PepsiCo รายงานรายได้ 3Q26 เพิ่มขึ้น 5.6% YoY แต่ Core EPS เพิ่มขึ้นเพียง 2% เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายการตลาดสูงขึ้น โดยธุรกิจต่างประเทศยังแข็งแกร่งจากรายได้ Organic เพิ่มขึ้น 8% ขณะที่ธุรกิจอเมริกาเหนือฟื้นตัวช้ากว่าคาด ส่งผลให้บริษัทลดเป้าหมายการเติบโตของ Core EPS ไม่รวมค่าเงินปี 2026 เหลือ 1–2% จากเดิม พร้อมเดินหน้าลดต้นทุนและปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูอัตรากำไร โดย INVX มองเป็นสัญญาณให้ระมัดระวังหุ้นกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่มีความเสี่ยงจากต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ
PepsiCo งบ 3Q26 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่ลดคาดการณ์กำไรปี 2026 หลังต้นทุนสูง

1. ผลประกอบการ 3Q26 รายได้เติบโต แต่กำไรปกติยังถูกกดดัน
PepsiCo (PEP US) รายงานผลประกอบการ 3Q26 โดยรายได้อยู่ที่ $25.27bn เพิ่มขึ้น 5.6% YoY ขณะที่รายได้จากธุรกิจเดิมไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยนและการซื้อกิจการ (Organic Revenue) เพิ่มขึ้น 3.1% สูงที่สุดนับตั้งแต่ 4Q23 สะท้อนว่าธุรกิจยังเติบโตจากทั้งราคาขายและปริมาณจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม กำไรต่อหุ้นปกติ (Core EPS) อยู่ที่ $2.34 เพิ่มขึ้นเพียง 2% YoY ขณะที่กำไรต่อหุ้นตามบัญชีเพิ่มขึ้น 17% YoY เป็น $2.23 โดยการเติบโตของกำไรตามบัญชีส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ ไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลักทั้งหมด
ตัวชี้วัด 3Q26 | ผลประกอบการ | เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|
รายได้รวม | $25.27bn | +5.6% |
รายได้ Organic | — | +3.1% |
กำไรจากการดำเนินงาน | $4.26bn | +19% |
กำไรดำเนินงานปกติ | $4.28bn | +3% |
อัตรากำไรดำเนินงานปกติ | 16.9% | -0.35 จุด |
กำไรต่อหุ้น (EPS) | $2.23 | +17% |
Core EPS | $2.34 | +2% |
ประเด็นสำคัญ: แม้รายได้เริ่มเติบโตดีขึ้น แต่ต้นทุนดำเนินงานและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดยังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรปกติลดลง ขณะที่กำไรยังได้รับประโยชน์จากการคืนภาษีนำเข้าราว $178mn ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
2. ธุรกิจต่างประเทศแข็งแกร่ง แต่ตลาดอเมริกาเหนือยังเป็นปัญหาหลัก
ผลประกอบการสะท้อนความแตกต่างระหว่างธุรกิจต่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่ง กับธุรกิจอเมริกาเหนือที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและกำลังซื้อ
· ธุรกิจต่างประเทศ: รายได้ Organic เพิ่มขึ้น 8% สูงที่สุดนับตั้งแต่ 1Q24 และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 22 โดยกำไรดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 16% และอัตรากำไรดีขึ้น 1.05 จุด ธุรกิจต่างประเทศคิดเป็น 41% ของรายได้รวมและ 45% ของกำไรดำเนินงานปกติสะสมตั้งแต่ต้นปี สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนกำไร
· ธุรกิจขนมขบเคี้ยวอเมริกาเหนือ: รายได้ Organic ทรงตัว แม้ปริมาณขายสินค้าบางกลุ่มอย่าง Doritos, Cheetos และ Ruffles ดีขึ้น แต่การปรับราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายและค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรดำเนินงานปกติลดลง 2.8 จุด
· ธุรกิจเครื่องดื่มอเมริกาเหนือ: รายได้เพิ่มขึ้น 5% แต่ส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากการซื้อกิจการ ขณะที่รายได้ Organic ลดลงเล็กน้อย โดยปริมาณเครื่องดื่มลดลง 2% แม้ Gatorade เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล และเครื่องดื่มชูกำลังยังเติบโตดี
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า PepsiCo ยังมีความสามารถในการขยายธุรกิจต่างประเทศ แต่การฟื้นตัวของยอดขายและอัตรากำไรในอเมริกาเหนือยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการเติบโตของกำไรรวม
3. ผู้บริหารยอมรับการฟื้นตัวช้ากว่าคาด เตรียมลดต้นทุนเพิ่มเติม
Ramon Laguarta ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าผลประกอบการในอเมริกาเหนือต่ำกว่าที่บริษัทคาดการณ์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้การฟื้นตัวของอัตรากำไรต้องใช้เวลานานกว่าประมาณการเดิม
บริษัทจึงเตรียมดำเนินมาตรการลดต้นทุนเชิงโครงสร้างเพิ่มเติมในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ผ่านการลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง งานที่ซ้ำซ้อน และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเติบโตโดยตรง ควบคู่กับการเพิ่มระบบอัตโนมัติและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารไม่ได้มุ่งลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่จะนำเงินที่ประหยัดได้กลับไปลงทุนด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ การตลาด และการกระจายสินค้า เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
4. ปรับกลยุทธ์สินค้า รับกระแสรักสุขภาพและผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคา
PepsiCo กำลังปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเน้นอาหารที่มีส่วนผสมเรียบง่าย โปรตีนสูง ใยอาหารสูง และขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับกำลังซื้อ รวมถึงขยายเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มเกลือแร่ และเครื่องดื่มชูกำลัง
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริหารระบุว่าได้รับการตอบรับดี ได้แก่ Doritos Protein, Lay's Baked, Gatorade Lower Sugar และ Pepsi Zero Sugar ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังผ่านความร่วมมือกับ Celsius มีส่วนแบ่งตลาดใกล้ 20%
นอกจากนี้ บริษัทยังขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย และสถานที่ทำงาน เพื่อลดการพึ่งพายอดขายจากร้านค้าปลีกแบบเดิม โดยกลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนว่าการเติบโตระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาสินค้าและช่องทางจำหน่ายมากกว่าการปรับขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว
5. Guidance ปี 2026 ลดคาดการณ์กำไร แม้รายได้ยังเติบโต
PepsiCo ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในอเมริกาเหนือสูงกว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่การฟื้นตัวของยอดขายยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านอัตรากำไรได้ทั้งหมด
ตัวชี้วัดปี 2026 | คาดการณ์เดิม | คาดการณ์ใหม่ |
|---|---|---|
รายได้ Organic | +2% ถึง +4% | ประมาณ +3% |
รายได้รวม | +4% ถึง +6% | ประมาณ +6% |
Core EPS ไม่รวมค่าเงิน | เพิ่มขึ้นระดับล่างของกรอบ +4% ถึง +6% | +1% ถึง +2% |
Core EPS | เพิ่มขึ้นระดับล่างของกรอบ +5% ถึง +7% | +2.5% ถึง +3.5% |
อัตราภาษีปกติ | ประมาณ 22% | ประมาณ 21% |
เงินลงทุน | ต่ำกว่า 5% ของรายได้ | ไม่เปลี่ยน |
เงินคืนผู้ถือหุ้น | $8.9bn | ไม่เปลี่ยน |
ที่มา: PepsiCo 3Q26 Earnings Release,
ผู้บริหารคาดว่าอัตรากำไรดำเนินงานปกติในอเมริกาเหนือจะยังถูกกดดันต่อเนื่องใน 4Q26 แม้บริษัทจะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่าย ขณะที่รายได้รวมทั้งปียังมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 6% โดยส่วนหนึ่งได้รับประโยชน์จากค่าเงินและการซื้อกิจการ จึงสะท้อนว่า ปัญหาหลักของ PepsiCo ไม่ใช่การขาดการเติบโตของรายได้ แต่เป็นความสามารถในการเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไร
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองผลประกอบการ PepsiCo เป็นลบต่อมุมมองระยะสั้นของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้ผลิตที่เผชิญต้นทุนสูงและจำเป็นต้องใช้การลดราคาเพื่อรักษาปริมาณขาย เช่น General Mills (GIS), Conagra Brands (CAG) และ Campbell's (CPB) ซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ Coca-Cola (KO) อาจมีความเสี่ยงด้านต้นทุนต่ำกว่าในเชิงโครงสร้างธุรกิจ เนื่องจากมีสัดส่วนธุรกิจหัวเชื้อเครื่องดื่มสูงกว่า PepsiCo
- อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต้นทุนและกำลังซื้อในตลาดหลักเช่นกัน สำหรับ PEP เรามองว่าการลดคาดการณ์กำไรสะท้อนความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรระยะสั้น จึงควรรอหลักฐานการฟื้นตัวของอัตรากำไรในอเมริกาเหนือก่อน แม้ธุรกิจต่างประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

