Micron, Samsung Electronics, SK Hynix ในกลุ่มหน่วยความจำ และผู้รับจ้างผลิตยา/วิจัยนอกจีน หากลูกค้าสหรัฐฯ ต้องกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีนมากขึ้น

