Pentagon เลือก 4 บริษัท ได้แก่ AeroVironment, Epirus, Kord และ Boeing เข้าร่วมโครงการนำร่องของ JIATF-401 เพื่อทดสอบระบบต่อต้านโดรนด้วย เลเซอร์พลังงานสูงและไมโครเวฟกำลังสูง ในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง โดยมุ่งประเมินประสิทธิภาพ ต้นทุน และความพร้อมก่อนต่อยอดสู่การจัดซื้อในอนาคต โดยในเชิงหุ้น INVX มอง AeroVironment ได้ประโยชน์เด่นกว่า Boeing เนื่องจากธุรกิจมีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับโดรนและระบบต่อต้านโดรนโดยตรงมากกว่า ขณะที่ผลเชิงรายได้ระยะสั้นยังจำกัดเพราะโครงการยังอยู่ในขั้นทดสอบ
Pentagon คัด 4 ระบบ Directed Energy ทดสอบรับมือโดรน

1. Pentagon เดินหน้าทดสอบระบบต่อต้านโดรนด้วยอาวุธพลังงาน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เลือกระบบจาก 4 บริษัท เข้าร่วมโครงการนำร่องของ Joint Interagency Task Force 401 (JIATF-401) เพื่อทดสอบอาวุธพลังงานโดยตรงสำหรับต่อต้านโดรนในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายประเมินทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน ความสามารถในการบำรุงรักษา และแนวทางนำระบบไปใช้ร่วมกับโครงข่ายป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มทางเลือกในการรับมือภัยจากโดรน ซึ่งสามารถผลิตได้ในต้นทุนต่ำและโจมตีพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้การใช้ขีปนาวุธราคาแพงเข้าสกัดทุกเป้าหมายอาจไม่เหมาะสมในเชิงเศรษฐศาสตร์
2. ผู้ได้รับเลือก 4 ราย ครอบคลุมทั้งเลเซอร์และไมโครเวฟ
ระบบที่ผ่านการคัดเลือกประกอบด้วย 1) AeroVironment กับ Palletized High-Energy Laser, 2) Epirus กับ Leonidas High-Powered Microwave, 3) Kord กับ Firefly High-Energy Laser และ 4) Boeing กับ Compact Laser Weapon System
จุดสำคัญคือ Pentagon ไม่ได้เลือกเทคโนโลยีเพียงรูปแบบเดียว แต่กำลังทดสอบทั้ง เลเซอร์พลังงานสูง ซึ่งเหมาะกับการทำลายเป้าหมายเป็นรายลำ และ ไมโครเวฟกำลังสูง ที่มีศักยภาพในการรบกวนหรือทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์ของโดรนหลายลำพร้อมกัน สะท้อนแนวทางสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้นมากกว่าการพึ่งอาวุธประเภทใดประเภทหนึ่ง
3. จากการทดลองสู่การใช้งานจริงเป็นจุดที่ต้องติดตาม
การทดสอบจะดำเนินการร่วมกับ FAA, U.S. Northern Command และหน่วยงานทางทหาร เพื่อเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริง ทั้งด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และต้นทุน โดยผลการทดสอบก่อนหน้านี้ร่วมกับ FAA ชี้ว่าระบบเลเซอร์ที่นำมาทดลองมีความเสี่ยงต่อระบบน่านฟ้าสหรัฐฯ ในระดับต่ำ ช่วยลดหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้จริง
นอกจากนี้ JIATF-401 เตรียมจัดการทดสอบระบบเพิ่มเติมในเดือน ธ.ค. 2026 เพื่อประเมินเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรายอื่น โดยระบบที่มีผลการทดสอบโดดเด่นมีโอกาสต่อยอดไปสู่การจัดซื้อและใช้งานในวงกว้างขึ้น
4. Directed Energy มีโอกาสเป็นส่วนสำคัญของตลาดต่อต้านโดรน
เรามองว่าแนวโน้มดังกล่าวสนับสนุนการเปลี่ยนโครงสร้างของตลาดป้องกันภัยทางอากาศ จากเดิมที่พึ่งพาขีปนาวุธสกัดกั้นเป็นหลัก ไปสู่การผสมผสาน ขีปนาวุธ ปืน ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เลเซอร์ และไมโครเวฟ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีรับมือที่เหมาะสมกับต้นทุนและลักษณะของภัยคุกคามแต่ละประเภท
ข้อได้เปรียบสำคัญของ Directed Energy คือ ต้นทุนต่อการยิงต่ำกว่าอาวุธสกัดกั้นแบบดั้งเดิม และไม่ต้องพึ่งคลังขีปนาวุธในระดับเดียวกัน จึงเหมาะกับการรับมือโดรนจำนวนมาก หากการทดสอบพิสูจน์ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงได้ เรามองว่าการลงทุนในระบบดังกล่าวมีโอกาสเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร
5. มุมมองของ INVX
เรามองข่าวนี้เป็น บวกต่ออุตสาหกรรมกลาโหม โดยเฉพาะกลุ่ม Counter-Drone และ Directed Energy เนื่องจากสะท้อนว่า Pentagon กำลังขยับเทคโนโลยีจากขั้นพัฒนาเข้าสู่การทดสอบใช้งานจริง ซึ่งเป็นขั้นสำคัญก่อนการจัดซื้อในปริมาณมาก ทั้งนี้ยังไม่ควรสะท้อนรายได้จากโครงการนี้อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น เนื่องจากยังอยู่ในขั้นนำร่อง
ในเชิงหุ้น เรามอง AeroVironment (AVAV) ได้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์เด่นที่สุดในกลุ่มหุ้นจดทะเบียน เพราะธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับโดรนและระบบต่อต้านโดรน ทำให้คำสั่งซื้อใหม่สามารถมีนัยต่อการเติบโตมากกว่า ขณะที่ Boeing (BA) ได้ประโยชน์เชิงบวกจากการเพิ่มโอกาสในธุรกิจอาวุธพลังงาน แต่ผลต่อบริษัทโดยรวมยังจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจการบินและกลาโหม
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

